การจากไปของย่าผู้ที่เป็นที่รัก
   เช้าตรู่วันที่22 สิงหาคม พ.ศ.2553 เวลาประมาณตี4 เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ปกติถ้าดิฉันนอนหลับแล้วจะไม่ค่อยตื่นมารับโทรศัพท์ของใคร แต่พอดีวันนี้ตื่นเข้าห้องน้ำ ก็เลยได้รับโทรศัพท์ของพี่สาว ประโยคแรกที่พี่พูดคือ "ไม่กลับบ้านเหรอ" ดิฉันตอบ "ยังไม่กลับ กลับไม่ได้เพราะติดซ้อมเชียร์อยู่"  พี่ถามต่อว่า"กลับบ้านไม่ได้เหรอ ย่าไม่อยู่แล้วนะ" พอพี่พูดเสร็จดิฉันแทบจะเป็นลม ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ร้องไห้ คิดอยู่อย่างเดียวนี่เราฝันไปใช่ไหม วินาทีนั้นแทบบ้า

   ดิฉันทำใจไม่ได้ เพราะดิฉันพึ่งกลับบ้านในสัปดาห์ที่แล้ว ย่ายังดูแข็งแรง และก่อกลับมาที่กำแพงย่ายังถามดิฉันว่าดิฉนอยากทานอะไรไหม ก่อนวันที่จะกลับย่าได้ทำขนมจีนของโปรด ให้ดิฉันทาน และย่ายังได้ทำน้ำพริกหมูมาให้ดิฉันเก็บไว้กินที่กำแพง  ดิฉันได้ให้โทรศัพท์หนึ่งแก่ย่า เพื่อเอาไว้โทรติดต่อหากัน แต่วันที่จะกลับมาเรียนย่าทำโทรศัพทหาย พอดิฉันกลับมาถึงที่กำแพงจึงซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ให้ย่า กะว่าถ้ากลับบ้านเดือนหน้าจะเอาไปให้ย่า แต่ไม่คิดเลยว่าจะสายเกินไป

   ย่าของดิฉันจากดินไปแล้วท่านจากไปโดยที่ไม่ทันได้บอกลา ก่อนย่าจะไปท่านไม่ได้สั่งเสียอะไรเลย เพราะตอนที่ย่าไปนั้นไม่มีใครรู้เลย เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ.2553 เวลาประมาณสามทุ่มกว่าๆ เหตุการณ์ทั่วไปก็ปกติ ย่าก็ทีวีเหมือนทุกวัน ก่อนนอนย่าจะต้องเตรียมน้ำไว้ให้ปู่ดื่มก่อนนอนทุกคืน คืนนี้ก็เช่นกัน ย่าก็ไปเตรียมน้ำแต่ยังไม่ทันถึงห้องนอน ก็มีเสียงดัง ดังขึ้นเป็นเสียงเหมือนมีอะไรล้มลง ปู่บอกว่าพอปู่ได้ยินเสียงก็ตะโกนถามย่าว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ไมม่ได้ยินเสียงตอบรับจากย่า  ปู่จึงออกมาดู เห็นย่านอนอยู่กับพื้นจึงรีบเข้าไปดู ย่านอนนิ่ง ปู่จึงเรียกคนข้างๆบ้านมาช่วย ทุกคนพาย่าไปโรงพยาบาล หมอพยายามช่วยชีวิตย่าไว้ตั้งนาน แต่ก็ไม่สำเร็จ  ย่าสิ้นลมตั้งแต่ที่บ้านแล้ว

   ย่าเสียตั้งแต่คืนนั้นแล้วแต่ที่บ้านไม่โทรมาบอกดิฉัน ทุกคนรอให้ถึงเช้าแล้วจึงค่อยโทรมาบอกดิฉัน พอดิฉันทราบ ก็รีบกลับบ้านโดยไม่ได้คิดอะไร คิดอยู่อย่างเดียวว่าจะทำอย่างไรให้กลับถึงบ้านให้เร็วที่สุด ดิฉันออกจากหอตั้งแต่หกโมงเช้า ซื้อตัวรถหกโมงครึ่ง แต่ดิฉันนั่งรอจนเกือบสองโมงเช้ารอก็ยังไม่มา คนขายตั๋วมาบอกว่ารถเสียมาไม่ได้แล้ว จะคืนเงินให้ ดิฉันต้องนั่รถสอวแถวไป กว่าจะถึงบ้านก็เกือบบ่าสองแล้ว พอถึงบ้านเดินขึ้นบ้าน เห็นโรงศพย่า ดิฉันทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ร้องไห้ แต่พอปู่ขึ้นบ้านมาพ่อบอกให้หยุดร้อง ต้องทำเป็นเข้มแข็ง อย่าร้องไห้ให้ปู่เห็น ดิฉันต้องแอบไปร้องไห้คนเดียว    ดิฉันกับย่าเราไม่เคยห่างกันเลย จนดิฉันมมาเรียนต่อที่กำแพง ดิฉันไม่คิดเลยว่าต่อจากนี้จะไม่มีโอกาสได้เจอกับย่าอีก ก่อนมาเรียนนี้เราได้คุยกันว่า ดิฉันจะมาเรียนอีกห้าปี แล้วจะกลับไปดูแลปู่กับย่า ปู่กับย่าสัญญาว่าจะรอจนกว่าดิฉันเรียนจบ แต่ย่าก็ผิดสัญญาย่าไม่ทันอยู่รอ วันที่ดิฉันเรียนจบ

 

                                                  "แม่หลวง บาฮักแมม่หลวงหนา

                                                    บาสัญญาว่าบาจะตั้งใจ๋เฮียน

                                                    แม่หลวงบะต้องห่วงบาหนา

                                                    บาขอฮื้อแม่หลวงไปดีหนา

                                                    บาฮักแม่หลวงเสมอหนา "