เราเดินทางถึงโบราณสถานแห่งนี้วันที่ฟ้าสลัว แสงแดดลดความรุนแรงลง อยู่ในระดับพอดี มองระยะไกลจากทางเดินเห็นสนามกีฬาทรงกลมสามชั้นขนาดมหึมาเก่าแก่

โคลีเซียม -1

โสภณ  เปียสนิท

..............................................

 

               เราเดินทางถึงโบราณสถานแห่งนี้วันที่ฟ้าสลัว แสงแดดลดความรุนแรงลง อยู่ในระดับพอดี มองระยะไกลจากทางเดินเห็นสนามกีฬาทรงกลมสามชั้นขนาดมหึมาเก่าแก่ ด้านนอกมองเห็นอิฐแดง ๆ เหมือนว่าปูนกะเทาะหลุดหายไปบางส่วนนั้นประทับใจผู้พบเห็นทุกคน เป็นความอัศจรรย์ใจที่คนยุคเก่าราวสองพันปีสร้างสิ่งยิ่งใหญ่นี้ขึ้นไว้เป็นอนุสรณ์ให้เห็นถึงความรุ่งเรืองสมัยนั้นเหนือกว่าคำบรรยายใด ๆ

                หลายคนในกลุ่มของเราเดินเข้าเยี่ยมชมโคลีเซียมโรงมหรสพอันยิ่งใหญ่ในระยะใกล้ บางคนจ่ายเงินค่าเข้าชมด้านในราว 10 เหรียญยูโร ผมเดินเข้าใกล้ในระยะมองได้เต็มตา มองความอลังการเก็บไว้ในความทรงจำจนพอใจจากหลายมุมมองรอบนอก แล้วมุ่งหน้าชมตลาดแบกะดินนานาชนิด ไม่ไกลจากจุดนัดพบ เพื่อให้ไม่พลาดเวลานัดหมาย ผมชอบภาพสีน้ำของเหล่าศิลปินเร่ มองแล้วเห็นความเป็นเอกลักษณ์แห่งโรมอย่างเด่นชัด หลายครั้งที่ผ่านจุดแสดงฝีมือ ผมยืนมองการปาดป้ายพู่กันลงบนกระดาษด้วยความสนใจ

            เมื่อเหน็ดเหนื่อย จึงนั่งลงสนทนากับเพื่อนพ้องวัยไล่เลี่ยกันใต้ร่มสน (pine tree) ใกล้จุดนัดหมาย แหงนมองต้นสนขนาดใหญ่เหล่านี้ คะเนอายุคงเกินร้อยปี ยืนเรียงรายตลอดแนวถนน นั่งดูนักท่องเที่ยวเดินชมสถานที่ บางคนเร่ดูสินค้า บางคนเดินกลับไปขึ้นรถ บางคนเพิ่งเดินทางมาถึง  

             ระหว่างการนั่งสนทนา ทราบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า โคลีเซียมที่อยู่ตรงหน้าแห่งนี้ จุคนได้ราว 5000 คน มีอายุยาวนานราว 2000 ปี แม้ขณะนี้ยังยืนอวดโฉมแสดงความยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรโบราณได้อย่างน่าทึ่ง คุยกันไปมองภาพไป นึกแล้วช่างเหมือนกับความฝัน ผมอายุ 45 ปี นั่งอยู่ตรงหน้าสิ่งก่อสร้างอายุราวสองสหัสวรรษ ผมคงต้องตายแล้วเกิดอีกกี่ครั้งจึงจะมีอายุเท่ากับสิ่งก่อสร้างแห่งนี้