จะอย่างไร, ความรู้อยู่ในรัก เหนือซากปรักเหนือไฟใดจะไหม้เผา จะอย่างไร, ความรู้อยู่ในเรา ตราบเท่าที่เรารักจะเรียนรู้
ฉันอยากร้องเพลงสักเพลง…ศิริวร แก้วกาญจน์
 
 
หนึ่งในหกเล่มที่เข้ารอบรางวัลซีไรต์ (กวีนิพนธ์) ในปีนี้ นอนสบตาข้าพเจ้าอยู่ข้างๆ  ราวกับนัดแนะกันมากระนั้น เมื่อได้สบช่องในการนำเรื่องราวของเพลิงที่สุมระอุในภาคใต้ของประเทศเรามาเล่าบอกอีกทาง
 
ช่างรวดเร็วนักกับวันเวลาที่ผ่านไปสำหรับเหตุการณ์ภาวะสงครามอันก่อเกิดขึ้นในภาคใต้ของประเทศ ในฐานะคนนอกภูมิภาคแต่อยู่ร่วมประเทศเดียวกัน แหล่ะในขณะเดียวกันที่มันช่างเชื่องช้าเหลือที่เรามิอาจตื่นจากฝันร้ายนี้เสียที..นัยว่าเราเข้าร่วมภาวะสงครามมาแล้วถึงหกปี
 
ตัวละครของหนังสงครามมักจบลงด้วยชัยชำนะของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแต่ในชีวิตจริงมีผู้คนมากมายที่มิอยากดูหนังสงครามอย่าว่าแต่ตอนจบเลยกระทั่งเริ่มเรื่องก็มิอยากให้มี..ข้าพเจ้าด้วยผู้หนึ่ง
 
๗ กันยายน ๒๕๕๓ มีครูสองสามีภรรยาสังเวยชีวิตแก่สงคราม!!!
 
ฉันอยากร้องเพลงสักเพลง...ต้องการร้องเพลงใดให้กับความคับแค้นเมื่อเราย่ำเดินอยู่กลางไฟสงคราม เพลงใดกันที่ฝูงชนร้องครางกลางไฟ
 
ฉันอยากร้องเพลงสักเพลง...เรียกร้องให้ผู้คนร้องเพลงใดในอันจะยุยงให้สงครามสงบลง หากว่าค้นหาเพลงนั้นเจอฝูงชนคงร่วมร้องเพลงนั้นท่ามน้ำตาแห่งความยินดี
 
 
ถ้อยกวีในรวมบทกวีนิพนธ์เล่มเล็ก สะท้อนสำเนียงเพลงที่ไร้เสียง บ้างสั่นสะเทือนหัวใจ บ้างว่าสั่นสะเทือนสังคม
 
มีบทเพลงบทใดที่สามารถนำผู้คนตบเท้าออกจากจากสงครามอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นสงครามในภูมิภาค ในประเทศ ในโลกนี้ก็ตาม...ข้าพเจ้าขอร้องเพลงนั้นด้วยคน