เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา กิจกรรมของผมในยามค่ำคืนก็เป็นไปโดยปกติ ซึ่งก็คือการนั่งเฝ้าจอตู้ดูฟุตบอลต่างชาติเหมือนเดิมอย่างที่เคยเป็นมาหลายปี อย่างไรก็อย่างนั้น...
ต้องขอออกตัวเลยว่าเป็นแฟนบอลของทีม Manchester United แต่ในการวิเคราะห์ หรือพูดถึงใน blog นี้จะเป็นไปอย่างเที่ยงธรรมที่สุด(หวังว่า) และไม่ได้เน้นเขียนในเรื่องเกี่ยวกับ passion ของฟุตบอล แต่จะเน้นไปถึงในเรื่องของ “ประเด็นในเกมส์ฟุตบอล” เสียมากกว่า
การที่เราจะดูฟุตบอลนั้น หากต้องการดูให้สนุก ดูให้ได้ความหมาย ความลึกซึ้งของเกมส์แล้ว เราก็ต้องมีความเข้าใจในเกมส์ อาจจะเคยเล่นฟุตบอลบ้าง หรือมีโอกาสได้คุยกับนักกีฬาฟุตบอล(ซึ่งก็อาจจะเป็นเพื่อนของเราที่มันชอบเตะฟุตบอลจังนั่นแหละ..) เพื่อให้ได้รับรู้ และเข้าใจมากขึ้นว่า นักเตะคนนั้นทำอย่างนี้ทำไม คนนี้มันทำอะไร กรรมการมันเป่าทำไม(วะ)
และจากเกมส์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาระหว่างคู่ Everton(ทีมจากเมือง Liverpool)-Manchester United(ทีมจากเมือง Manchester) ซึ่งผลออกมาเสมอกัน 3-3 นั้น (การที่เอา Everton ขึ้นก่อนแสดงว่าเล่นที่สนามของ Everton)
เหตุการณ์สำคัญในเกมส์คือ แมนยูเนี่ย นำอยู่ 3 ประตูต่อ 1 แต่ปรากฏว่าช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ซึ่งกรรมการในสนามส่งสัญญาณให้กรรมการคนที่สี่(กรรมการสำรอง)ชูป้ายขึ้นว่าทดเวลาบาดเจ็บ 3 นาที ปรากฏว่านาที่ที่ 91 และ 93 นั้น Everton สามารถยิง 2 ประตูตามตีเสมอได้สำเร็จ ซึ่งแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่เรียกว่าเหลือเชื่อก็เป็นได้
ไอ้เราคนเด็กแมนยูก็อึ้งไปพักใหญ่ๆ ยิงตีเสมอเสร็จปุ๊บ จบเกมส์พอดี คนพากย์พูดอะไรไม่รู้ ไอ้เราก็มึนๆอยู่ การถ่ายทอดสดจบลงเราก็ยังมึนๆอยู่ แล้วก็แอบคิดในใจ “ไอ้ลูกบอลลูกกลมๆเนี่ย อะไรๆมันก็เกิดขึ้นได้ อย่างที่คนเค้าว่าจริงๆ” ทำให้นึกถึงโลก ว่าโลกมันกลมๆ อะไรมันก็คงเกิดขึ้นได้เหมือนฟุตบอลนี่แหละ และพาให้นึกไปถึงว่า
“ทุกสิ่งทุกอย่าง...ล้วนอนิจจัง”
ศาสนาพุทธสอนมานานแล้ว แต่มันก็ยังเป็นอย่างนั้น...เนอะ
ปล. Blog นี้อาจจะใช้คำแบบวัยรุ่นซักหน่อย เพื่อให้ได้ feel แบบกีฬา มันส์ๆ ดิบๆ อย่าว่ากันเลยโนะ...
