วันที่ ๑๐ ส.ค. ๕๓ ผมไปร่วมประชุมเวทีปฏิรูปประเทศไทย โดยวันนี้มี สว. รสนา โตสิตระกูล เป็นผู้นำเสนอเรื่อง “พลังงานไทย พลังงานใคร”    มีสาระว่าไทยมีทรัพยากรก๊าซและน้ำมันมากกว่าที่คิด แต่ได้ค่าภาคหลวงต่ำเกินไป   และเป็นเรื่องซับซ้อน  มีผลกระทบต่อโครงสร้างความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรม   แสดงความบิดเบี้ยวไร้ธรรมาภิบาลของระบบผลประโยชน์ภาครัฐที่ควรได้จากทรัพยากรธรรมชาติของเราที่เป็นก๊าซและน้ำมัน   ฟังแล้วหดหู่ ว่าระบบที่เกี่ยวข้องกับพลังงานไทยมีเรื่องน่าสงสัยเรื่องผลประโยชน์ได้ถึงเพียงนี้


           อ. หมอประเวศ ฟันธงว่าต้องมีการวิจัยเรื่องนี้   เพื่อสร้างสังคมไทยให้มีความเป็นธรรมมากขึ้น   เป็นการวิจัยนโยบายหรือวิจัยระบบ   เอาผลไปบอกสาธารณชน และบอกผู้กำหนดนโยบายของชาติ   และถามผมว่า สกว. จะรับทำวิจัยเรื่องนี้ได้ไหม


          ผมตอบว่า ผมตอบแทน สกว. ไม่ได้   แต่มีความเห็นส่วนตัวว่าต้องทำ   โดยต้องมีการจัดสรรเงินมอบหมายภารกิจมาจากรัฐบาล    เวลานี้ สกว. อยู่ในสภาพงานล้นเงิน หรือเงินไม่พอ   แต่ สกว มีทักษะในการจัดการงานวิจัยแบบนี้มากที่สุด   โดยต้องจัดเป็นโปรแกรมวิจัยระยะยาว   ทำงานอย่างระมัดระวังและแม่นยำ   เพราะจะเป็นงานวิจัยที่มีความล่อแหลมละเอียดอ่อน   ต้องทำไปสร้างนักวิจัยไป   เดาว่ายังไม่มีคนที่มีความสันทัดต่องานวิจัยแนวนี้ในหัวข้อนี้


         ผมได้เสนอว่า การวิจัย translational research แบบนี้นักวิจัยเองจะไม่มีความสันทัดในการเอาผลวิจัยไปขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง    ต้องมีนักเคลื่อนไหวสังคมมารับลูก เอาผลวิจัยไปขับเคลื่อนสื่อสารกับสังคมวงกว้าง และกับผู้กำหนดนโยบาย


         ผมเพิ่งอ่านบทบรรณาธิการในวารสาร  Science ฉบับวันที่ ๖ ส.ค. ๕๓  เรื่อง Translational Ecology  เขียนโดย William H. Schlesinger เขาเน้นชัดเจนว่างานวิจัยนโยบายจะได้ผลต้องมีนักเคลื่อนไหวมาเอาผลวิจัยไปขับเคลื่อนต่อ   ตัวอย่างในบนบรรณาธิการนี้ เป็นงานวิจัยนโยบายระบบนิเวศ (Translational Ecology)


         งานวิจัย translational ต่างจากงานวิจัย basic   งานวิจัย Basic เน้นสร้างความรู้เพื่อความเข้าใจ หรือเพื่อเปลี่ยนความเข้าใจ   เป็นงานวิจัยที่ทีมงานมีเฉพาะนักวิจัยล้วนๆ ได้    แต่งานวิจัย Translational เน้นสร้างความรู้สำหรับให้เกิดผลต่อการเปลี่ยนแปลง    จะให่ได้ผลดี สร้างการเปลี่ยนแปลงได้จริงต้องมี end user เป็นสมาชิกของทีมด้วย   หรือมิฉนั้นก็ต้องมีนักเคลื่อนไหวเอาผลวิจัยไปสู่ end user

 

 


วิจารณ์ พานิช
๑๐ ส.ค. ๕๓