บางคนอาจมีวิธีจัดการความเครียดที่ดี บางคนก็ไม่รู้วิธีการ นอกจากจะเครียดจากปัญหาต่างๆ แล้ว ยังเครียดกับการไม่สามารถขจัดความเครียดให้หมดสิ้นไปได้ เมื่อเราสะสมความเครียดไปเรื่อยๆ จากความเครียดเล็กน้อยก็กลายเป็นความเครียดมากได้

นำความรู้ที่เคยเผยแพร่ไปในจดหมายข่าวสาระเพื่อการพัฒนาเด็ก เยาวชน และครอบครัว ของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด้กและครอบครัว ม.มหิดล ฉบับเดือนกันยายน-ตุลาคม 2552 มานำเสนออีกครั้งครับ

จัดการความเครียดอย่างฉลาด

อัจฉริยะ  ลิ้มสุวรรณ

                ธรรมะ  for  you  ฉบับนี้มีเรื่องดีและเป็นประโยชน์มาฝากเช่นเคย  พวกเราทุกคนคงจะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่เคยเครียด  และยิ่งในปัจจุบันแล้ว  เรายิ่งเครียดได้ง่าย  ความเครียดอาจเกิดจากตัวเราหรือสิ่งรอบข้างก็ได้  ปวดหัวก็เครียด  ปวดท้องก็เครียด  เรียนหนักก็เครียด  รถติดก็เครียด  ทำงานก็เครียด  แต่ใครจะเครียดน้อยหรือมากก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคน  บางคนอาจมีวิธีจัดการความเครียดที่ดี  บางคนก็ไม่รู้วิธีการ  นอกจากจะเครียดจากปัญหาต่างๆ แล้ว  ยังเครียดกับการไม่สามารถขจัดความเครียดให้หมดสิ้นไปได้  เมื่อเราสะสมความเครียดไปเรื่อยๆ จากความเครียดเล็กน้อยก็กลายเป็นความเครียดมากได้  ธรรมะ  for  you  ไปเจอวิธีการขจัดความเครียดที่ดี  จึงนำมาฝากแล้วอยากให้ลองนำไปปฏิบัติ  จะพบว่าความเครียดสามารถขจัดได้โดยไม่ยาก  พระศรีญาณโสภณ หรือ ท่านปิยโสภณ  วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก  ได้เสนอวิธีการขจัดความเครียด  เป็นยารักษาใจที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง  ซึ่งมีวิธีปฏิบัติ  ดังนี้

1.  กล้าเผชิญกับความเป็นจริง  คนเรามักจะวิตกกังวลไปก่อนในเรื่องที่ยังมาไม่ถึง  เช่น วิตกกังวลกับโรงเรียนที่จะไปเข้าใหม่  วิตกกังวลกับงานใหม่ที่ได้รับมอบหมาย  กลัวแพ้เมื่อการแข่งขันกีฬายังไม่เริ่มขึ้น  เป็นต้น  แต่เมื่อความจริงมาถึง สติปัญญาเกิดขึ้น  เราก็สามารถปรับตัวให้อยู่โรงเรียนใหม่ได้อย่างมีความสุข  ทำงานที่ได้รับมอบหมายได้สำเร็จ  ชนะการแข่งขันกีฬาด้วยการเล่นอย่างเต็มความสามารถและมีไหวพริบ  หากเรามัวแต่วิตกกังวล  เราก็จะจมกับความกังวลเหล่านั้น    

2.  เข้าใจอารมณ์ของตัวเราและผู้อื่น  ตัวเราและคนอื่นย่อมมีอารมณ์ที่แตกต่างกันไป  พระพุทธเจ้าทรงสอนเรื่อง จริต  ซึ่งเป็นลักษณะนิสัย อารมณ์ และพฤติกรรมที่แตกต่างกันไป  บางคนชอบความสวยงาม  บางคนใจร้อน  หงุดหงิด  บางคนเชื่อคนง่าย  ไม่มีเหตุผล  บางคนฟุ้งซ่าน  จู้จี้จุกจิก  เราต้องเรียนรู้และเข้าใจในลักษณะที่แตกต่างกันไปของแต่ละคน  เมื่อเราเข้าใจแล้ว  เราก็จะไม่เครียด

3.  ไม่คาดหวัง  และเห็นความเปลี่ยนแปลงในทุกสิ่ง  เป็นธรรมดาในการที่จะทำอะไรแล้วหวังอยากได้การตอบแทน  แม้แต่การทำบุญเราก็หวังผลบุญ  ค้าขายหวังผลกำไร  แต่ผลจากการหวังย่อมมี 2 ทาง  คือ  สมหวัง  และ ผิดหวัง  ความเครียดจึงเกิดจากความคาดหวัง  หลักธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงสอนว่า “ความเปลี่ยนแปลง  ความไม่ทนทานในสิ่งต่างๆ  ความไม่ใช่ตัวตน”  ทำให้เห็นว่าทุกสิ่งย่อมเกิดขึ้น  ตั้งอยู่  และเสื่อสลายไป  เป็นความจริง  คำสอนนี้มีความสำคัญมากในการผ่อนคลายและขจัดความเครียด  โดยเราพิจารณาว่าสิ่งต่างๆ ที่เราพบเจอตลอดเวลา

4.  รับรู้ โดยปิดและเปิดประตูให้เป็นเวลา  โลกในปัจจุบันมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย  ทำให้เราหลงใหลไปกับสิ่งเหล่านั้น  ซึ่งทำให้เราห่างไกลจากความเป็นจริง  ประตูที่จะรับรู้สิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่มากระทบกับตัวเรา คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ  การใช้ชีวิตอย่างมีสติและมีปัญญาในการไตร่ตรอง  จะทำให้เราสามารถเข้าใจสิ่งเหล่านั้นที่มากระทบโดยไม่หลงใหลได้  และที่สำคัญ  เราต้องมีสติเปิดปิดประตูในเวลาที่เหมาะสม  เช่น นอนในเวลาที่สมควร  กินในเวลาที่สมควร  หากทำได้จะทำให้ร่างกายของเราไม่อ่อนล้า  และขจัดความเครียดที่เกิดขึ้นได้

5.  อย่าเอาเรื่องคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรามาเครียด  คนเรามักจะเครียดเพราะเรื่องของคนอื่น  บางครั้งไม่มีอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเราเลยแม้แต่น้อย  แล้วนำมาพถูดที่บ้านจนอาจเกิดความขุ่นมัวจนทะเลาะกันขึ้น  ไฟในไม่นำออก  ไฟนอกไม่นำเข้า  เพราะไฟที่เข้าจะเผาเราให้ร้อนรน

6.  แผ่เมตตา นึกถึงกฎแห่งการกระทำ  การแผ่เมตตาจะทำให้เรารู้จักให้อภัย  จิตใจของเราจะมีความสุข  นอกจากนี้ เราต้องนึกถึงกฎแห่งกรรม  หมั่นกระทำแต่ความดี  ผลแห่งการทำความดีจะทำให้เรามีความสุขใจ  เบิกบานใจ  และที่สำคัญยังทำให้เราไม่เครียดด้วย

7.  นึกถึงธรรมชาติที่เหมือนกันของสัตว์ทั้งหลาย  ขั้นสุดท้ายนี้  ให้เรามองเห็นถึงความเสมอภาคของตัวเราและคนอื่น  ที่ต้องพบเจอกับความทุกข์  เผชิญกับความเครียดด้วยกันทั้งนั้น  ไม่ว่าใครจะรวยหรือจน  ทุกคนต้องเจอความตายด้วยกันทั้งนั้น  อย่าน้อยใจในสิ่งที่เป็น  แต่ทำชีวิตปัจจุบันให้มีคุณค่า  ทำแต่ความดี  สติปัญญาย่อมเกิดขึ้นกับตัวเรา

หวังว่าทุกท่านจะได้ประโยชน์ไม่มากก็น้อย  แล้วกลับมาพบกับธรรมะ  สาระ  และแง่คิดที่ดี  เพื่อการใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่าและมีคุณค่าได้ในครั้งต่อไป