พระคุณแม่
พระธรรมสิงหบุราจารย์ ( หลวงพ่อจรัญ ฐิตธมฺโม)
วันเกิดเราก้คล้ายวันตายแม่
อุ้มท้องแก่กว่าจะคลอดรอดหลุดพ้น
จากเด็กน้อยจนเติบใหญ่ได้เป็นคน
เติบโตจนถึงวันนี้มีเพราะใคร
แม่เจ็บจวนขาดใจในวันนั้น
กลับเป็นวันลูกฉลองกันผ่องใส
ได้ชีวิตแล้วก็หลงเหลิงระเริงใจ
ลืมผู้ให้ชีวิตอนิจจา
ทำไมเราเข้าใจว่าเป็นวันเกิด
เปลี่ยนเป็นวันผู้ให้กำเนิดจะดีกว่า
สิ่งอวยพรที่สลอนหน้ากันมา
ควรจะมอบให้มารดาผู้มีคุณ
เลิกจัดงานวันเกิดกันเถิดเรา
ดีที่สุดควรคุกเข่ากราบเท้าแม่
รำลึกถึงผู้มีคุณอบอุ่นแล
อย่ามัวแต่จัดงานประจานตน

พระคุณของผู้บังเกิดเกล้า
พ่อแม่ คือ ที่พึ่งอันประเสริฐของลูก แม้จะลำบากยากจนก็อดทนเลี้ยงดู ทะนุถนอม โดยมิได้คำนึงถึงความเหนื่อยยาก พระคุณนี้สุดที่จะหาสิ่งใดมาเปรียบปานได้ ฉะนี้ควรแล้วที่ลูกจะลืมได้ ลูกควรหาทางสนองพระคุณท่านให้สมกับท่านได้เลี้ยงดูมาด้วยหวังในความสุข ความเจริญของลูก ถ้าลูกได้ดีมีความสุข ท่านก็จะปลาบปลื้มใจ ไม่อิจฉาริษยา
การที่จะสนองพระคุณให้ถูกใจท่านก็คือ พยายามทำตามความประสงค์ของท่านสิ่งใดที่ท่านไม่พอใจก็ไม่ประพฤติ สิ่งใดที่ท่านปรารถนาก็พึงพยายามทำสิ่งนั้น อย่าทำอะไรให้เป็นที่ขัดใจท่าน พึงต้องอยู่ในโอวาทของท่าน
เพียงเท่านี้ก็น่าจะเป็นที่พอใจและ ยินดีอย่างยิ่งของพ่อแม่แล้ว

ความสำนึกในบุญคุณ
คนเราจะอยู่คนเดียวตามลำพังไม่ได้ จำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยกันและกันทั้งในด้านกำลังกาย กำลังทรัพย์ กำลังความคิด และอื่นๆ หากได้รับอุปการะจากผู้ใด ก็เรียกผู้นั้นว่า ผู้มีบุญคุณ หรือ ผู้มีพระคุณ ผู้ใดช่วยเหลือให้อุปการะแก่เราก็ไม่พึงลืมบุญคุณของผู้นั้น
ผู้ไม่ลืมผู้มีพระคุณแก่ตน ย่อมเป็นผู้เจริญด้วยลาภ ยศ สรรเสริญ และไมตรี แต่ผู้ใดไม่รู้บุญคุณของผู้อื่น หรือหลบหลู่บุญคุณของผู้มีอุปการะผู้นั้นจะเป็นผู้ต่ำต้อย ทำความดีไม่ขึ้น แม้จะพยายามขวนขวายอย่างไร ก็มักจะมีอันเป็นไปต่าง ๆ เรียกว่า ทำความดีไม่ขึ้น เป็นคนอาภัพตลอดเวลา
การหลบหลู่บุญคุณของผู้มีพระคุณนี้เรียกว่า "เนรคุณ" การเนรคุณเป็นตัวกาลกิณี จะคอยดึงให้คนเนรคุณตกต่ำไม่มีโอกาสจะมีความสุขในชีวิตตลอดไป
