บทความเรื่อง Listening to Bacteria ในนิตยสาร Smithsonian ฉบับพิเศษ กรกฎาคม - สิงหาคม ๒๕๕๓ บอกว่า ในร่างกายคนเราทุกคนมีเซลล์ของเราเองเพียงร้อยละ ๑๐ อีกร้อยละ ๙๐ เป็นจุลินทรีย์


            หากไม่มีจุลินทรีย์เหล่านี้เข้ามาอยู่ในร่างกายอย่างได้ดุลยภาพ ร่างกายและชีวิตของเราก็อยู่ไม่ได้


            ร่างกายของเรา จึงเป็น ของอื่น ด้วยพร้อมๆ กัน   คือมันเป็นระบบนิเวศของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนืด ทั้งที่เข้าๆ ออกๆ ตัวเรา  อยู่ภายในตัวเรา  และอยู่ภายนอกแต่สัมพันธ์ใกล้ชิดกับตัวเรา


           การดำรงชีวิตของคนเราจึงต้องใจกว้าง เข้าใจชีวิตอื่น เข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่ง   นั่นคือคำอธิบายว่าเหตุใดเราต้องเรียนรู้วิทยาศาสตร์


          ร่างกายของเรา ที่เป็นที่ตั้งของชีวิตจิตใจของเรา อยู่อย่างสุขภาพดีได้ยากหากเราไม่เข้าใจ ไม่เอาใจใส่ “ผู้อื่น” ที่อยู่ในตัวเรา   เช่น หากเรากินยาปฏิชีวนะบางชนิด ที่มีฤทธิ์ฆ่าแบคทีเรียในลำไส้ เป็นเวลานาน   จนแบคทีเรียที่เป็นเชื้อปกติโดนทำลายไปหมด   ก็จะเกิดปัญหาขึ้น   เพราะเชื้อไม่ปกติ ก่อโรคติดเชื้อร้ายแรงจะขยายพันธุ์อย่างรวดเร็วและก่อโรคขึ้น อาจรุนแรงถึงตายได้

 

          นอกร่างกายก็มี “ผู้อื่น” ที่ทำคุณประโยชน์แก่เราโดยเราไม่รู้ตัว   ทั้งที่เป็นมนุษย์และเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดอื่นๆ   ผมมีความเชื่อว่า ต่อไปข้างหน้าวิทยาศาสตร์จะเผยความสัมพันธ์ระหว่างสรรพสิ่งให้เห็นชัดเจนกว้างขวางขึ้นเรื่อยๆ   และมนุษย์จะต้องขวนขวายหาทางทำให้โลกกลับไปสู่ธรรมชาติที่มีความหลากหลายของสรรพชีวิตอยู่ด้วยกันอย่างมีดุลยภาพ

 

 

วิจารณ์ พานิช
๑๐ ก.ย. ๕๓