วารสาร Science ฉบับวันที่ ๖ ส.ค. ๕๓ ลงบทวิจารณ์หนังสือ Happiness Around the World : The Paradox of Happy Peasants and Miserable Millionaires by Carol Graham โดยผู้วิจารณ์คือ Prashanth Ak ในชื่อบทวิจารณ์ว่า Toward an Economy of Well-being น่าเสียดายที่วารสาร Science เขาไม่ให้คนที่ไม่เสียเงินบอกรับวารสารได้อ่านฟรี
นี่คือหนังสือเล่มแรกที่มีการเปรียบเทียบระดับความสุขของคนทั้งโลก ในบทวิจารณ์มีภาพแผนที่โลกระบายสีต่างๆ กันตามระดับความสุข ของไทยเราอยู่ระดับกลางๆค่อนไปทางดี ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน แต่ด้อยกว่ามาเลเซีย ดีกว่าอินเดียและพอๆ กับจีน เรื่องอย่างนี้เป็นการวัดที่คร่าวมากๆ จึงต้องอ่านด้วยตระหนักในความไม่แม่นยำของวิธีการ
โปรดอ่านประวัติผู้เขียน Carol Graham ในลิ้งค์ของหนังสือ จะให้ความน่าอ่านหนังสือเล่มนี้ เพราะผู้เขียนเป็นคนมีความรู้และประสบการณ์มาก
ผมติดใจคำวิจารณ์ ว่าหนังสือเล่มนี้มีคุณค่าในด้านให้คำถาม มากกว่าให้คำตอบ นี่คือคุณค่าทางวิชาการที่สังคมไทยเราคำนึงถึงกันน้อยเกินไป เพราะเราไม่มีวัฒนธรรมของการค่อยๆ ช่วยกันต่อยอดวิชาความรู้
ผมติดใจศัพท์วิชาการ “revealed preference” กับ “expressed preference” ที่ใช้ทำความเข้าใจวิธีการวิจัยโดยถามความเห็นของคน สองคำข้างบนนั้น น่าจะตรงกับ “การกระทำ” กับ “การพูด” ซึ่งอาจจะไม่ตรงกันก็ได้
ความไม่แม่นยำของการวิจัยโดยใช้แบบสอบถาม มีตัวอย่างในคำวิจารณ์ ว่าเมื่อถาม นศ. ระดับปริญญาตรี ด้วย คำถามว่า (๑) ในเดือนที่ผ่านมาท่านมีเดทกี่ครั้ง แล้วตามด้วย (๒) ท่านรู้สึกมีความสุขในชีวิตโดยทั่วๆ ไปแค่ไหน ถ้าถามตามลำดับ ๑ – ๒ จะได้ค่า correlation ระหว่างคำตอบทั้งสองเท่ากับ r = 0.66 แต่ถ้ากลับอันดับการถาม เป็น ๒ – ๑ ค่า r = -0.12 ติดลบเลยนะครับ
การวิจัยว่าด้วยความสุขนี้เป็นเรื่องท้าทายมากนะครับ เป็นการพยายามทำสิ่งที่มีความซับซ้อนอ่อนไหวไม่แน่นอนให้เป็นวิชาการ หลายคนอาจบอกว่าเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่ผมกลับมองว่าเป็นเรื่องท้าทาย และน่าสนุก การทำเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่แหละน่าสนุกสำหรับผม และผมชอบสมมติกับตัวเองว่า ถ้าผมตกไปเป็นนักวิจัยสาขานี้ผมจะทำอย่างไร โอ้โฮ! ผมคงจะบอกตัวเองให้ search หาเอกสารหนังสือและผลงานวิจัยต่างๆ มาทำความเข้าใจ จนคำถามวิจัยในส่วนที่ผมจะทำในบริบทไทยเชื่อมโยงกับบริบทโลกมีความชัดเจน และตัว research methodology ชัดเจนในระดับหนึ่ง ผมคงจะสนุกดื่มด่ำอยู่กับการค้นคว้าเอกสารสมัยใหม่ที่หาได้ง่ายด้วยปลายนิ้ว ผมคงจะ อี-เมล์ ไปหายักษ์ใหญ่ในวงการหลายคนเพื่อขอเอกสารที่เขาตีพิมพ์ไว้ แต่ผมหาไม่ได้ใน อินเทอร์เน็ต และผมคงจะซักถามความเห็นของเขาในประเด็นที่ผมไม่เข้าใจหรือเข้าใจไม่ชัดเจน การทำเช่นนี้น่าจะช่วยให้ผมเริ่มเป็นที่รู้จัก
แล้วผมก็จะเขียน review article ลงวารสารชั้นดีของไทยในสาขาสังคมศาสตร์ – มนุษยศาสตร์ เพื่อทดสอบว่า reviewer จะมีความเห็นอย่างไร ผมคิดว่า reviewer และกองบรรณาธิการวารสารคือบริการฟรีที่จะช่วย ลปรร. กับผม ช่วยทำให้ผมเข้าใจเรื่องนั้นๆ ชัดเจน และคำถามวิจัยของผมแหลมคมขึ้น การเขียน review article นี้น่าจะช่วยให้วงวิชาการสาขานี้เริ่มรู้จักผม และพอจะเดาได้บ้างว่าผมเป็นนักวิชาการที่เอาจริงเอาจังแค่ไหน และลุ่มลึกกว้างขวางแค่ไหนในขณะนี้ และมีหน่วยก้านจะเติบโตได้ในระดับไหน
๒ ย่อหน้าข้างบนนั้น เป็น “ฝันยามเช้า” ครับ ผมตื่นจากฝันและบอกตัวเองว่าแก่แล้ว ให้ตั้งหน้าส่งเสริมคนรุ่นหลังให้ได้ทำงานวิชาการอย่างมีความสุขสนุกสนานจะดีกว่า
ที่จริง ๒ ย่อหน้านั้น เป็นการจงใจครับ จงใจที่จะ ลปรร. วิธีตั้งตัวทางวิชาการตามความเข้าใจของผม ที่ไม่ทราบว่าถูกหรือผิด แต่สำหรับผม นี่คือแนวทางแห่งความสุขครับ
เป็นความสุขในชีวิตของนักวิชาการ
วิจารณ์ พานิช
๑๒ ส.ค. ๕๓
วันแม่
อยากอ่านฉบับเต็มทำไงครับ ค่าสมัครชิกแพงมากมาย