.....

     ต่อเนื่องจาก บันทึกนี้ ผมได้เล่าถึงบรรยากาศภาพรวมของคอนเสิร์ท ๒๐ ปีสืบนาคะเสถียร ไว้ บันทึกต่อจากนี้เป็นการระบายความอัดอั้นของผมครับ

     เพิ่งจะเริ่มขึ้นเพลงกระถางดอกให้คุณ ผมก็ออกจากหอประชุมใหญ่ด้วยความหงุดหงิด ไม่ใช่เพราะความจำเป็นที่ต้องไปส่งเพื่อนผู้น้องซึ่งต้องเดินทางกลับต่างจังหวัด แต่เป็นเพราะถูกทำลายบรรยากาศของการนำตัวเองเข้าหา “สืบ นาคะเสถียร” ร่วมรำลึกและตอกย้ำเสียงที่ท่านสั่งเสีย รวมทั้งเสียอรรถรสในการฟังดนตรีจากการแสดงสด

      ผมนั่งแถวสุดท้ายในหอประชุม ด้านหน้าผมทั้งแถบมีผู้ชมกลุ่มหนึ่งเดินทางมาด้วยกันแต่ไม่พร้อมกัน ซึ่งทยอยกันเข้ามาทีละคนสองคน เข้ามาก็คุยกันดังขรม ดังถึงขนาดที่ว่าผมจับใจความบทสนทนานั้นได้

      ทันทีที่เพลงวณิพกขึ้น เหล่าบรรดาสาวกคาราบาว ก็เริ่มปลดปล่อยวาดลวดลายของตัวเองอย่างไม่สนใจผู้ใด อีกฝั่งหนึ่งของแถวที่ผมนั่งอยู่ ได้หนุ่มผมยาวคนหนึ่งสวมเสื้อยืดกลางหลังมีสัญลักษณ์ของคาราบาว คือ หัว/เขาควาย ลุกขึ้นยืนพร้อมกับส่ายสะโพกโยกตัวอย่างเมามัน ชูมือทั้งสองข้างที่สามนิ้วกลางกำอยู่ส่วนนิ้วโป้งกับนิ้วก้อยแยกจากกัน เป็นที่รู้กันว่านี่เป็นสัญลักษณ์ของวงคาราบาว เพียงสักพักก็เริ่มมีคนลุกขึ้นโยกตามกัน

      จบเพลงวณิพกต่อด้วยคนล่าฝัน คนก็เริ่มลุกจากที่นั่งไปทางทางเดินซึ่งเป็นช่องว่างระหว่างโซนโยกตัวเต้นรำกันสุดเหวี่ยง คะเนด้วยสายตาไม่น่าจะต่ำว่า ๓๐ คน บ้างก็ยังลุกเต้นอยู่กับเก้าอี้ตนเอง โดยไม่คำนึงว่าจะบดบังการชมดนตรีของคนที่มีที่นั่งอยู่ด้านหลัง บรรยากาศไม่ต่างจากคอนเสิร์ตในร้านเหล้า

      ผมสังเกตุเห็นเริ่มมีบางคนเดินออกไป ผมเองตั้งใจจะอยู่ชมต่ออีกสักพักก็ต้องลุกเดินออกไป เมื่อออกไปถึงหน้าห้องก็พบว่ามีคนทยอยออกมาจำนวนไม่น้อย ไม่รู้ว่าคนเหล่านั้นรู้สึกอย่างเดียวกับผมหรือไม่

      ผมไม่รู้ว่าต่อจากนั้นบรรยากาศในหอประชุมใหญ่แห่งนี้จะสนุกสุดเหวี่ยงกันเพียงไร...

      มิใช่ผมจะไม่เคยมีท่าทีหรือการกระทำเยี่ยงนี้ เคยอยู่บ้างแต่ก็ประพฤติในร้านเหล้า เป็นการสนุกสนานกับการแสดงดนตรีในแบบแผนและกติกาที่ทุกคนยอมรับ แต่นี่เป็นการแสดงดนตรีที่คนส่วนใหญ่ตั้งใจมาร่วมรำลึกถึงเจตนารมน์ของวีระบุรุษที่นับถือ มาฟังดนตรีจากวงดนตรีเพื่อชีวิตที่มีส่วนร่วม/ใช้ชื่อ ในการสืบทอดเจตนาของวีรบุรุษท่านนั้น

     แต่คงไม่มีใครตั้งใจหรือมาชมการเต้นแร้งเต้นกา และมิได้เตรียมใจมาพบกับบรรยากาศที่มีคนมาชมดนตรีไม่รู้จักวัฒนธรรมการชมดนตรีในหอแสดงดนตรีหรือหอประชุม มิได้คาดว่าจะพบพฤติกรรมแบบเดียวกับที่ร้านเหล้า ถ้าเป็นอย่างนั้นไปที่ตะวันแดงหรือผับต่าง ๆ ที่มีอยู่ดาษดื่นในเมืองกรุง ในวันที่มีคอนเสิร์ทของศิลปินเหล่านี้ ซึ่งมีอยู่เนือง ๆ ก็ได้

      อาจจะพอยอมรับได้บ้างหากคอนเสิร์ทนี้มิใช่การแสดงดนตรีซึ่งนำศิลปะมารับใช้สำหรับการระลึกถึงคุณงามความดีของบุคคล

     แต่ครั้งนี้ คอนเสิร์ทนี้เป็นการรำลึกถึง “สืบ นาคะเสถียร” เป็นการตอกย้ำซ้ำทวนอุดมคติที่ท่านทิ้งไว้บนแผ่นดินซึ่งแลกด้วยชีวิตของท่านเอง และสิ่งนี้ก็เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับโลกและมนุษยชาติ

     จะสนุกสนานกันอย่างไรก็ไม่ว่าหรอก แต่อย่าให้ไปบดบังเจตนารมย์นี้จะได้ไหม...

     มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยสำหรับผมที่จะใช้ชื่อของวีรบุรุษท่านนี้ ใช้เป็นโอกาสมาสนุกสนานเฮฮาตามแบบที่สามารถทำได้ในร้านเหล้า

     ผมเศร้าใจจริง ๆ ครับ