ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change Leadership)
Susan H. Cramm กล่าวว่า “ความสำเร็จของการบริหารการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับผู้นำสามารถใช้บุคลากรในการปฏิบัติงานให้ประสบผลสำเร็จด้วยความเต็มใจมากกว่าการควบคุม”
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Change leadership) เป็นรูปแบบของผู้นำยุคใหม่ซึ่งนับว่าสอดคล้องในยุคปฏิรูปที่มีการพัฒนาคุณภาพของผลผลิตและการบริการอย่างต่อเนื่องซึ่งผู้นำจะมีความสามารถในการหยั่งรู้และคาดการณ์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ มีความคิดชัดเจนที่นำบุคลากรไปสู่องค์กรในการเปลี่ยนแปลง ด้วยศักยภาพและสมรรถฐานเต็มกำลังความสามารถ รวมทั้งเน้นการปฏิรูป และพลิกโฉมหรือยกเครื่ององค์กร สนับสนุนการถ่ายโอนวัฒนธรรมแนวใหม่ มีความสามารถในการจัดการเปลี่ยนแปลง สามารถตีความ เข้าใจเรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีความคิดสร้างสรรค์ สามารถประยุกต์ วิธีการต่างๆ เพื่อให้องค์กรประสบผลสำเร็จ ผู้นำจะมีแผนในใจโดยครอบคลุมในเรื่องใหม่ๆ ที่เป็นเรื่องท้าทาย
ดังนั้น องค์กรจะประสบผลสำเร็จได้มากน้อยเพียงใดต้องเริ่มจากผู้นำที่มีความเข้มแข็ง จริงจังและใช้หลักการทำงานเป็นทีม และที่สำคัญสามารถรักษาองค์กรให้อยู่รอดปลอดภัยโดยที่ผู้นำต้องทำตนให้เป็นผู้นำเลื่อมใสและไว้วางใจ มีจริยธรรมสร้างวิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์ในองค์กร รวมทั้งสร้างเครื่องมือ (Toolbox) เพื่อให้ประสบผลสำเร็จ โดยที่ต้องเกี่ยวพันกับยุทธศาสตร์ และวัตถุประสงค์ขององค์กร สื่อสารให้บุคลากรเข้าใจและสร้างความแตกต่างระหว่างผู้บริหารกับผู้นำ Bartridge (2005 : Online) อ้างถึงคำกล่าวของ Peter F. Frucker ได้ให้ข้อคิดของความแตกต่างระหว่างผู้บริหารกับผู้นำว่า ผู้บริหารทำทุกอย่างถูกต้องแต่ผู้นำทำในสิ่งที่ถูกต้อง (Managers do things right but Leaders do the right thing) โดยผู้นำจะไม่ใช้อำนาจแต่จะใช้การกระจายอำนาจและเพิ่มพลังอำนาจ (Empowerment) และจูงใจให้บุคลากรปฏิบัติงานเต็มศักยภาพเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จ ปรับปรุงโครงสร้างองค์กรเพื่อรองรับในการเปลี่ยนแปลงแบบแนวราบและเครือข่าย ไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก ซับซ้อน เพื่อให้เข้าถึงบุคลากรและลูกค้าเร็วที่สุด
ได้มีผู้ให้ความหมายของ ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ไว้ดังนี้
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (ธเนศ ขำเกิด: ออนไลน์) หมายถึง ผู้ที่มีคุณลักษณะเชิงพฤติกรรมที่มีภาวะผู้นำในการปฏิบัติงานของผู้บริหารสถานศึกษาที่แสดงว่ามีความรู้ ความสามารถในการพัฒนาและบริหารเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอย่างสร้างสรรค์และส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง ( Change Leadership ) ( วัชรี เทพพุทธางกูร : ออนไลน์) คือ ผู้นำคุณภาพที่จะต้องเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมไปสู่ความคิดสร้างสรรค์แบบใหม่ ความคิดที่ออกนอกกรอบหรือกฎเกณฑ์เดิม เพื่อประยุกต์งานให้เกิดความก้าวหน้า อัลเบิร์ตไอน์สไตน์ กล่าวว่า " การแก้ปัญหาในเรื่องเดิม จะต้องใช้วิธีการใหม่เท่านั้นจึงจะประสบผลสำเร็จ "ถ้าเรายังมัวย่ำอยู่กับปัญหาปัญหาเดิม ๆ โดยไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการมีแต่จะสะสมปัญหาไปเรื่อย ๆ เหมือนดินพอกหางหมูและในที่สุดก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างแท้จริง การเปลี่ยนแปลงจึงต้องอาศัยผู้นำที่มีความกล้าหาญและอาศัยความเสี่ยง
ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง (Transformational leadership) (แพรภัทร : ออนไลน์) หมายถึง รูปแบบของผู้นำที่แสดงออกโดยมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและสมมุติฐานของสมาชิกในองค์การ และสร้างความผูกพันในการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์และกลยุทธ์ขององค์การ โดยการเปลี่ยนสภาพหรือเปลี่ยนแปลงความพยายามของผู้ร่วมงานให้สูงขึ้นกว่าความพยายามที่คาดหวัง พัฒนาความสามารถของผู้ร่วมงานไปสู่ระดับที่สูงขึ้นและมีศักยภาพมากขึ้น
คุณลักษณะและพฤติกรรมของผู้นำการเปลี่ยนแปลง
SEDL (2005 : Online) เสนอคุณลักษณะของผู้นำการเปลี่ยนแปลงควรมีลักษณะ 6 ประการ ดังนี้
1. มีวิสัยทัศน์ ผู้นำสามารถกำหนดวิสัยทัศน์ได้อย่างชัดเจน และกระจายวิสัยทัศน์ให้
บุคลากรทั้งภายในและภายนอกองค์กรได้เรียนรู้ และสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างชัดเจนถูกต้อง
2. มีความเชื่อว่าองค์กรเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ผู้นำมีปรัชญาความเชื่อว่าองค์กรเป็น
แหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ จึงต้องนำองค์กรไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้ โดยจัดสภาพบรรยากาศให้ทุกคนได้ศึกษาหาความรู้อย่างต่อเนื่อง
3. เน้นคุณค่าของทรัพยากรมนุษย์ ผู้นำให้ความสำคัญต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
จัดการฝึกอบรมตามความต้องการและความจำเป็น ให้ขวัญกำลังใจในการทำงานอย่างต่อเนื่อง เปิดโอกาสให้บุคลากรแสดงศักยภาพอย่างเต็มกำลังความสามารถ
4. เป็นผู้มีการสื่อสารและนักฟังที่ดี ผู้นำใช้หลักการสื่อสารที่มีประสิทธิผล คำนึงถึง
ข้อมูลข่าวที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาองค์กร เข้าใจและยอมรับความคิดเห็นของบุคลากร และพร้อมรับฟังข้อเสนอแนะตลอดเวลา
5. ปฏิบัติงานให้เกิดความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง การปฏิบัติงานเน้นการปรับปรุงอย่าง
ต่อเนื่อง มีการประเมินผลและรายงานความก้าวหน้า เพื่อพัฒนางานไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ
6. ใช้หลักการบริหารความเสี่ยง การบริหารจัดการมีความยืดหยุ่น และไม่เคร่งครัด
จนเกินไป ในบางครั้งเปิดโอกาสให้ปฏิบัติงานเกินกรอบหรือนโยบายได้ ถ้างานนั้นสามารถพัฒนางานในหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ผู้นำยุคใหม่จะเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์จากการบริหารมาสู่ภาวะผู้นำดังนี้
หลักการ 7 ประการของผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่ก่อให้เกิดพลังการทำงานเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ (Seven Principles of Transformational Leadership…. Creating A Synergy of Energy) มีแนวคิดดังนี้
หลักการที่ 1 : หลักการ “ทำให้เป็นเรื่องง่าย” (Principle of Simplification)
หลักการที่ 2 : หลักการ “การจูงใจ” (Principle of Motivation)
หลักการที่ 3 : หลักการ “การเอื้ออำนวยความสะดวก” (Principle of Facilitation)
หลักการที่ 4 : หลักการแห่ง “การริเริ่มสิ่งใหม่” (Principle of Innovation)
หลักการที่ 5 : หลักการ “ด้านการขับเคลื่อน” (Principle of Mobilization)
หลักการที่ 6 : หลักการเตรียมความพร้อม (Principle of Preparation)
หลักการที่ 7 : หลักการแห่ง “การสิ้นสุด” (Principle of Determination)
ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
กระบวนการเปลี่ยนแปลงจะให้ผลเป็นที่น่าพอใจหรือไม่ ขึ้นอยู่กับผู้รับผิดชอบการเปลี่ยนแปลงได้คำนึงถึงและเข้าใจองค์ประกอบสำคัญ ต่อไปนี้มากน้อยแค่ไหน
1. เมื่อใดที่เห็นว่าควรมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น จงพิจารณาถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนั้นที่มีต่อส่วนรวมทั้งหมด
2. การเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิผล จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนอย่างกระตือรือร้น จากผู้บริหารระดับสูงและแสดงออกอย่างชัดเจนถ้าขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง การเปลี่ยนแปลงจะประสบปัญหาสำคัญ 3 ประการ
2.1ไม่สามารถจะบรรลุวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ต้องการ
2.2 ขาดผู้ช่วยเหลือและผู้ร่วมทีม
2.3 ขาดอำนาจสั่งการ
3.กระบวนการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้องอาศัยทีมงาน
4.การบริหารความเปลี่ยนแปลง เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความสามารถในการบริหารคน (บรรยากาศที่เปิดเผย การติดต่อสื่อสารและการมีส่วนรวม)
5.การเปลี่ยนแปลงเป็นกระบวนการที่ไม่หยุดนิ่ง
6.ผู้บริหารความเปลี่ยนแปลงและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต้องได้รับความรู้ ทักษะ และทรัพยากรที่จำเป็นต้องใช้เพื่อความเปลี่ยนแปลงนั้น
7.ความสำเร็จเป็นตัวกระตุ้นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ จงเริ่มจากเล็กๆ ตั้งเป้าหมายที่เรามั่นใจว่าทำได้ก่อน
8. ทีมบริหารความเปลี่ยนแปลงต้องสำนึกว่า ความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นความรับผิดชอบของตน ต้องคิดว่าเป็นโอกาสไม่ใช่อุปสรรค
9. จำไว้ว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นไม่ใช่การปฏิบัติ
อุปสรรคและปัญหาของการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงมีอุปสรรคและปัญหาสำคัญดังนี้
1. ผู้นำไม่สามารถทำให้บุคลากรเข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงและไม่ยอมรับการ
เปลี่ยนแปลง
2. องค์กรไม่มีการวางแผนระยะยาว มุ่งแต่แผนระยะสั้นทำให้ไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลง
3. ผู้นำไม่สามารถเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์กรได้เพราะบุคลากรยึดติดกับวัฒนธรรม
ดั้งเดิม
4. กระแสโลกาภิวัฒน์เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว บุคลากรในองค์กรตามไม่ทัน
โดยสรุปแล้วผู้นำการเปลี่ยนแปลงจะเปลี่ยนแปลงทั้งคุณลักษณะและพฤติกรรมของผู้นำ
รวมทั้งเปลี่ยนแปลงในมิติ 3 ด้าน ดังนี้
ด้านเนื้อหาสาระ (Content) รวมทั้งวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และคำนึงถึงอะไร (What) ที่
ต้องเปลี่ยนแปลง
ด้านกระบวนการ (Process) การดำเนินงาน วิธีการ ปฏิบัติมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร
(How)
ด้านสภาพแวดล้อมและบริบท (Context) เปลี่ยนแปลงทั้งสภาพแวดล้อมภายในและ
ภายนอก ที่ไหน (Where)
สาเหตุแห่งการต่อต้าน การเปลี่ยนแปลง 9 ประการ
1.กลัวสูญเสียอำนาจการควบคุม
2. สาเหตุแห่งความเปลี่ยนแปลงไม่ชัดเจน
3.ความคลุมเครือของผลลัพธ์
4.ความกะทันหัน
5.กลัวเสียหน้า เสียศักดิ์ศรี
6.กลัวลำบาก
7.การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน
8. ความรู้สึกผูกพันกับสิ่งเดิม
9. การขาดความมั่นใจในตนเอง
วิธีรับมือกับการต่อต้านที่ขาดประสิทธิผล
1.ทำลายการต่อต้าน
2.หลีกเลี่ยงการต่อต้าน
3.กลบเกลื่อนการต่อต้าน
4.การต่อต้านนั้นยังคงเหมือนเดิม/การต่อต้านจะเพิ่มขึ้น
วิธีรับมืออย่างสร้างสรรค์
ใช้วิธีการ 5 ขั้นตอนต่อไปนี้ เพื่อให้การทำงานกับการต่อต้านมีประสิทธิผลได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องให้แต่ละขั้นเสร็จสมบูรณ์ก่อน จึงจะดำเนินการขั้นต่อไปได้ตามลำดับ
ขั้นที่ 1 : เตรียมสภาพการณ์ให้พร้อม
รายละเอียดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในแง่ของกรอบเวลา ผลลัพธ์และพฤติกรรมที่ต้องการให้เกิดขึ้น
ขั้นที่ 2 : ทำให้การต่อต้านปรากฏ
คือ ทำให้ผู้ต่อต้านรู้สึกปลอดภัยและขอความคิดเห็นทั้งหมด
ขั้นที่ 3 : ให้เกียรติผู้ต่อต้าน โดยการ:-
ฟัง ยอมรับการต่อต้าน และเสริมแรงให้กับผู้ต่อต้าน
ขั้นที่ 4 : สำรวจการต่อต้าน
ว่าเป็นการต่อต้านแท้หรือการต่อต้านเทียม
ขั้นที่ 5 : ทบทวน
จากการจดบันทึกไว้เป็นการให้เกียรติความคิดเห็นของผู้อื่นและป้องกันการหลงลืมการต่อต้านใดๆผู้นำการเปลี่ยนแปลง
บรรณานุกรม
กนก จันทร์ขจร.เอกสารประกอบการฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารสถานศึกษาระดับสูง. กรุงเทพฯ :
กองการมัธยมศึกษา กรมสามัญศึกษา, 2535.
การบริหารการเปลี่ยนแปลง (ออนไลน์) 1 มีนาคม.2551 (อ้างเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ) จาก
http://www.itie.org/eqi/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=8559
คณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, สำนักงาน. การศึกษาเพื่อพัฒนาคนสำหรับสังคมไทยในสอง
ทศวรรษหน้า. กรุงเทพฯ , 2540.
ฉันทนิษฐ์ มั่นคง . การบริหาร..(ออนไลน์) 1 กุมภาพันธ์ 2551 (อ้างเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2552 ) จาก http://school.obec.go.th/sup_br3/zx_5.htm .
ผู้นำการเปลี่ยนแปลง. (ออนไลน์) มีนาคม 2550 (อ้างเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2552 ) จาก
http://gotoknow.org/blog/teachingdevelopment/195965 .
ภาวะผู้นำ. (ออนไลน์) กุมภาพันธ์ 2551 (อ้างเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2552 ) จาก
http://pri.obec.go.th/kmc/modules.php?name=News&file=article&sid=37.
รัตติกรณ์ จงวิศาล. ภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลง . (ออนไลน์) มีนาคม 2008 (อ้างเมื่อ 28
กุมภาพันธ์ 2552 )จาก http://hrm.siamhrm.com/report/management_report.php?max=187 วัลลภา วิศวสุขมงคล. การพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศ .(ออนไลน์) 9 พฤษภาคม 2549 (อ้างเมื่อ 20
กุมภาพันธ์ 2552 ) จาก http://www.region4.ago.go.th/.doc
วิโรจน์ สารรัตนะ การบริหารการศึกษา : นโยบายและยุทธศาสตร์เพื่อการบรรลุผล. กรุงเทพ : ห้าง
หุ้นส่วนจำกัดทิพยวิสุทธิ์, 2546.
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ. ภาพอนาคตและคุณลักษณะของคนไทย. กรุงเทพฯ:
โครงการวิธีการเรียนรู้ของคนไทย, 2546.
สุเทพ พงศ์ศรีวัฒน์. (ออนไลน์) 9 พฤษภาคม 2549 (อ้างเมื่อ 20 กุมภาพันธ์ 2552 ) จาก
http://suthep.cru.in.th/leader28.doc
อธิปัตย์ คลี่สุนทร. ยุทธศาสตร์การบริหารในยุคโลกาภิวัตน์ . (ออนไลน์) สิงหาคม 2550 (อ้างเมื่อ
28 กุมภาพันธ์ 2552 )จากhttp://www.thaimarketcenter.com/ecommerce/pawana/images.doc
อุทัยวรรณ กาญจนกามล. แนวโน้มการบริหาร (ออนไลน์) เมษายน 2549 (อ้างเมื่อ 20 กุมภาพันธ์
2552 ) จากhttp://www.scribd.com/doc/4442474/-
Glanz, J. (2002). Finding Your Leadership Style : A Guide for Educations.
Alexandria, Va. : ASCD. Naisbitt. J,& Aburdene, p. (1990) Megatrends 2000. England : Clays Ltd