Gotoknow เป็น Learning by Doing ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่เห็นชัดที่สุดในวงการวิชาการ ที่สามารถพัฒนางานได้จาก "การเรียนรู้" อย่างแท้จริง

บันทึกนี้ขอต่อยอดเรื่อง "ความกลมกล่อมของ Storytelling" จากบันทึก เรื่องเล่า (Storytelling) แบบกลมกล่อมเขียนได้ง่ายๆ และไม่ยากอยากที่คิด โดยในบันทึกดังกล่าวข้าพเจ้าก็ได้แสดงความเห็นไว้ในเบื้องต้น ดังนี้...

อื่ม... "กลมกล่อม" เป็นคำที่ "สมบูรณ์" มาก สมบูรณ์ทั้งตัวคำและสมบูรณ์ทั้งการกระทำของสมาชิกใน Gotoknow

เพราะการจะปรุงอาหารอย่างใดสักอย่างหนึ่งอย่างเช่นเรื่องเล่า (Story telling) ให้กลมกล่อมได้นั้นจะต้องมีทั้งผู้ปรุง ผู้ชม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ผู้ชิม" หรือรวมไปถึงการเปิดใจรับจากคำติชมจาก "ผู้วิพากษ์" และ "ผู้วิจารณ์"

Gotoknow เปิดโอกาสให้ผู้ปรุงพบกับผู้ชิม แล้วสามารถให้ผู้ชิมนั้นมีโอกาส "วิพาก วิจารณ์"

หรือบางคนก็ชมอยู่ห่าง ๆ หรือบางคนก็มาทิ้งร่องรอยไว้บ้างเป็น "กำลังใจ"

แต่ไม่ว่าใครจะเข้ามาในฐานะ "ผู้ใด" ๆ ทุก ๆ ล้วนแต่ช่วยสร้างเสริมให้เรื่องเล่าที่ถ่ายทอดออกมาจากหัวใจนั้น "กลมกล่อม"...

ซึ่งในโอกาสนี้เองจึงขอมาต่อยอดจากสิ่งที่เคยคิดไว้เพื่อให้หมุนวนขึ้นไปให้เป็น "เกลียวความรู้..."


กว่าจะมาถึงวันนี้ที่อาหารแต่ละจานที่ Blogger ชาว Gotoknow ได้ร่วมกันปรุงขึ้นมาให้ทุก ๆ คนในสังคมได้ชิมได้ชมกันอย่าง "กลมกล่อมนั้น" มีเหตุ มีปัจจัยที่เกื้อหนุน "ความสำเร็จที่กลมกล่อม" นี้หลายประการด้วยกันคือ
ประการแรก ห้องครัวและเครื่องครัวที่เพรียบพร้อม ในเรื่องของเครื่องใช้ไม้สอยต่าง ๆ ในการทำงานที่ตระเตรียมไว้อย่างนี้ดีแล้วนั้นก็ต้องขอยกความดีทั้งหลายให้กับทีมงาน UsableLabs.org
ทีมงาน UsableLabs.org เป็นทีมงานเล็ก ๆ ที่สร้างผลงานใหญ่ ๆ ด้วยรากฐานจาก "การจัดการความรู้ (Knowledge Managment)" ซึ่งเป็นการเรียนรู้เพื่อปฏิวัติสังคมไทยเพื่อสร้างอนาคตใหม่ทางวิชาการ
รากฐานสำคัญจากผู้ก่อตั้ง "สถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)" http://www.kmi.or.th/ ได้สร้าง "รูปแบบการพัฒนาด้วยการเรียนรู้" หรืออาจจะเรียกได้ว่า Gotoknow เป็น Learning by Doing ที่ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมที่เห็นชัดที่สุดในวงการวิชาการ ที่สามารถพัฒนางานได้จาก "การเรียนรู้" อย่างแท้จริง  
 
เพราะการพัฒนาในสังคมนี้ไม่มี "ผลประโยชน์" ในเรื่องของธุรกิจและการค้า ที่จะเป็นเครื่องกระตุ้นให้ทั้งผู้บริหารและพนักงาน กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อที่จะได้มาซึ่ง "ผลประโยชน์" นั้น
 
ด้วยเหตุนี้เอง "การเรียนรู้" จึงเป็นพระเอกในการที่จะพัฒนาสังคมโดยเริ่มต้นจาก "บุคคล" เป็นสำคัญ
 
"บุคคลที่มีจิตใจใฝ่การเรียนรู้ ในทุก ๆ ลมหายใจของเขาย่อมจะพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา..."
 
คนที่ทำงานด้วยเงิน จะมีเวลาทำงานเพียงแค่แปดโมงเช้า ถึงห้าโมงเย็น แต่คนที่ทำงานด้วยใจที่ใฝ่การเรียนรู้นั้น ไปที่ไหน ๆ ก็มีความสุขใจในการขวนขวายหาความรู้ในการ "พัฒนา"
 
ดังนั้นเองวงจรของการจัดการความรู้ (KM) ก็จะหมุนวนเป็นเกลียวอยู่ตลอด นับตั้งแต่การมองโลกนี้อย่างมีเป้าหมาย มีการ Focus ทุกสิ่งที่ตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจได้สัมผัส เสร็จแล้วก็นำมาบันทึกเข้าไว้ใน Memory ที่ใหญ่ที่สุดในโลกนั้นคือ "ใจ" ดวงนี้ จากนั้นจึงพินิจ พิเคราะห์ แล้วสกัดเข้ารวมไว้ใน "จิตใจ" เก็บไว้เพื่อเป็นคลังของ "ปัญญา"
 
การผสมผสานระหว่างคลื่นลูกใหม่และลูกเก่า รวมถึงความรู้ทั้งจากเมืองไทยและเมืองนอกนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ...
 
ในอดีตในวงการวิชาการไทยเรามีปัญหามากเรื่องของการที่การที่นักวิชาการไปรับนำทฤษฎีหรือหลักการของต่างประเทศแล้วนำเข้ามาใช้โดยมิได้คำนึงถึงความ "เหมาะสม" สำหรับ "บริษัท" ของสังคมไทย
 
ด้วยเหตุนี้ "วงการวิชาการไทย" จึงเปรียบเสมือน "ยาขม" ของนักพัฒนา ทั้ง ๆ ที่ใคร ๆ ต่างก็ปลอมปะโลมใจกันบ้างว่า "หวานเป็นลม ขมเป็นยา"
 
ซึ่งแตกต่างจากที่นี่เพราะแกงหม้อนี้ "กลมกล่ม" ของขมก็ชมชอบได้ ของหวาน ๆ ก็ไม่เลี่ยนเกินไป... การนำทฤษฎีจากต่างประเทศแล้วนำมาประยุกต์ใช้โดยให้บุคลากรมี KM เป็นพื้นฐานของจิตใจถือว่าเป็น "บูรณาการทางความรู้" ที่สมบูรณ์
 
เพราะหลักการของ KM นั้นไม่ปิดกั้นความรู้นอก ไม่ปฏิเสธความรู้ใน ความรู้ใดเหมาะสมกับเรื่องและกาลใด สามารถประยุกต์ใช้ได้อย่าง "กลมกลืน"
 
การผสานทฤษฎีกับการปฏิบัตินั้นต้องอาศัยบุคคลที่มีใจที่เปิดกว้างทางความคิด KM สร้างคนให้มีหัวใจที่เปิดกว้าง ไม่เชื่อในสิ่งที่ใครเขาบอกว่าดี ไม่ปฏิเสธในสิ่งที่ใครเขาบอกว่าไม่ดี ใครบอกอะไรก็ฟังไว้ จากนั้นจึงนำมา "วิจัยและพัฒนา (Research & Developement)"
 
พัฒนาการของ "ห้องครัว" ที่มี UsableLabs.org เป็นผู้ออกแบบและพัฒนานี้ จึงมีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวหน้ามาเป็นลำดับ
มีการจัดหาหม้อใบใหญ่ กะทะใบใหม่มาให้สมาชิกได้ใช้กันอยู่บ่อย ๆ
 
บางครั้งอุปกรณ์มาใหม่ ๆ ใช้ตอนแรกมันก็ไม่ค่อยถนัดมือ แต่นั่นก็ธรรมดาสำหรับของใหม่ ด้ามจับมันใหญ่ไปก็จับไม่ถนัด แต่ถ้าเราพิจารณาให้ดีอาจจะเป็นเพราะมือเราเล็ก จึงใช้ไม่ถนัดบ้าง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีนะ เพราะเรา (Blogger) จะได้พัฒนามือไม้ของเราให้ใหญ่ตาม ไม่งั้นเราก็จะกลายเป็นคนงอมืองอเท้าไม่รู้จักการ "พัฒนา..."
 
ในปัจจุบันนี้ถือได้ว่าห้องครัวที่ชื่อ Gotoknow นี้เพรียบพร้อม ขนาดห้องพร้อมทั้งอุปกรณ์มีให้บริการอย่างพอเหมาะ พอดี เป็นอุปกรณ์ที่เน้น "อรรถประโยชน์" เป็นหลัก ไม่หรูหรา ฟุ่มเฟือย ถือว่าเป็นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
 
การมีห้องครัวที่พร้อม สะอาด และดี ย่อมเป็นปัจจัยสำคัญที่อาหารได้ออกมานั้นมี "คุณภาพ"
การเรียนรู้จากผู้ปฏิบัติที่ทำตัวอย่างไว้ดี ย่อมเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการ "พัฒนา..."