สิ่งที่ภาคภูมิใจของอำเภอบางคล้า

              

 

                               

 

"บางปะกงคู่ชีวี      พระสถูปเจดีย์คู่ถิ่น

 ศาลพระเจ้าตากสินคู่บ้าน     อาหารคาวหวานคู่เมือง

                    ลือเลื่องค้างคาววัดโพธิ์"

          อำเภอบางคล้าเป็นอำเภอที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มากนัก  มีแม่น้ำบางปะกงไหลขึ้นๆ ลงๆ เป็นแหล่งทำมาหากินหล่อเลี้ยงชีวิตชาวบางคล้ามาหลายชั่วชีวิตคนและแหล่งแม่น้ำสายนี้ก็มีประวัติศาสตร์สำคัญที่คนไทยควรรับทราบและจดจำครั้งเมื่อสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงตีฝ่าวงล้อมของพม่าออกจากกรุงศรีอยุธยาเพื่อรวบรวมผู้คนและไปเข้าตีเมืองจันทบุรีระหว่างเดินทางได้ผ่านจังหวัดนครนายก  ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา พระองค์ท่านทรงเสด็จผ่านทางแม่น้ำบางปะกงทัพของพระองค์ได้ปะทะกับพม่าที่บริเวณปากน้ำโจโล้ (ตำบลปากน้ำ)ด้วยพระปรีชาความสามารถของท่านทรงรบชนะพม่าซึ่งมีกำลังมากกว่าและทรงพักทัพบริเวณนี้  พระองค์ทรงสร้างพระเจดีย์เพื่อเป็นอนุสรณืแห่งชัยชนะ(บริเวณแหลมริมระหว่างแม่น้ำบางปะกงกับปากคลองท่าราชปัจจุบันได้สร้างขึ้นใหม่แล้ว)พระองค์ทรงเสด็จตามวัดต่างในบริเวณใกล้เคียงจากนั้พระองค์ทรงเดินทางต่อเพื่อไปจันทบุรี

          วัดโพธิ์บ้างคล้าเป็นวัดที่เก่าแก่แห่งหนึ่งในอำเภอบางคล้าคาดว่าสร้างขึนในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย  พระวิหารจตุรมุข  ก่ออิฐฉาบปูนหลังคาทรงจั่วมุงกระเบื้องเกล็ดเต่าทำจากดินเผา  ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์และบนต้นไม้บริเวณวัดนั้นมีค้างคาวแม่ไก่เกาะอยู่จำนวนมากซึ่งเป็นค้างคาวที่มีสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกมีลักษณะคือหน้าเหมือนสุนัขจิ้งจอก  มีดวงตาโต จมูกใบหูเล็ก ขนสีน้ำตาลแกมแดง เมื่อกางปีกกว้างประมาณ 3 ฟุต เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและออกลูกที่ละหนึ่งตัวเท่านั้น

         นอกจากมีวัดที่เก่าแล้วผลไม้ที่ขึ้นชื่อของชาวบางคล้าคือ  มะม่วง  ที่มีรสชาดที่อร่อยไม่เหมือนที่อื่น  เนื่องจากภูมิอากาศและดินที่เหมาะสม  ซึ่งถ้านำพันธุ์ไปปลูกต่างพื้นที่รสชาดจะเปลียนไป

          ปัจจุบันอำเภอบางคล้าได้เป็นแหล่งท่องเที่ยวไปแล้ว  ได้มีการพัฒนาจัดตลาดน้ำขึ้นบริเวณหน้าอำเภอบางคล้า  และบริเวณตำบลปากน้ำได้มีสินค้าในพื้นบ้านจำหน่ายเช่น น้ำตาลสด  น้ำตาลงบ ผลผลิตที่ได้จากตาล