เนื้อหาบทที่2ระบบคอมพิวเตอร์และองคืประกอบ

หน่วยที่ 2 ระบบคอมพิวเตอร์และองค์ประกอบ

           ระบบคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ที่ทำหน้าที่รับข้อมูล (Data) ผ่านช่องทางสำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วงเพื่อนำเข้าข้อมูล (Input) แล้วจึงนำข้อมูลที่ได้มาประมวลผล (Process) ที่หน่วยประมวลผลกลาง (CPU) และนำผลลัพธ์ที่ได้หรือที่เรียกว่า สารสนเทศ (information) ผ่านช่องนำออก (Output) เพื่อไปแสดงผลที่จอภาพ(Monitor)
           การใช้ระบบคอมพิวเตอร์คือเพื่อการประมวลผลที่มีประสิทธิภาพรวดเร็วแม่นยำ และทันเวลาในการใช้ข้อมูลนั้น มีเหตุผลสำคัญอยู่ที่การพัฒนาระบบคอมพิวเตอร์ให้สามารถใช้งานได้มากขึ้นและ
ซับซ้อนขึ้น



 

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์

องค์ประกอบที่สำคัญของระบบคอมพิวเตอร์ทั่วไป ประกอบด้วยส่วนสำคัญ 4 ส่วน คือ

  1. ฮาร์ดแวร์(Hardware)

2. ซอฟต์แวร์ (Software)

                     3. ข้อมูล (Data)

4. บุคลากร (People)

 

องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ประเภท ฮาร์ดแวร์

ฮาร์ดแวร์ (Hardware) หมายถึงตัวเครื่องและอุปกรณ์ส่วนต่างๆ ที่เราสามารถสัมผัสและจับต้องได้ ฮาร์ดแวร์จะประกอบด้วยส่วนที่สำคัญ 4 ส่วน ดังนี้ คือ
           1. หน่วยประมวลผล (Processor)
           2. หน่วยความจำ (Memory)
           3. อุปกรณ์รับเข้าและส่งออก (Input – Output Devices)
           4. ช่องทางสำหรับอุปกรณ์ต่อพ่วง (Port)

 

หน่วยประมวลผล (Processor)

 ในระบบคอมพิวเตอร์มีหน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit) หรือเรียกย่อว่า ซีพียู (CPU) ซึ่งมีความหมายทางด้านฮาร์ดแวร์ 2 ชนิด คือ
          1. ชิป (Chip) ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์
          2. ตัวเครื่องคอมพิวเตอร์หรือกล่องเครื่อง ที่มีตัวชิปหรือซีพียูบรรจุอยู่

          ** ซีพียูคือชิปคอมพิวเตอร์ที่ทำหน้าที่เป็นสมองของระบบคอมพิวเตอร์ ในการควบคุมการทำงานของเครื่อง ความหมายของซีพียูในข้อ 2 ถ้าเป็นด้านเทคนิคถือเป็นความหมายที่ไม่ถูกต้อง **



องค์ประกอบของระบบคอมพิวเตอร์ ประกอบด้วย 3 ส่วน คือ Hardware, Software และ People

: Hardware

                คือ ตัวเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ทุกๆชิ้นที่เราสามารถจับต้องหรือสัมผัสได้ เช่น ซีพียู แรม เมนบอร์ด จอภาพ และอื่นๆ

: Software

                คือ โปรแกรมหรือชุดข้อมูลคำสั่งต่างๆ ที่สั่งงานให้คอมพิวเตอร์ทำงาน  ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท คือ

                ซอฟต์แวร์ระบบ (System Software) เช่น ระบบปฏิบัติการ Window98/ME/2000/XP, Linux, Dos, UNIX, Solaris เป็นต้น

                ซอฟต์แวร์ประยุกต์ (Application Software) เช่น โปรแกรมใช้งาน Microsoft Office, Adobe Photoshop, AutoCAD, PlaDao เป็นต้น

: People

                คือ ผู้ใช้งานหรือผู้ที่ทำงานอยู่กับเครื่องคอมพิวเตอร์ รวมถึงช่าง โปรแกรมเมอร์ นักวิเคราะห์ระบบ และอื่นๆ

 

ความเข้าใจพื้นฐานที่สำคัญเกี่ยวกับการทำงานของระบบคอมพิวเตอร์ 

                เมื่อข้อมูลถูกส่งผ่านเข้ามาทางหน่วยรับข้อมูล (Input Unit) ก็จะถูกส่งต่อเพื่อนำไปจัดเก็บหรือพักข้อมูลไว้ชั่วคราวที่หน่วยความจำ (Memory Unit) ก่อน จากนั้นจึงค่ายๆ ทยอยจัดส่งข้อมูลต่างๆ ที่ถูกนำมาจัดเก็บไว้ ไปให้หน่วยประมวลผล (Processing Unit) เพื่อประมวลผลข้อมูลต่างๆ ที่ถูกส่งเข้ามาก่อนที่จะส่งข้อมูลต่างๆ ที่ผ่านการประมวลผลแล้วไปยังหน่วยสุดท้าย นั่นก็คือ หน่วยแสดงผล (Output Unit) เพื่อทำการแสดงผลออกทางอุปกรณ์ต่างๆ ต่อไป

 

INPUT

UNIT

OUTPUT

UNIT

PROCESSING

UNIT

MEMORY

UNIT

 หน่วยรับข้อมูล (Input Unit)

                เป็นส่วนแรกที่ติดต่อกับผู้ใช้ หน้าที่หลักคือ ตอบสนองการสั่งงานจากผู้ใช้แล้วรับเป็นสัญญาณข้อมูลส่งต่อไปจัดเก็บหรือพักไว้ที่หน่วยความจำ ซึ่งอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยรับข้อมูลมีมากมายเช่น Mouse, Keyboard, Joystick, Touch Pad เป็นต้น

หน่วยประมวลผล (Processing Unit)

                ถือเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของเครื่องคอมพิวเตอร์ เปรียบได้กับสมองของมนุษย์ หน้าที่หลักของหน่วยนี้คือ นำเอาข้อมูลที่ถูกจัดเก็บหรือพักไว้ในหน่วยความจำ มาทำการคิดคำนวณประมวลผลข้อมูลทางคณิตศาสตร์ (Arithmetic Operation) และเปรียบเทียบข้อมูลทางตรรกศาสตร์ (Logical Operation) จนได้ผลลัพธ์ออกมาแล้วจึงค่อยส่งข้อมูลที่เป็นผลลัพธ์เหล่านั้นไปยังหน่วยแสดงผลต่อไป อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยประมวลผลในเครื่องคอมพิวเตอร์ก็คือ ซีพียู (Central Processing Unit)

 หน่วยความจำ (Memory Unit)

                เป็นหน่วยที่สำคัญ ที่จะต้องทำงานร่วมกันกับหน่วยประมวลผลอยู่โดยตลอด  หน้าที่หลักคือ จดจำและบันทึกข้อมูลต่างๆที่ถูกส่งมาจากหน่วยรับข้อมูล จัดเก็บไว้ชั่วคราว ก่อนที่จะส่งต่อไปให้หน่วยประมวลผล นากจากนี้ยังทำหน้าที่เป็นเสมือนกระดาษทด สำหรับให้หน่วยประมวลผลใช้คิดคำนวณ ประมวลผลข้อมูลต่างๆ ด้วย

หน่วยแสดงผล (Output Unit)

                เป็นหน่วยที่ใช้ในการแสดงผลลัพธ์ที่ได้ออกมาในรูปแบบต่างๆ กันตามแต่ละอุปกรณ์ เช่น สัญญาณภาพออกสู่หน้าจอ และงานพิมพ์จากเครื่องพิมพ์ เป็นต้น

INPUT

UNIT

OUTPUT

UNIT

PROCESSING

UNIT

MEMORY

UNIT

 


1. อุปกรณ์รับข้อมูล

                ตัวอย่างของอุปกรณ์นำเข้าข้อมูล ได้แก่

1.1 แป้นพิมพ์ (Keyboard)

 การจัดวางตำแหน่งของตัวอักษรต่างๆ บนแป้นพิมพ์ ในส่วนของภาษาอังกฤษ แป้นพิมพ์โดยทั่วไปจะจัดแบบ QWERTY (ตั้งชื่อตามตัวอักษรบริเวณแถวบนด้านซ้าย) ตามมาตรฐานของสหรัฐอเมริกา แต่ก็ยังมีคนบางกลุ่มใช้แบบ Dvorak โดยคิดว่าสามารถพิมพ์ได้เร็วกว่า เนื่องจากแป้นพิมพ์แบบ QWERTY จงใจออกแบบมาเพื่อไม่ให้พิมพ์ได้เร็วเกินไป ตั้งแต่สมัยของพิมพ์ดีดที่ไม่ใช้ไฟฟ้าหรือคอมพิวเตอร์ ซึ่งก้านตัวพิมพ์มักจะเกิดการขัดกันเมื่อผู้ใช้พิมพ์เร็วเกินไป ในส่วนของแป้นพิมพ์ภาษาไทยก็แบ่งออกได้ 2 แบบ เช่นกัน คือ

  • แป้นพิมพ์ปัตตโชติ ซึ่งเป็นแป้นพิมพ์รุ่นเดิม
  • แป้นพิมพ์เกษมณี ซึ่งเป็นแป้นพิมพ์ที่นิยมใช้ในปัจจุบัน  

 1.2 เมาส์ (Mouse)

คือ อุปกรณ์นำเข้าข้อมูลที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้งานง่ายและสะดวกกว่าแป้นพิมพ์มาก เนื่องจากไม่ต้องจดจำคำสั่งสำหรับป้อนเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์

เมาส์สามารถแบ่งออกตามโครงสร้างและรูปแบบการใช้งานได้ 3 แบบ คือ

  • เมาส์แบบลูกกลิ้ง ชนิดตัวเมาส์เคลื่อนที่ (Ball Mouse) อาศัยกำหนดจุด X และ Y โดยกลิ้งลูกยางทรงกลมไปบนพื้นเรียบ (นิยมใช้แผ่นยางรอง เพื่อป้องกันการลื่น)
  • เมาส์แบบลูกกลิ้ง ชนิดตัวเมาส์อยู่กับที่ (Track Ball) อาศัยลูกยางทรงกลมที่ถูกกลิ้งโดยนิ้วมือผู้ใช้ เพื่อกำหนดจุดตัด X และ Y
  • เมาส์แบบแสง (Optical Mouse) มีลักษณะการใช้งานเช่นเดียวกับ Ball Mouse แต่อาศัยแสงแทนลูกกลิ้งในการกำหนดจุดตัด X และ Y โดยแสงจากตัวเมาส์พุ่งลงสู่พื้นแล้วสะท้อนกลับขึ้นสู่ตัวรับแสงบนตัวเมาส์อีกครั้ง (แผ่นรองเป็นแบบสะท้อนแสง)      

การใช้เมาส์มักจะใช้แผ่นรองเมาส์ ซึ่งเป็นฟองน้ำรูปสี่เหลี่ยม เพื่อป้องกันสิ่งสกปรกไม่ใช้เกาะติดลูกกลิ้ง หากลูกกลิ้งสกปรกจะทำให้ฝืด เมาส์เคลื่อนที่ลำบาก การทำความสะอาด สามารถถอดลูกกลิ้งออกมาทำความสะอาดได้ และควรทำบ่อยๆ เพื่อไม่ให้สกปรกมากเกินไป

 

1.3 อุปกรณ์โอซีอาร์ (OCR)

อุปกรณ์โอซีอาร์ (Optical Character Recognition: OCR) เป็นอุปกรณ์ที่รับข้อมูลเข้าสู่ระบบได้โดยตรง โดยใช้เทคนิคอ่านค่าของข้อมูลด้วยแสง โดยอุปกรณ์ชนิดนี้จะทำหน้าที่เป็นแหล่งกำเนิดแสงและรับแสงสะท้อนที่ส่องผ่านกลับมาจากวัตถุ แล้วแปลงรหัสข้อมูลให้อยู่ในรูปแบบที่เครื่องคอมพิวเตอร์เข้าใจได้ ประเภทของอุปกรณ์โอซีอาร์ แบ่งได้ตามลักษณะของข้อมูลที่จะนำเข้า

เรียกว่า POS (Point-of-sale Terminal) อีกที โดยตัวอย่างของเครื่อง POS นี้จะเห็นได้ทั่วไปในห้างสรรพสินค้าที่ใช้สำหรับแสดงจำนวนเงินที่เคาน์เตอร์คิดเงิน

 

1.4 สแกนเนอร์ (Scanner)

เป็นอุปกรณ์นำเข้าข้อมูลประเภทที่ไม่สะดวกในการป้อนเข้าเครื่องคอมพิวเตอร์ทางคีย์บอร์ดได้ เช่น ภาพโลโก้ วิวทิวทัศน์ ภาพถ่ายรูปคน สัตว์ ฯลฯ เราสามารถใช้สแกนเนอร์สแกนภาพเพื่อแปลงเป็นข้อมูลเข้าไปสู่เครื่องได้โดยตรง

               

2. ซีพียูหรือหน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit)

เปรียบได้กับสมองของมนุษย์ เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ควบคุมและประมวลผลของเครื่องคอมพิวเตอร์ มีลักษณะเป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กมาก ภายในประกอบด้วยทรานซิสเตอร์ประกอบกันเป็นวงจรหลายล้านตัว

3. หน่วยความจำหลัก (Main Memory)

หน่วยความจำหลักเป็นหน่วยความจำพื้นฐานในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่อง เป็นหัวใจของการทำงานในรูปแบบอัตโนมัติ มีหน้าที่เก็บข้อมูลต่างๆ ที่ป้อนเข้ามาเพื่อให้หน่วยประมวลผลนำไปใช้ และเก็บข้อมูลที่เกี่ยวกับคุณสมบัติและระบบการทำงานของเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย

                หน่วยความจำหลักของคอมพิวเตอร์แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ดังนี้

3.1 หน่วยความจำแบบถาวร (Read Only Memory - ROM)

คือ หน่วยความจำที่นำข้อมูลออกมาใช้งานเพียงอย่างเดียว (Read Only) โดยมีการบันทึกข้อมูลไว้ล่วงหน้าแล้ว สามารถเก็บรักษาข้อมูลไว้ได้ โดยไม่ต้องอาศัยพลังงานไฟฟ้าในการรักษาข้อมูล แม้เราจะปิดเครื่อง หรือไม่มีไฟฟ้าไปหล่อเลี้ยง ข้อมูลที่อยู่ในรอมก็จะยังคงอยู่ ไม่สูญหายไป

ในปัจจุบัน หน่วยความจำถาวรนี้ เปิดโอกาสให้สามารถลบหรือแก้ไขข้อมูลได้ เช่น การปรับปรุง/แก้ไขข้อมูลเกี่ยวกับระบบคอมพิวเตอร์ (System Configuration) เป็นต้น

 

 

 

3.2 หน่วยความจำชั่วคราว (Random Access Memory - RAM)

คือ หน่วยความจำที่สามารถบันทึกข้อมูลหรืออ่านข้อมูล ณ เวลาใดๆ ได้ตามต้องการ (Random Access) ต้องอาศัยสัญญาณไฟฟ้าในการเก็บรักษาข้อมูลและอ่านข้อมูล ฉะนั้น ข้อมูลที่อยู่ในแรมจะสูญหายไปทันทีที่ปิดเครื่อง หรือไม่มีไฟฟ้าไปหล่อเลี้ยง

แรมเป็นหน่วยความจำที่ใกล้ชิดและเกี่ยวข้องกับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โดยตรง เนื่องจากการรับข้อมูล การประมวลผล และการแสดงผลข้อมูล ต่างต้องอาศัยพื้นที่ในหน่วยความจำนี้ทั้งสิ้น กล่าวได้ว่า แรมเป็นหน่วยความจำที่เป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สำคัญ  ขนาดของแรมหรือความจุของแรมเปรียบเสมือนขนาดของโต๊ะทำงาน หากแรมมีความจุมากก็เหมือนโต๊ะทำงานที่มีพื้นที่ในการทำงานได้มากนั่นเอง

หน่วยความจำแรม มีหน่วยวัดเป็นไบต์ ซึ่งถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่า จะนิยมใช้หน่วยความจำแรม 32 หรือ 64 เมกะไบต์ (MB) แต่ถ้าเป็นเครื่องรุ่นใหม่ๆ จะนิยมใช้แรมขนาด 512 MB ขึ้นไป ซึ่งจะทำให้สามารถทำงานที่มีขนาดใหญ่ๆ เช่น งานมัลติมิเดียหรืองานกราฟิกได้ โดยหากใช้หน่วยความจำแรมน้อย เครื่องอาจทำงานช้า

4. หน่วยความจำสำรอง 

เนื่องจากหน่วยความจำหลัก ในเครื่องคอมพิวเตอร์  ไม่สามารถรักษาข้อมูลไว้ได้หลังจากปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังนั้น การบันทึกข้อมูลลงบนหน่วยความจำสำรอง จึงมีความจำเป็นในการเก็บรักษาข้อมูลไว้ใช้ในอนาคต และทำให้สามารถนำข้อมูลจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่ง เคลื่อนย้ายไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นในระบบเดียวกันได้อีกด้วย

หน่วยความจำสำรอง แบ่งออกตามความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลได้ 2 ประเภท ดังนี้

4.1.      หน่วยความจำสำรองที่เข้าถึงข้อมูลได้โดยลำดับ (Sequential Access Storage)

เป็นหน่วยความจำสำรองที่ต้องมีการจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลโดยการเรียงลำดับ การสืบค้นหรือเข้าถึงข้อมูลจึงล่าช้า เพราะต้องเป็นไปตามลำดับก่อนหลังของการบันทึก ซึ่งหน่วยความจำสำรองประเภทนี้ ได้แก่ เทปแม่เหล็ก (Magnetic Tape)

4.2.      หน่วยความจำสำรองที่เข้าถึงข้อมูลได้โดยตรง (Random/Direct Access Storage)

เป็นหน่วยความจำสำรองที่สามารถจัดเก็บและเรียกใช้ข้อมูลที่ต้องการได้โดยตรง ไม่ต้องอ่านเรียงลำดับ เหมาะกับงานที่ต้องอาศัยการประมวลผลแบบโต้ตอบ ต้องการข้อมูลที่รวดเร็ว ซึ่งได้แก่ จานแม่เหล็ก (Magnetic Disk) ประเภทต่างๆ เช่น ฟลอปปี้ดิสก์ (Floppy Disk) ฮาร์ดดิสก์ (Hard Disk) ซีดีรอม (CD-ROM) และ ดีวีดี (DVD) นั่นเอง

 

 

 

5. เมนบอร์ด (Mainboard)

                เมนบอร์ด (Mainboard) หรือมาเธอร์บอร์ด (Motherboard) เป็นแผงวงจรขนาดใหญ่ ซึ่งมีการเชื่อมต่อวงจรต่างๆ สำหรับเชื่อมอุปกรณ์หลายๆ ตัวเข้าด้วยกัน

เมนบอร์ดมีความแตกต่างกันของรูปแบบหรือที่เรียกว่า “ฟอร์มแฟคเตอร์” (Form Factor) ซึ่งก็คือขนาดของตัวเมนบอร์ด, ตำแหน่งการจัดวางชิ้นส่วนอุปกรณ์และขั้วต่อ (Port) ต่างๆ บนเมนบอร์ด ซึ่งจะมีผลต่อรูปแบบของตัวเครื่องหรือเคส (Case)

6. อุปกรณ์แสดงผล

หน่วยแสดงผลเป็นส่วนที่แสดงข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ไปสู่มนุษย์ เป็นตัวกลางการสื่อสารระหว่างคอมพิวเตอร์กับมนุษย์ เราเรียกเครื่องมือในส่วนนี้ว่า อุปกรณ์แสดงผล (Output Devices)

อุปกรณ์แสดงผลสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ตามลักษณะของข้อมูลที่แสดงออกมา ได้แก่

  • อุปกรณ์แสดงผลที่มนุษย์จับต้องไม่ได้ (Softcopy Output Device) หมายถึง อุปกรณ์แสดงข้อมูลที่มนุษย์ไม่สามารถจับต้องข้อมูลที่แสดงนั้นได้ เช่น ข้อมูลตัวอักษรหรือภาพบนจอภาพ หรือข้อมูลเสียงจากลำโพง เรียกข้อมูลประเภทนี้ว่า Softcopy
  • อุปกรณ์แสดงผลที่มนุษย์จับต้องได้ (Hardcopy Output Device) หมายถึง อุปกรณ์แสดงข้อมูลที่มนุษย์สามารถจับต้องข้อมูลที่แสดงนั้นได้ เช่น ตัวอักษรหรือภาพบนกระดาษ เป็นต้น เราเรียกข้อมูลประเภทนี้ว่า Hardcopy

7. การ์ดแสดงผล (Graphic card)

 

The graphics card creates a wire frame image, then fills it in and adds textures and shading.[2]

 

                ภาพที่เห็นในจอมอนิเตอร์นั้นถูกสร้างขึ้นจากจุดเล็กๆ จำนวนมากหลายล้านจุดที่เรียกว่าพิกเซล(pixels) ในการสร้างจุดเล็กๆเหล่านี้ขึ้นมาเป็นภาพ เครื่องคอมพิวเตอร์ต้องการอุปกรณ์บางอย่างที่สามารถแปลงข้อมูลไบนารีจาก CPU ให้เป็นรูปภาพ อุปกรณ์นั้นคือ Graphics card หรือ การ์ดแสดงผลนั่นเอง

การ์ดแสดงผลมีการทำงานที่ซับซ้อน แต่หลักการพื้นฐานและส่วนประกอบของมันไม่ยากต่อการทำความเข้าใจนัก

ลองคิดว่าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นบริษัทหนึ่งซึ่งมีฝ่ายศิลป์อยู่ด้วย  เมื่อคนในบริษัทต้องการชิ้นงานรูปภาพหรือโปสเตอร์สักชิ้นก็จะเป็นหน้าที่ของฝ่ายศิลป์ในการผลิตชิ้นงานนั้นขึ้นมา

การ์ดแสดงผล หรือ Graphic Card

[2]

การ์ดแสดงผลก็ใช้หลักการเดียวกัน เมื่อซีพียูกำลังประมวลผลหากมีข้อมูลเกี่ยวกับภาพที่ต้องแสดงผล ซีพียูจะส่งข้อมูลเกี่ยวกับภาพนั้นไปยังการ์ดแสดงผล ซึ่งการ์ดแสดงผลจะมีหน้าที่คิดว่าจะต้องใช้จุด(Pixels) ในการสร้างรูปภาพขึ้นมาอย่างไร หลังจากนั้นจึงส่งข้อมูลต่อไปยังจอภาพ (monitor) โดยผ่านสายเคเบิลหรือสายแพ

 

การ์ดแสดงผลที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ การ์ดวิจีเอ (VGA : Video Graphics Array) สามารถแสดงผลได้ตั้งแต่ 16 สี ที่ความละเอียด 640x480 พิกเซล และต่อมาได้พัฒนาเป็นการ์ดซุปเปอร์วีจีเอ (SVGA : Super Video Graphics Array) ซึ่งสามารถแสดงสีได้ 256 สี ที่ความละเอียด 800x600 พิกเซล ปัจจุบันนี้พัฒนาจนถึงการ์ดเอ็กจีเอ (XGA : Exchanced Graphics Array) ซึ่งสามารถแสดงจำนวนสีได้ถึง 16.7 ล้านสี ที่ความละเอียด 1600x1200 พิกเซล และ Quantum Extended Graphics Array (QXGA) ซึ่งสามารถแสดงจำนวนสีที่ความละเอียด 2040 x 1536 พิกเซล ซึ่งให้สีที่สมจริงตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับงานตกแต่งภาพและงานพิมพ์ที่ต้องการความละเอียดสูง 8. การ์ดแสดงสัญญาณเสียง (Sound Card)

                Sound card หรือการ์ดเสียงเป็นอุปกรณ์สร้างและจัดการกับระบบเสียงทั้งหมดในเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น เล่นไฟล์เสียงในรูปแบบต่างๆ สร้างเสียงดนตรีตามคำสั่งแบบ MIDI บันทึกและแปลงเสียงลงเป็นไฟล์แบบดิจิตอล ตลอดจนผสมเสียงจากหลายๆแหล่งที่มาเข้าด้วยกัน เป็นต้น