การเก็บรวบรวมข้อมูล (ตอนที่ 3)

การเก็บรวบรวมข้อมูล (ตอนที่ 3)

      ครั้งที่แล้วผู้เขียนได้นำเสนอเกี่ยวกับเครื่องมือประเภทต่างๆ และในครั้งนี้จะได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องมือประเภทเทคนิควิธีการเก็บข้อมูลต่างๆ อันได้แก่  การสังเกต  การสัมภาษณ์  และการสนทนากลุ่ม  ว่ามีวิธีการดำเนินการอย่างไร ดังนี้ค่ะ

      1)  การสังเกต  (Observation)  เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้ตาดูและหูฟังอย่างตั้งใจอย่าง มีจุดมุ่งหมาย  การสังเกตแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่  การสังเกตเชิงปริมาณ (Quantitative observation)  และการสังเกตเชิงคุณภาพ (Qualitative observation)

          การสังเกตเชิงปริมาณ (Quantitative observation) บางครั้งเรียกว่า การสังเกตแบบมีโครงสร้างหรือการสังเกตอย่างมีระบบ   เป็นการสังเกตที่กำหนดเงื่อนไขต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน  เช่น  เวลา  สถานที่  หรือวิธีการสังเกต

          การสังเกตเชิงคุณภาพ (Qualitative observation)  บางครั้งเรียกว่า  การสังเกตเชิงธรรมชนติ (Naturalistic observation)  เป็นการสังเกตที่นักวิจัยเข้าไปสังเกตปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสนามวิจัยอย่างรอบด้าน และบันทึกสิ่งที่สังเกตไว้  การสังเกตเชิงคุณภาพแบ่งออกเป็นประเภทย่อยๆ ตามความเข้มข้นของการสังเกตและการมีส่วนร่วมของผู้สังเกต ดังนี้

                -  การสังเกตแบบมีส่วนร่วมโดยสมบูรณ์ (Complete participant)  หมายถึง  การที่ผู้วิจัยเข้าไปอยู่ร่วมเป็นสมาชิกเดียวกับกลุ่มคนที่นักวิจัยต้องการศึกษาพฤติกรรมหรือปรากฏการณ์ทางสังคมของบุคคลนั้นๆ  นักวิจัยต้องใช้เวลาแทบทั้งหมดเข้าไปอยู่ในสนามวิจัย  เพื่อสร้างความสัมพันธ์ให้สมาชิกในสนามวิจัยไว้วางใจแล้วทำการสังเกต  โดยที่คนในกลุ่มนี้ไม่รู้ตัวว่าถูกทำการสังเกต  การสังเกตแบบนี้นิยมใช้กันมากในงานวิจัยเชิงคุณภาพ

                -  การสังเกตแบบมีส่วนร่วมในฐานะผู้สังเกต (Participant as-observation)  หมายถึง  การที่ผู้สังเกตเข้าไปอยู่ร่วมกับกลุ่มคนในสนามวิจัย  โดยแจ้งให้สมาชิกทราบว่านักวิจัยเป็นใครและมีวัตถุประสงค์อย่างไร  นั่นคือ  สมาชิกในสนามวิจัยจะรู้ตัวว่าถูกสังเกตพฤติกรรมโดยนักวิจัย  ซึ่งบางครั้งอาจจะทำให้ได้ข้อมูลหรือพฤติกรรมของบุคคลที่ไม่เป็นไปตามปกติ

                -  การสังเกตแบบผู้สังเกตในฐานะมีส่วนร่วม (Observation as-participant)  การสังเกตแบบนี้ผู้วิจัยจะแสดงบทบาทเป็นผู้สังเกตมากกว่าการเป็นผู้มีส่วนร่วม และเมื่อเปรียบเทียบสองวิธีที่ผ่านมา การสังเกตแบบนี้จะทำให้ได้ข้อมูลน้อยกว่า  เพราะการสังเกตแบบนี้ผู้สังเกตจะใช้เวลาไม่มากในการเข้าไปอยู่ร่วมในสนามการวิจัย  นอกจากนั้นแล้วนักวิจัยก็ต้องบอกสมาชิกในสนามวิจัยให้รู้ว่าจะสังเกตอะไรอีกด้วย  ซึ่งจะทำให้ได้ข้อมูลปกปิดเสแสร้งอีกเช่นกัน

                -  การสังเกตแบบเป็นผู้สังเกตโดยสมบูรณ์ (Complete observation)  หรือบางครั้งเรียกว่า การสังเกตแบบไม่มีส่วนร่วม (Non – participant observation)  เป็นการสังเกตที่นักวิจัยไม่ได้เข้าไปมีส่วนร่วมกิจกรรมหรืออยู่ในสนามการวิจัย  ผู้สังเกตหรือนักวิจัยมีฐานะเป็นคนนอกเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของสมาชิก โดยที่สมาชิกหรือคนกลุ่มนั้นไม่รู้ตัวว่าถูกสังเกต เพราะผู้สังเกตไม่ได้บอกให้รู้ว่าจะทำการสังเกต

      2)  การสัมภาษณ์  (Interview) เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้การพูดคุยซักถามเพื่อให้ได้ข้อมูลตามที่กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ระหว่างบุคคลหนึ่งที่ทำหน้าที่เป็นผู้สัมภาษณ์ (Interviewer) และมีบุคคลที่เป็นผู้ถูกสัมภาษณ์ (Interviewee)  การสัมภาษณ์แบ่งออกเป็น

            การสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ หรือแบบมีโครงสร้าง (Formal or Structure Interview) เป็นการสัมภาษณ์ที่มีการกำหนดประเด็นที่จะสัมภาษณ์ไว้ล่วงหน้าอย่างชัดเจน  อาจทำได้หลายวิธี  เช่น  การสัมภาษณ์แบบเผชิญหน้า  การสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์  การสัมภาษณ์ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์

            การสัมภาษณ์อย่างไม่เป็นทางการหรือแบบไม่มีโครงสร้าง (Informal or Unstructure Interview)  เป็นการสัมภาษณ์ที่มีลักษณะเหมือนการพูดคุยในชีวิตประจำวัน  ผู้สัมภาษณ์และผู้ถูกสัมภาษณ์จะต้องมีการสร้างความสัมพันธ์กันจนสนิทคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแล้วจึงสัมภาษณ์

      3)  การสนทนากลุ่ม (Focus group discussion)  เป็นการอาศัยความคิดเห็นของสมาชิกในกลุ่มที่มีต่อคำถามของผู้วิจัยเป็นข้อมูลตอบคำถามและวัตถุประสงค์การวิจัย  โดยสมาชิกที่เข้าร่วมพูดคุยนั้นนักวิจัยได้คัดเลือกอย่างเจาะจงจากกการพิจารณาพื้นภูมิหลังหรือคุณลักษณะต่างๆ ที่คล้ายคลึงกัน  นักวิจัยกับสมาชิกไม่จำเป็นต้องมีความคุ้นเคยกันมาก่อน  และใช้เวลาสั้นๆ ในการเก็บข้อมูล  เอาเฉพาะประเด็นที่ต้องการ

           ขั้นตอนของการสนทานากลุ่ม

                1.  กำหนดเรื่อง  และวัตถุประสงค์ที่จะศึกษา

                2.  กำหนดกรอบและประเด็นที่จะนำมาให้สมาชิกผู้ร่วมสนทนาได้แสดงความคิดเห็น

                3.  กำหนดและคัดเลือกสมาชิกกลุ่มผู้ร่วมสนทนา

                4.  จัดกลุ่มและดำเนินการสนทนา

                5.  สรุปและปิดประเด็นการสนทนา

  

เอกสารอ้างอิง
รัตนะ บัวสนธ์. (2551).  ปรัชญาวิจัย (Philosophy of Research). กรุงเทพฯ. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
อรุณี  อ่อนสวัสดิ์. (2553).  เอกสารประกอบการบรรยาย วิชา ระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูง (390611).พิษณุโลก. มหาวิทยาลัยนเรศวร.

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Advanced Research Methodology



ความเห็น (2)

krutuk
IP: xxx.19.231.6
เขียนเมื่อ 

คุณครูสอนเลขค่ะ ตอนนี้ครูตุ๊กกำลังศึกษาเกี่ยวเทคนิคการสนทนากลุ่ม ซึ่งคิดว่าจะนำมาใช้ในงานวิจัยของตน

เข้ามาศึกษา blog ของคุณครูสอนเลขมาตลอด รู้สึกว่าคุณครูสรุปความรู้ต่างๆ ได้เข้าใจง่ายมาก

อยากรบกวนคุณครูช่วยอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเทคนิคการสนทนากลุ่มด้วยค่ะ จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

peerapat
IP: xxx.42.106.95
เขียนเมื่อ 

อยากเรียนรู้เพิ่มเติมเหมือนกัน จักขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ

หมายเลขบันทึก

393694

เขียน

13 Sep 2010 @ 10:31
()

แก้ไข

18 Jun 2012 @ 04:45
()

สัญญาอนุญาต

ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก