อนาคตของชาติ”แนวหน้า”กลุ่มเสี่ยงเอดส์ เซ็กส์กับวัยรุ่น เซ็กส์ก่อนวัย-สิ่งยั่วยุ-ครอบครัวแตกแยก ปัจจัยกระตุ้น

      โรคเอดส์ ไม่ใช่มหันตภัยหน้าใหม่สำหรับโลกวันนี้ แต่ยังคงอานุภาพร้ายแรงเพราะคุกคามระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้ผู้ติดเชื้อมีอายุขัยสั้นกว่าที่ควรและที่สำคัญคือยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ยารักษาให้หาย หรือปราการป้องกันด่านสำคัญที่ชะงัดที่สุดก็คือ ความไม่ประมาท มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย แม้กับคนที่รักใคร่ใกล้ชิดที่สุด

 

      แต่ดูเหมือนความรักกับความตระหนักรู้เพื่อสู้ภัยเอดส์จะเดินไปด้วยกันได้ไม่ง่ายนัก เพราะเมื่อดูจากข้อมูลผู้ติดเชื้อรายใหม่ย้อนไปในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เลยไปถึงอนาคตข้างหน้าดังภาพที่นำมาแสดงนี้จะเห็นได้ว่า เป็นการถ่ายเทเชื้อโรคร้ายจากคนรักที่นอนร่วมเตียงกันเสียเป็นส่วนใหญ่

 

      ศูนย์ข้อมูลระบาดวิทยาสำนักระบาดวิทยา เผยข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาว่า จำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั้งหมดระหว่าง พ.ศ. 2527 - 2551 มี 353,020 คน ในจำนวนนี้เป็นวัยรุ่นอายุ 15 - 24 ปี รวม 30,339 ราย หรือคิดเป็น ร้อยละ 8.6

 

      นับว่าเป็นปรากฏการณ์ที่น่าสลดใจจากการที่ "ความหวัง" และ "อนาคต" ของชาติซึ่งอยู่ในวัยเปี่ยมพลังนับหมื่นคงต้องเผชิญชะตากรรมผกผัน กลายเป็น "ผู้ป่วยเรื้อรัง" ที่ต้องได้รับยาไปจนตลอดชีวิต

 

      นอกจากนี้สำนักพัฒนาวิชาการสนับสนุนการป้องกันแก้ไขปัญหาเอดส์ กรมควบคุมโรค ได้ใช้ฐานข้อมูลผู้ติดเชื้อรายใหม่มาคาดประมาณสัดส่วนของผู้ติดเชื้อรายใหม่ในช่วง พ.ศ. 2540 - 2553 แยกตามกลุ่มประชากร พบ 2 กลุ่ม ประชากรที่คาดว่าจะติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง นั่นคือ กลุ่มผู้ที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนการแต่งงานและกลุ่มชายรักชาย สำหรับกลุ่มที่มีสัดส่วนสูงหลายกลุ่ม เช่น หญิงที่ติดจากสามี กลุ่มชายนักเที่ยว และผู้ใช้ยาชนิดฉีดคาดว่าจะลดลง

 

      ผู้เชี่ยวชาญระบุถึงสาเหตุที่ผลักดันอยู่เบื้องหลัง ให้วัยรุ่นไทยมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยและวาระอันควร ซึ่งเป็นสะพานทอดสู่สถานการณ์เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอดส์ว่า ประกอบด้วยความอยากรู้อยากลอง  การพัฒนาการทางร่างกายและความรู้สึกทางเพศ รวมถึงปัจจัยแวดล้อมทางสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป  ส่งผลให้วัยรุ่นไทยส่วนหนึ่งเริ่มมีประสบการณ์ทางเพศครั้งแรกตั้งแต่อายุน้อย

 

      เมื่อจำแนกแยกแยะแรงผลักดันให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เสี่ยงเอดส์ พบว่า มาจากสาเหตุสำคัญดังนี้

 

      1. มักเป็นการมีเพศสัมพันธ์กับคนรักหรือเพื่อนโดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ด้วยความเข้าใจผิดว่า การมีเพศสัมพันธ์กับคนรู้จักน่าจะปลอดภัย ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีเหมือนการมีเพศสัมพันธ์กับหญิงบริการ

 

      2. การเข้าถึงมีสิ่งยั่วยุต่างๆ ได้ง่ายขึ้น มีส่วนกระตุ้นให้วัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์เร็วขึ้นอีกทางหนึ่ง ทั้งนี้ผลสำรวจพฤติกรรมที่มีอิทธิพลต่อการมีเพศสัมพันธ์ในกลุ่มวัยรุ่น  พบว่า มาจากการดูหนังโป๊ และการเข้าเว็บไซต์ลามก โดยการดูหนังโป๊มีอิทธิพลต่อการมีเพศสัมพันธ์ของนักเรียนชาย ร้อยละ  82 และนักเรียนหญิง ร้อยละ 48 ส่วนการเข้าชมเว็บไซต์ลามกมีผลต่อนักเรียนชาย ร้อยละ 53 และนักเรียนหญิง ร้อยละ 18

 

      3. การที่ครอบครัวปล่อยให้ลูกหลานใช้ชีวิตอิสระไกลหูไกลตาตามลำพัง เปิดโอกาสให้วัยรุ่นส่วนหนึ่งใช้ชีวิตคู่กับคนรักฉันสามีภรรยา รวมถึงการดำเนินชีวิตตามค่านิยมที่เห็นว่า การมีเพศสัมพันธ์กับคนรักแม้ยังอยู่ในวัยเรียนหรือยังไม่แต่งงานไม่เป็นเรื่องเสียหาย ดังสะท้อนผ่านผลการสำรวจความคิดเห็นที่เผยแพร่ทางสื่อมวลชน  ในช่วงวันแห่งความรัก 14 กุมภาพันธ์ 2551 ระบุว่า เยาวชนไทย ร้อยละ 21 ต้องการมีเพศสัมพันธ์กับคู่รักในวันวาเลนไทน์

 

      จะทำอย่างไรที่วิถีแห่งการแสวงหาการตอบรับ ความสุขและความสนุก อันเป็นยอดปรารถนาของวัยแรกรุ่นจะหลีกไกลจากความเสี่ยงมหันตภัยโรคเอดส์? นั่นคือโจทย์ที่ชวนให้ช่วยกันขบคิด เตรียมการและลงมือทำตั้งแต่วันนี้ เริ่มต้นจากที่บ้านและพื้นที่รอบตัวเรา