การสร้างหรือทำให้เกิด self management ที่ประสบความสำเร็จ/การคำนวณพลังงาน

การจัดการให้ผู้ป่วยเบาหวานจัดการดูแลตนเองเป็นเรื่องท้าทายเพราะเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง อยู่กันยาวนานตลอดทั้งชีวิต จะให้หมอ เมีย แม่ ลูก หรือหัวหมู่เบาหวาน มาชี้นิ้วสั่งให้ หรือสอนให้จำแล้วเอาไปทำตามก็ไม่ได้

ตัวอย่างการสร้างหรือทำให้เกิด self management ที่ประสบความสำเร็จ

“กรณีหัวหมู่เบาหวาน โรงพยาบาลพุทธชินราช พิษณุโลก”

การจัดการให้ผู้ป่วยเบาหวานจัดการดูแลตนเองเป็นเรื่องท้าทายเพราะเบาหวานเป็นโรคเรื้อรัง  อยู่กันยาวนานตลอดทั้งชีวิต  จะให้หมอ เมีย แม่ ลูก หรือหัวหมู่เบาหวาน มาชี้นิ้วสั่งให้   หรือสอนให้จำแล้วเอาไปทำตามก็ไม่ได้   การจัดการตนเองเป็นเรื่องที่ยาวนานตลอดชีวิตของคนเป็นเบาหวาน  เรามีบทบาทและหน้าที่ในการเอื้ออำนวยให้ผู้ป่วยเบาหวานเป็น “ผู้จัดการตนเอง” ที่มีประสิทธิภาพ สิ่งที่ต้องมีมาก่อนที่จะจัดการตนเองได้คือ ผู้ป่วยต้องมีความรู้และทักษะที่เพียงพอ 

  • ผู้ป่วยเบาหวานต้องมีความรู้ว่าต้องทำอะไร  อย่างไร เมื่อใด มีทักษะในการกระทำ ตลอดจนเข้าใจตนเองและเข้าใจภาวะความเจ็บป่วยของตนเป็นอย่างดี  

เรื่องเล่าพี่วิลัย เมื่อชาวนาเป็นเบาหวาน” แต่หมอหรือพยาบาลไม่ใช่ชาวนา   เป็นเรื่องยากที่จะรู้วิถีชีวิตชาวนา ว่าหน้าไหนใช่แรงเยอะ หน้าไหนเท้าจะเป็นแผล เกี่ยวข้าว ฉีดยาข้าว  จังหวะของวิถีแตกต่าง 

เช่น พี่วิลัย  พี่วิลัยเล่าว่า  พี่ทำนา 100 ไร่ ปีละ 3 ครั้ง ถ้าปลูกข้าวเหลืองประทิว ทำนาได้ปีละ 1 ครั้ง ระยะเวลาปลูกเก็บเกี่ยว 5 เดือน

พี่วิลัยอยู่บ้านกร่างที่น้ำดี  จึงทำนาได้ปีละ 3 ครั้ง

ระยะเวลาต่อรอบตั้งแต้ปลูกถึงเก็บเกี่ยวเป็นเวลา  115 วัน

พี่วิลัยบอก

  • ทำนา 100 ไร่ หน้าหว่านข้าว  จะเริ่มหว่าน ตั้งแต่ 6 โมงเช้า ถึง 6 โมงเย็น เป็นช่วงเวลาทำนาที่จะเหนื่อยมาก โหยและอยากกินน้ำหวาน  เพราะฉะนั้น จะกินนมเปรี้ยว น้ำอัดลม กระทิงแดง มาเป็นกระป๋อง ข้าวเป็นกะละมัง เพราะกลัวไม่มีแรง   พี่วิลัยบอก   “เท้าย่ำน้ำ ใส่ร้องเท้าตามที่เราบอกไม่ได้ เพราะมันหลุด  ไม่งั้นก็โดนหอยเชอรีบาดเท้า   ต้องบูต เท่านั้น ใส่ตั้งแต่เช้าถึงเที่ยง ก็รู้มันจะเปื่อยเป็นเชื้อรา  แต่ก็ต้องใส่    

  • หน้าหว่านทำงานประมาณ 1 เดือน

  • หลังจากนั้นก็จะพักนอนที่บ้าน 15 วัน แล้วก็เริ่มมาฉีดยาข้าว อีก 15 วัน ถ้า เพลี้ยลงข้าวก็ต้องฉีดยาทุก 3-5 วัน

  • พี่วิลัยจัดการกับตัวเองว่าต้องทานข้าวเพิ่มเป็น 3 ทัพพีต่อมื้อ เมื่อถึงช่วงเวลาที่ฉีดยาข้าว  แต่ฤดูเก็บเกี่ยวก็ทานปกติ1-2 ทัพพีเพราะไม่ได้ออกแรงอะไร  แต่จะระวังตนเองเพราะเครียดน้ำตาลจะขึ้นเพราะกลัวคนมาขโมยข้าว   จัดการไปจัดการมาก็เริ่มรู้ว่าตนเองต้องทานอาหาร กี่ส่วนในเวลาที่เหมาะสมก็การออกแรง      

  • พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวก็ทานปกติ1-2 ทัพพีเพราะไม่ได้ออกแรงอะไร

 

  • ผลที่เกิดทันทีของพี่วิลัย  คือ รู้ว่าต้องทำอะไร  อย่างไร เมื่อใด

  • ผลระยะปานกลาง คือ พฤติกรรมการกินเปลี่ยน ทานได้เหมาะสมตามช่วงเวลาและฤดูกาล  ไม่เกิดภาวะน้ำตาลตก มานอนร.พ  ไม่มีแผลที่เท้า ไม่เป็นเชื้อรา

  • ผลระยะยาว คือ  การควบคุมโรคดี FPG Hba1c ดี  ชีวิตดี มีความสุข รู้เท่าทันโรค ไม่วิตกกังวล สบายใจ อารมณ์ดี

 ก่อนจะไปดูบทบาทหน้าที่ที่เราสั่งให้เค้าทำตาม  เราต้องมาทบทวนดูหน้าที่เราก่อนว่า จะให้เค้าจัดการดูแลตนเองได้  แล้วเราต้องทำอะไรเราผู้ถ่ายทอดความรู้  ต้องมีความรู้ที่ถูกต้องเช่นกัน ถึงจะถ่ายทอดความรู้ไปให้ผู้ป่วยได้เป็นอย่างดี    และในฐานะที่เราเป็นผู้ให้ความรู้โรคเบาหวานก็จำเป็นที่ต้องไปอบรมหาความรู้อยู่ตลอดเวลา  และเสริมกับการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยการค้นคว้าอ่านหนังสือ นำมาปฏิบัติ  เช่นกัน  และในวันที่ 14-15 ต.ค 53  งานประชุมวิชาการประจำปีของสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวาน  คลิก  เป็นโอกาสดีที่เราจะได้ไปรับองค์ความรู้นั้นๆ  ซึ่งทีมของเราก็ไม่พลาดที่จะไป พัฒนาตนเองนเช่นกัน

ตัวอย่างการคำนวณพลังงานของพี่วิลัย (น้ำหนักที่ควรจะเป็น 50 กก น้ำหนักเกิน)

 

กิจกรรมเบา

ปานกลาง

หนัก

น้าหนักเกิน

20-25

30

35

น้าหนักปกติ

30

35

40

ผอม

30

40

45 - 50

 

 

 

 

 

การคำนวณพลังงานมีหลายสูตรที่เราใช้  คือสูตรของ Shilset et al  คำนวณพลังงานจากน้าหนักตัวและระดับกิจกรรมแต่จะต้องคำนวณค่าดัชนีมวลกายก่อนเพื่อดูว่านํ้าหนักอยู่ในเกณฑ์ใด โดยทั่วไปสูตรนี้ใช้สำหรับผู้ที่มีสุขภาพดี  ตำราว่าไว้อย่างนั้น ก็จะได้ 50X35= 1750 kcal ต่อวัน

แบ่งเป็นอาหารดังนี้

ตัวอย่างอาหารที่ให้พลังงาน 1800 แคลอรี ต่อวัน

มื้อ

ข้าว/แป้ง

(ส่วน)

เนื้อสัตว์

(ส่วน)

ผัก

(ส่วน)

ผลไม้

(ส่วน)

น้ำมัน

(ส่วน)

นม

(ส่วน)

เช้า

3.5

1.5

1-2

1

2

-

กลางวัน

3

1.5

1

1

2.5

-

อาหารว่าง

1

-

-

-

-

1

เย็น

3

1

1

1

2

-

ก่อนนอน

-

-

-

-

-

1

รวม

11

4

3-4

3

6.5

2

จากตัวอย่างพี่พิลัยก็นำไปปรับได้หมาะสม กับชีวิตของตนเอง และช่วงที่ใช้แรงปานกลางคือช่วงฉีดยาข้าวก็ปรับลดมาอยู่ที่ 1500 kcal  ช่วงนอนพักที่บ้านปรับมาอยู่ที่ 1000 kcal  ทำให้พี่พิลัย สบายอก สบายใจ สบายอารมณ์ กับชีวิตการทำนา 

ผู้เล่า รัชดา พิพัฒน์ศาสตร์

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เบาหวานพุทธชินราช



ความเห็น (4)

สูตรดีครับ กระจายออกไปให้มากๆ นะครับ จะได้เป็นประโยชน์อย่างกว้างขงวาง

ขอบพระคุณ ครูหยุย ดิใจที่มีโอกาสเจอกันในblog ค่ะ

เฮ้อ แล้วเราจะจำกัดอาหารได้แบบพี่พิลัยรึเปล่าล่ะหือ

เรื่องอาหาร เป็นเป้าหมายระยะยาว 3 ปี คงทำได้ค่ะ หัวหน้า