ทำให้ในปัจจุบันผมมีพระกรุแทบทุกยุค ทุกภาค น่าจะเกินกว่าครึ่งของจำนวนกรุที่พบในประเทศไทย

หลังจากที่ผมได้ศึกษาหลักการจำแนกพระแท้ออกจากพระโรงงาน ก็ทำให้เกิดความแม่นยำในการจำแนกมากขึ้น ดูพระได้เร็วขึ้น โดยเฉพาะพระที่เนื้อจัดๆ จะแยกได้ทันทีแบบแทบไม่ต้องส่องกล้อง

โดยอาศัยการดูเนื้อเป็นหลัก พิมพ์เป็นรอง ตำหนิเป็นปัจจัยเสริม ดังที่ได้เคยอธิบายไว้แล้ว

ผมได้มีโอกาสไปเหมาพระตามบ้านต่างๆ หลายประเภท หลายวาระ และยังมีสายเดินพระที่มีความสามารถเฉพาะด้าน เฉพาะสายอีกเป็นสิบ ที่ส่วนใหญ่มีงานทำอย่างอื่น แต่เดินสายพระเป็นงานเสริม

ทำให้ผมมีโอกาส “สั่ง” การหาพระได้โดยง่าย แล้วแต่ว่าผมจะเน้นพระกลุ่มไหน เนื้อไหน พิมพ์ไหน โดยสามารถกำหนดสภาพของพระที่สั่งได้ดีพอสมควร

การไปเหมาตามบ้านนั้น ผมได้ใช้ความรู้ของผมเองโดยตรง ทำให้ผมมีโอกาสฝึกหัดสายตา และประเมินราคาได้รวดเร็วขึ้น พระบางองค์ที่ไม่ค่อยคุ้นก็เน้นการดูเนื้อเป็นหลัก แล้วนำมาดูพิมพ์จากตำราและ Internet

พระที่ได้จากคนเดินสาย ก็จะผ่านการกรองมาชั้นหนึ่งจากฝีมือของนักเดินสายพระ ที่มักจะทราบชื่อและแหล่งที่มาคร่าวๆ แล้วนำมาเทียบกับตำราอีกทีหนึ่ง

ทำให้ในปัจจุบันผมมีพระกรุแทบทุกยุค ทุกภาค น่าจะเกินกว่าครึ่งของจำนวนกรุที่พบในประเทศไทย

 

 

พระรอดลำพูนกรุมหาวัน องค์ล่าสุดที่ได้มาสองวันก่อน

จากสายพระภาคเหนือครับ

พระทวาราวดี กรุเมืองไพร เสลภูมิ ร้อยเอ็ด

พระยอดขุนพล กรุเสมาเจ็ดชั้น เพชรบุรี

 

เพื่อความมั่นใจในลักษณะและสภาพของกรุที่พบพระต่างๆ ที่จะทำให้การศึกษาและการกำหนดหลักการจำแนกมีความชัดเจนมากขึ้น

ผมได้หาโอกาสเดินทางไปทัศนศึกษาสถานที่ตั้งของเมือง ของกรุและสภาพแวดล้อม ต่างๆ ทั่วประเทศทุกภาค

และในการเดินทาง

ผมยังถือโอกาสสัมภาษณ์คนที่อยู่ในชุมชนใกล้ๆกับบริเวณที่พบพระ ทำให้สามารถตรวจสอบการกระจายตัว และจำนวนของพระที่ยังคงอยู่ในมือชาวบ้านได้อีกทางหนึ่ง

ที่ทำให้ผมได้พระกรุแท้ๆ จากชาวบ้านได้อีกทางหนึ่ง

ดังนั้น โดยรวม หลังจากผมมีเกณฑ์ในการจำแนกพระกรุออกจากพระโรงงาน ผมได้

  1. พระกรุที่ต้นทุนค่อนข้างแพง จากร้านขายพระ และแผงพระ ที่มีพระโรงงานปนมาบ้าง ที่ผมใช้เงื่อนไขการตีแลกคืนไปหมดแล้ว ที่เหลือเป็นที่ระลึกไม่กี่องค์
  2. พระกรุจากการทำบุญกับพระที่วัด ที่ต้องทำบุญค่อนข้างสูง กว่าจะได้พระแท้ๆ มาสักองค์ ส่วนใหญ่เป็นพระโรงงาน ที่ผมถวายทำบุญคืนไปเกือบหมดแล้วเช่นกัน
  3. พระกรุจากการไปเหมาตามบ้าน ที่ต้นทุนเฉลี่ยค่อนข้างต่ำ มีเพียงบางองค์ที่สูง เพราะเจ้าของตัวจริงมักเสียชีวิตไปแล้ว เหลือแต่ลูกหลานที่รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ที่รู้ก็จะค่อนข้างแพง ที่บางครั้งต้องเว้นไว้ให้เขาใช้ เพราะราคาตั้งสูงมาก
  4. พระกรุจากสายเดินพระ ตามคำสั่ง หรือตามจังหวะของการหาพระของแต่ละคน แต่ละสาย
  5. พระกรุจากคนเดินมาขายในจังหวะที่ผมอยู่ในตลาดพระพอดี
  6. พระกรุที่เจ้าของจากทั่วประเทศ ติดต่อส่งมาหรือนำมาปล่อยจากการรู้จักผมทาง internet ที่ร้านพระกรุโบราณ จังหวัดขอนแก่น ตาม link

http://www.taradpra.com/store.aspx?StoreNo=4911

จากการสรุปบทเรียน และสอบถามข้อมูลในทุกเส้นทาง ได้ความคร่าวๆว่า

  1. สถานการณ์ทางเศรษฐกิจที่บีบรัดในปัจจุบัน ทำให้คนพยายามหาทางหาเงินเข้า และพระก็เป็นทรัพยากรที่ทำเงินได้ดีพอสมควร จึงนำพระมาปล่อย แม้ส่วนใหญ่จะมีพระโรงงานปนมาพอสมควร ก็ยังได้พระกรุแท้ๆ จำนวนไม่น้อย
  2. การที่เจ้าของจะนำไปปล่อยให้เซียนใหญ่ ร้านใหญ่ในกรุงเทพ หรือในเมืองมักเจอปัญหาการกลั่นแกล้งตีพระเก๊เพื่อกดราคา และมักไม่ซื้อ หรือซื้อแบบกดราคามากๆ ไม่ตามราคาที่ยุติธรรม
  3. เซียนใหญ่ หรือร้านใหญ่มักแกล้งตีเก๊ให้เสียกำลังใจ แล้วส่งสัญญาณให้เด็กในร้านไปช้อนซื้อราคาพระเก๊ ตอนเจ้าของกำลังจะออกจากตลาด คนที่รู้เหลี่ยมจะไม่ยอมขาย แต่จะพยายามติดต่อตกลงราคาส่งรูปให้ดูกันทาง email และทางโทรศัพท์ กับร้านใน internet ที่ดีกว่าไปโดนข่มขู่ให้เสียความรู้สึกในตลาดใหญ่
  4. คนเดินสายพระสามารถหาพระได้ค่อนข้างง่าย จำนวนมากพอ ได้พระที่มีกำไร คุ้มค่าเหนื่อย และค่าเดินทาง
  5. การทำงานแบบกัลยาณมิตร พึ่งพาอาศัยกัน มีความมั่นใจ สบายใจ และมีความสุขกว่าการนำพระไปให้เซียนใหญ่ หรือร้านใหญ่ ที่มักเล่นตัวและวางตัวแบบที่ไม่น่าคบ
  6. จึงทำให้การหาพระกรุในเส้นทางนี้ ได้พระมาก เร็ว และส่วนใหญ่ต้นทุนไม่สูง

ดังนั้น ทั้งๆที่ ผมไม่ได้เน้นการหาพระ แต่เน้นการศึกษาประวัติศาสตร์ของดินแดนสุวรรณภูมิ แต่ปรากฏว่าในปัจจุบันผมมีพระกรุค่อนข้างมาก อันเนื่องมาจากสาเหตุข้างต้นครับ

ใครที่ต้องการชมตัวอย่างพระสวยๆ จากทุกกรุทั่วประเทศไทย ให้กดที่นี่ครับ