การให้สิทธิอำนาจ (Empowerment)
ประชุม โพธิกุล
การให้สิทธิอำนาจได้ผลดีเพราะมัน สนับสนุนความต้องการทางจิตวิญญาณของผู้ตาม บุคลากรที่มีความรู้ ต้องการทำสิ่งที่แตกต่างในสิ่งที่ทำอยู่เขาทั้งหลายต้องการให้รู้สึกว่าเขาทำงานดี เป็นที่ยอมรับจากผลงาน เขาต้องการได้รับการยอมรับ ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ ต้องการเข้าร่วมในการติดตาม เพื่อให้ได้ผลตามจุดมุ่งหมายที่ร่วมกันสร้าง ต้องการมีความพึงพอใจในการทำงาน ไม่เป็นผู้บริโภคในสิ่งที่ปรากฏ เพื่อสิทธิอำนาจอย่างไร้เป้าหมาย ผู้นำที่สนองตอบความต้องการเหล่านี้จะทำให้บุคลากรมีความมุ่งมั่นและได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจจากเพื่อนร่วมงาน
การให้สิทธิอำนาจ(Empower )หมายถึงการให้อำนาจหน้าที่ในการตัดสินใจบนพื้นฐานที่ว่า บุคลากรรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่จะควบคุมงาน กล้าเสี่ยงและเรียนรู้จากความผิดพลาดและสนับสนุนให้เปลี่ยนแปลง ข้อกำหนดของการให้สิทธิอำนาจยึดปรัชญาที่ว่า “มีความไว้เนื้อเชื่อใจและจริงใจกับบุคลากร”(Evans and Lindsay2002:305)
ผลประโยชน์ของการให้สิทธิอำนาจ
1.ทำให้บุคลากรมีความจงรักภักดีต่อองค์การ
2.บุคลากรมีพลัง กระตือรือร้น
3.สร้างแรงจูงใจให้บุคลากร
4.เพิ่มโอกาสในการเรียนรู้
5.เพิ่มความสามารถในการปฏิบัติงาน
6.ทำงานได้มากขึ้น ผลลัพธ์มากขึ้น
7.ทำให้บุคลากรทำงานดีขึ้น มีคุณภาพมากขึ้น
8.เกิดผลสำเร็จมากขึ้น (Bryce1991:124)
แนวปฏิบัติในการให้สิทธิอำนาจ
1.ต้องให้การศึกษากับบุคลากร สนับสนุนและส่งเสริมทรัพยากร
2.มีนโยบายและขั้นตอนการปฏิบัติงาน ขจัดข้อจำกัดที่ไม่จำเป็น พยายามสนับสนุนให้บุคลากรสามารถบริการได้อย่างดี
3.สร้างบรรยากาศแห่งความไว้เนื้อเชื่อใจ ไม่สร้างความขุ่นเคืองใจหรือลงโทษในกรณีเกิดความผิดพลาด
4.แลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างอิสระ ไม่ควรมีการควบคุมอย่างใกล้ชิดหรือใช้อำนาจ
5.บุคลากรรู้สึกว่าความพยายามของเขาจะทำให้องค์การประสบความสำเร็จ
6.ฝ่ายบริหารให้สิ่งสนับสนุนที่จำเป็น มีการฝึกอบรม และใช้้ภาวะผู้นำแบบไม่เข้าไปแตะ
7.บุคลากรได้รับการฝึกให้มีอิสระภาพในการทำงาน กำหนดเกณฑ์การตัดสินใจ และทำการทดลองโดยการเล่นบทบาทสมมติเพื่อเป็นวิธีการสอนบุคลากรเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศ(Troyer1996:64 )
หลัก14 ประการ การให้สิทธิอำนาจกับครู (Empowering Teacher)
1.ให้ครูและบุคลากรทุกคนมีกิจกรรมร่วมกันในการแก้ปัญหา ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์และหลักการของคุณภาพเชิงสถิติการควบคุมกระบวนการ
2.ขอร้องให้ครูคิดเกี่ยวกับกิจกรรมต่างๆ การกำหนดโครงการ บริหารโครงการดีกว่าบอกวิธีการให้ทำ
3.แลกเปลี่ยนข้อมูลทางการบริหาร
4.ขอร้องให้บุคลากรที่อยู่ในระบบ และมีระเบียบวิธีการปฏิบัติส่งมอบคุณภาพต่อลูกค้า คือ นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้ร่วมงาน
5.ทำความเข้าใจความปรารถนาที่จะปรับปรุงครู มิใช่เป็นวิธีการที่ผู้บริหารเบื้องบนสั่งการมา
6.ความเจริญเติบโตในวิชาชีพสมัยใหม่ ความรับผิดชอบและการพัฒนาวิชาชีพเป็นความรับผิดชอบของครูและเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิค
7.การดำเนินการเชิงระบบ การส่ือสารอย่างต่อเนื่องระหว่างสมาชิกทุกคนที่เกี่ยวข้องในโรงเรียน
8.พัฒนาทักษะการแก้ปัญหาความขัดแย้ง การแก้ปัญหา
9.ช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน
10.จัดการให้การศึกษา แนวคิดในเรื่องประกันคุณภาพการศึกษา การแก้ปัญหา การเจรจาต่อรอง ฝึกความอดทน
11.ทำตนให้เป็นแบบอย่าง มีบุคลิกภาพที่พึงประสงค์ใช้เวลาเดินดูรอบๆ รับฟังครูและนักเรียน
12.เรียนรู้การเป็นผู้สอนงาน( coach) มากกว่าเป็นนาย
13.ให้อิสระ กล้าเสี่ยง มีความยุติธรรมและมีเมตตา
14.มุ่งมั่นที่จะทำให้เกิดดุลยภาพในการปฏิบัติงาน ให้เกิดดุลยภาพสำหรับลูกค้าภายนอก( นักเรียน ผู้ปกครอง ผู้เสียภาษี)ในขณะเดียวกันก็มุ่งให้ความสนใจเพื่อสนองตอบความต้องการลูกค้าภายในด้วย(ครู คณะกรรมการศึกษาและผู้ร่วมงานคนอื่นๆ)(Sallis1996:78-79).