คำสัญญาที่หาดใหญ่
ก่อนจากกันไกล เหลือไว้เพียงคำสัญญา ที่ชานชาลาส่งเธอขึ้นบนรถไฟ.....นี่เป็นท่อนหนึ่งของเพลงคำสัญญาที่หาดใหญ่ ฉันร้องเพลงนี้ขึ้นมาขณะนั่งอยู่คนเดียวทันทีที่เห็นหนังสือเชิญไปร่วมเเลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการประชุมเครือข่าย Palliative care ในโรงเรียนเเพทย์ที่จะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์เป็นเจ้าภาพ เพลงนี้เคยโด่งดังเมื่อครั้งหลายปีมาเเล้ว เเต่ เอ! เกี่ยวอะไรกับบันทึกนี้หนอ ไปสัญญาอะไรกับใครไว้ที่หาดใหญ่เนี่ย เอาเป็นว่า ตามอ่านบันทึกนี้ให้จบนะคะเเล้วจะรู้ว่าเกี่ยวยังไง
เครือข่าย Palliative care( การดูแลแบบประคับประคอง) ในโรงเรียนเเพทย์มี เเกนนำคนสำคัญก็คืออาจารย์หมอเต็มศักดิ์ อาจารย์หมอสกล ที่ชาว g2k เเละคนในวงการ palliative care ต้องรู้จักทั้งสองท่านเป็นอย่างดีและท่านอาจารย์หมอศรีเวียง ไพโรจน์กุล ก็เป็นหนึ่งในกำลังสำคัญในการผลักดัน palliative care ในบ้านเรา เพราะตัวเองก็ถือว่าเป็นศิษย์ของอาจารย์ทั้ง 3 ท่านสำหรับการเรียนรู้องค์ความรู้งาน ด้าน Palliative care ที่นี่ฉันมีโอกาสได้พบเจอคนรัก Palliative ตัวจริงเสียงจริงจากทุกสถาบันโดยเฉพาะที่ มอ. คนรัก palliative เยอะจริงๆ เเละการประชุมครั้งนี้ได้รับสิ่งดีดีกลับมามากมาย เราเดินทางไปกันทั้งหมด 4 คน มีจิ๋ม อาจารย์หมอศรีเวียง อาจารย์นภาเเละฉัน เราเดินทางจากขอนเเก่นตั้งเเต่บ่ายสองโมง ไปต่อเครื่องที่สุวรรณภูมิหกโมงเย็น ถึงหาดใหญ่ประมาณสองทุ่มกว่า เข้าพักที่รีสอร์ทชื่อ Weenee resort ซึ่งต้องบอกว่าชอบการตกเเต่งเเละบรรยากาศดีมากๆ ทราบว่าเป็นการตกเเต่งสไตส์บาหลี ไปชมบรรยากาศตลอดการประชุมดีกว่านะคะ

สถานที่จัดประชุมค่ะ

ท่านอาจารย์นภา หลิมรัตน์, อาจารย์หมอศรีเวียง ไพโรจน์กุล เพื่อนร่วมเดินทางในครั้งนี้

ถ่ายกับจิ๋มเพื่อร่วมทาง palliative care ศรีนครินทร์เเละร่วมทางใน Trip นี้ด้วย

พนักงานต้อนรับสาวสวยตาคม The weenee resort

พิธีกรคู่หล่อเเละสวยคัดสรรมาเเล้ว คาดว่านะคะ

ใครเอ่ย ให้ทาย
ยืนยันว่ามาถึง มอ. เเล้วจริงๆ ถ่ายภาพกับพี่สุ้ยจากเครือข่ายพุทธิกา
อาจารยหมอเต็ม

กระทบไหล่คนรัก palliative ตัวพ่ออีกคนค่ะ อาจารย์หมอสกล
บรรยากาศการประชุมวันเเรก
my boss อาจารย์หมอศรีเวียง เเลกเปลี่ยนในหัวข้อ
pediatric medicine in palliative care

บรรยากาศ Palliative care in community medicine
Medical students cases presentation ประทับใจเเละได้เรียนรู้เยอะมาก เป็นการสอนให้นักศึกษาเเพทย์ให้ได้เรียนรู้จาก case จริง ของจริง เยี่ยมยอดจริงๆค่ะ ยกนิ้วให้กับทีมที่เข้มเเข็ง มอ. ค่ะ
ใครก็ม่ายรู้เนี่ย ! มาเยือนถิ่นมะปรางเลยนะ
วันที่สองของการประชุมฉันมีโอกาสเเลกเปลี่ยนประสบการณ์
จึงได้เเลกเปลี่ยนในเรื่อง ( อันนี้โจทย์อาจารย์หมอเต็มให้มา)
บทบาทในการทำงาน Palliative care นับตั้งเเต่ทำงานอยู่ที่หอผู้ป่วยเด็กมะเร็ง
เเละ มาถึงบทบาทในหน่วย Palliative care ที่ทำอยู่ปัจจุบัน
เเละบทบาทต่อการเรียนการสอน
ของนักศึกษาเเพทย์
ทั้ง individual เเละร่วมกับทีม
Theme ของงานในครั้งนี้
เย็นวันที่สองชาว มอ. ต้อนรับเเบบประทับใจมากพาไปทานข้าวที่เกาะยอ
ขณะนั่งรถข้ามสะพานติณสูลานนท์ ถ่ายภาพพระอาทิตย์ตกดินสวยมาก ๆ

นี่ก็สวยได้อีกค่ะ ทะเลสาบสงขลายามพลบค่ำ
ม.ขอนเเก่นกดดันจังเลยค่ะ อาจารย์เต็ม กลัวต้อนรับได้ไม่ดีเหมือน มอ.
เมนูนี้ที่เกาะยอ
บรรยากาศทานข้าวริมเล ร่อยจังฮู้
ได้มาเจอน้องเเต๋ม( ที่สองจากซ้าย) น้องสาวที่น่ารัก
พยาบาลหน่วย pain คลินิกจากศิริราช
เราเคยเจอกันเมื่อครั้งที่เเต๋มมาอบรม pain ที่ขอนเเก่น
เเล้วก็ประทับใจกันเจอกันอีกทีที่จุฬาฯ ในการประชุม palliative care
จากนั้นน้องเเต๋มตามสามี(อาจารย์หมอภุชงค์ เหล่ารุจิสวัสดิ์) ไปเป็นผู้ดีอังกฤษอยู่หนึ่งปี
จำได้เสมอว่าเเต๋มเคยบริจาคตังค์มาช่วยเด็กป่วยมะเร็ง
เเละทำให้เรื่องเล่าเรื่องเเรกในชีวิตของพี่กุ้งได้ตีพิมพ์
ในวารสาร pain news ของสมาคมวิจัยความปวดเเห่งประเทศไทย
เรื่อง ปวดเเค่ไหนหนูยังยิ้มได้ด้วยเพราะดนตรีบำบัด
วันนี้ไม่คิดว่าจะได้มาเจอกันอีก บุญสัมพันธ์กันจริงๆ เพราะ palliative เเท้ๆ
เราจึงได้มาเจอกันอีก
ถ่ายภาพกับพี่ฮัว คนรัก palliative อีกคน ตัวเเม่ก็ว่าได้นะคะ
จากศิริราช
รวมพลคนรัก palliative ค่ะ ไผเป็นไผ ดูเอาเองนะคะ
ต้องขอบคุณน้องมุ้ย (เสื้อน้ำเงินที่ 3 จากขวา) ผู้ประสานงานคนเก่ง
ส่วนชายหนุ่มเพียงคนเดียวซ้ายสุด
ต้นตำรับรัก เอ๊ย ต้นตำรับคนรัก palliative ของประเทศไทยตัวจริงเสียงจริงค่ะ

บรรยากาศการประชุมก่อตั้งเเกนนำชมรม palliative care
จุดเริ่มต้นของ คำสัญญาที่หาดใหญ่ค่ะ