10 วิธีสังเกตข่าววิทย์แบบไหนเข้าข่าย "ลวงโลก!"
“บัญญัติ 10 ประการ” ในการจับผิดข่าววิทย์ลวงโลก หรือที่เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วิทยาศาสตร์เทียม” หรือ “วิทยาศาสตร์เก๊” ได้แก่
1. ความก้าวหน้าในแวดวงวิทยาศาสตร์ย่อมจะมีความก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ หากพบว่าเมื่อเวลาผ่านไปมากแล้ว แต่ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยังเป็นข้อมูลเดิมๆ อยู่ ทั้งที่ไม่ได้เป็นข้อมูลพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยากจะหาข้อมูลมาหักล้างได้ ก็อาจตั้งข้อสงสัยได้ว่าเป็นวิทยาศาสตร์เทียม
2. งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์มักมีการทำซ้ำเพื่อยืนยันผลการวิจัยที่ชัดเจนเพียงอย่างเดียว ดังนั้นควรมีการตรวจสอบว่าเคยมีผู้ใดทดลองซ้ำบ้างหรือไม่
และได้ผลตรงกันหรือต่างกันเพียงใด
3. ข่าววิทย์เก๊บางชิ้นมักมีเนื้อหาหรือกล่าวถึงการทดลองที่อยู่ในวงจำกัดเฉพาะกลุ่มตัวเองเท่านั้น หรืออาจเกี่ยวพันกับสถาบันน้อยแห่ง อีกทั้งมักมีเนื้อหาการวิจัยที่เก่ามากนับสิบปี
4. งานวิจัยหรือการค้นพบใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์ส่วนมากมักสอดคล้องกับการค้นพบที่มีอยู่แล้ว
5. บทความวิทยาศาสตร์เทียมทั้งหลายที่อ้างว่าเชื่อถือได้ มักจะไม่ค่อยมีเอกสารอ้างอิงที่เชื่อถือได้อื่นๆ มารองรับ
6. วิทยาศาสตร์เทียมมักใช้ศัพท์ที่ดูเป็นวิชาการอย่างฟุ่มเฟือย แต่คลุมเครือ หาความชัดเจนไม่ได้
7. วิทยาศาสตร์เทียมมักมีการอวดอ้างสรรพคุณเกินจริงชนิดที่ฟังดูก็รู้เช่น งานวิจัยชิ้นนี้มีความถูกต้องมากที่สุด ไม่มีทางผิด และไม่ต้องรับการพิสูจน์ใดๆ อีก
8. วิทยาศาสตร์เทียมมักมีการหยิบยกประโยคสวยหรูมาตบตาอยู่เสมอๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับหลักเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เลย เช่น “ยังมีเรื่องอีกมากมายในใต้หล้าที่เรายังไม่อาจล่วงรู้ได้” หรือบางครั้งก็หยิบยกคำพูดของนักวิทยาศาสตร์ชื่อดังมากลบเกลื่อน เช่น “จินตนาการสำคัญกว่าความรู้” ของอัลเบิร์ต ไอสไตน์
9. เมื่อมีการวิพากษ์วิจารณ์ปะปนอยู่ด้วย มักเน้นการโจมตีผู้วิพากษ์วิจารณ์ตัวเอง มากกว่าการอธิบายข้อสงสัยหรือข้อกล่าวหา และ
10. บางครั้งอาจหลีกเลี่ยงการตรวจสอบโดยผู้อื่น โดยอ้างว่าการทดลองได้ผลบ้างในบางครั้ง ส่วนบางครั้งอาจไม่ได้ผล ผิดกับวิทยาศาสตร์แท้ที่ต้องทำซ้ำได้ผลการทดลองแบบเดิมเสมอ