การพยายามยื้อยุดการตายของอวัยวะและการนิ่งมองดูอย่างมีสติรับ "ความตายของชีวิต"
อ่านแง่คิดพระอาจารย์ไพศาล วิสาโลเรื่อง การจัดการกับความตาย ชื่อบทความจริง ๆ จำไม่ได้นะคะ แต่เป็นเรื่องหนึ่งบทในหนังสือพระอาจารย์ชื่อ "บุญที่ถูกลืม"
บทนี้พระอาจารย์เสนอแนวคิดเกี่ยวกับความตาย และวิธีจัดการกับความตายของคุณยอดรัก สลักใจ ค่ะ
ในช่วงนั้น มีสื่อและแฟนเพลง เพื่อนฝูงไปร่วมเยี่ยมเยียนคุณยอดรักจำนวนมาก
พระอาจารย์จึงเขียนว่า น่าจะปล่อยช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตนี้แก่เจ้าของชีวิตและครอบครัว
มันอาจเป็นช่วงเวลา นาทีทอง ที่คุณยอดรัก ได้มีโอกาสพูดคุย ฝากความรัก ความคิด คำสอน ฝากคำขอโทษหรือกิจธุระที่ค้างแก่คนใกล้ชิด ในครอบครัว
เป็นช่วงเวลา ที่ผู้กำลังก้าวเดินเข้าสู่ หรือกำลังก้าวข้าม ก้าวผ่าน ความตาย ได้ใช้การนิ่งมองดูอย่างมีสติ รับ "ความตายของชีวิต"
และอาจเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ ก้าวข้าม "ภพ" ประโยคนี้ดิฉันประมวลเอาเอง
พระอาจารย์ยังพูดถึงการพยายามยื้อยุด ยืด การตายของ"อวัยวะของมนุษย์"
โดยเครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งเต็มไปด้วยสายระโยง ระยาง ท่อต่าง ๆ สารเคมีหรือยา เพื่อประคับประคอง "อวัยวะ" หาใช่ ยื้อยุด ยืด การตายของชีวิต"คน"
พระอาจารย์ เสนอว่า ควรปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ปล่อยเวลาให้เจ้าของชีวิตเลือกเองให้เป็นเวลาที่ได้อยู่ "คุยกัน" "ฝากฝัง" "สั่งเสีย" หรือ อื่น ๆ ของคนคนนั้น กับคนใกล้ชิด
ดีกว่าหรือไม่
เมืออ่านแล้ว อดคิดถึงเคสต่าง ๆ หลายเคสที่พบในการงาน
เคสที่ได้รับการตรวจศพ หรือที่เรียกว่า Autopsy
Autopsy เป็นการตรวจศพเพื่อประโยชน์ทางวิชาการทางการแพทย์ เพื่อหาสมมุติฐาน หาสาเหตุ หาข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ว่า
คนไข้เสียชีวิตด้วยเหตุอะไร
นำไปสู่การหาแนวทางการรักษาที่ดีกว่า ในเคสอื่น ๆ
หรือนำไปสู่ข้อมูล ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์นั่นเอง
บ่อยครั้ง หรือเกือบทุกครั้ง เคสต่าง ๆ เหล่านี้มีร่องรอยผ่านการ ยื้อยุด ยืด ชีวิตของอวัยวะ มาแล้วทั้งสิ้น เพราะ
เป็นเคสรักษาในโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์หนึ่ง
เป็นวัตถุประสงค์ของญาติ? อีกหนึ่ง
อวัยวะสำคัญ ๆ หัวใจ ไต สมอง ปอด ตับ ล้วนชอกช้ำ
แต่
เหตุการณ์เหล่านี้ยังคงต้องเป็นไปเช่นนี้
เขียนเอง แต่ไม่สรุป ไม่มีคำตอบ
ไม่ทราบเช่นกันว่า
การพยายามยื้อยุดการตายของอวัยวะ กับการนิ่งมองดูอย่างมีสติรับ"ความตายของชีวิต"
อย่างไหนดีกว่ากัน
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันนะคะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ
ข้อเขียนของพระคุณเจ้า ชวนคิดเสมอเลยนะคะ ขอบคุณค่ะที่นำมาบันทึกให้ได้อ่าน
สวัสดีค่ะ
ฟังความเห็นเด็กๆเรื่องการนับถือ 2 ศาสนาไปแล้ว อยากแสดงความเห็นตนเองบ้างค่ะ
เชิญที่นี่ นะคะ
ชำนาญ เขื่อนแก้ว เป็นเรื่องยาก ค่ะ
ประสบการณ์ตรง เราพี่น้องเองยังคิดเห็นไม่ตรงกันเมื่อแม่นอนป่วยหนัก
พี่ ๆ และดิฉันซึ่งอยู่ในสายงานแพทย์ เราไม่กล้าชี้แนะอะไร เพราะแม่คือแม่ของเราทุกคน
น้องชายผูกพันกับแม่มากอยากยื้อยุด ให้นานที่สุด
สุดท้ายพี่สาวคนดตซึ่งอยู่กับแม่มาตลอด เป็นผู้เข้มแข็งและบอกทุก ๆ คนว่า แม่เปรย ๆ เรื่องการเตรียมพร้อมรับความตาย
การไม่ให้ใส่สายอะไร ๆ ระโยงระยาง การจัดงานศพซึ่งท่านขอให้เรียบง่าย..
เราจึงได้คำตอบกันค่ะ