สัปดาห์ทีผ่านมาได้รับรู้รับฟังเรื่องของคนในวัยเดียวกับเราที่เสียชีวิตด้วยโรคร้ายที่ตรวจพบเมื่อไม่นานนี้เอง มีอาการป่วยหนักและต้องเข้าโรงพยาบาลโดยไม่รู้สาเหตุของการป่วยในตอนต้น แต่ยิ่งอยู่ก็ยิ่งแย่ เราเป็นคนตรวจแล็บ เห็นผลของเธอแล้วก็รู้สึกได้ว่า เธอคงทุกข์ทรมานกับสภาพที่เป็นอยู่ ภาวนาให้เธอไม่ต้องทุกข์ทรมานนานจนเกินไป แล้วในเวลาไม่ถึงเดือนเธอก็จากไป ได้รับรู้ว่าเธอเป็นคนดี แต่มีภาระค้างคาในชีวิตอยู่น่าจะหลายเรื่องที่เธอคงอยากจะทำให้เรียบร้อย แต่ถึงวันนี้ทุกอย่างก็ต้องคลี่คลายไปเองโดยไม่มีเธอ

เรื่องนี้ทำให้เราได้ฉุกคิดอีกครั้งว่า วันนี้เวลานี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราจริงๆ ทำทุกอย่างที่คิดว่าควรจะทำให้ดีที่สุด เอาแบบที่ไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วง คิดเสมอว่าหากเรามีอันเป็นไปไม่ว่าด้วยเหตุใดก็ตาม เราก็จะไปได้อย่างใจสบาย ไม่มีอะไรต้องห่วง ต้องเสียดายว่ายังไม่ได้ทำ หรือน่าจะทำ เพราะแม้จะอยู่ในฐานะแม่ ก็ได้ทำหน้าที่ครบสมบูรณ์ แล้ว ลูกๆรู้หน้าที่ อยู่ได้ด้วยตัวเอง พึ่งพาตัวเองได้แม้ยังอยู่ในวัยเรียน มีประกันชีวิตที่เป็นหลักให้พวกเขาทุกคนหากเราเป็นอะไรไป สิ่งดีๆใดที่อยากทำก็พยายามทำเสมอทุกโอกาสที่ทำได้ในปัจจุบัน แม้จะมีอะไรอีกหลายอย่างที่อยากทำ แต่เมื่อยังไม่ถึงเวลาที่ทำได้ก็ไม่ต้องทุกข์ร้อนขวนขวายมากมาย ไม่มีอะไรที่ผ่านมาแล้วที่ทำให้คิดว่าอยากแก้ไข เพราะแต่ละอย่างที่ทำไปก็มีเหตุผลในตัวของมันเอง ถ้าเป็นความผิดพลาดก็ไม่ได้ทำให้เราต้องเสียใจอะไร เพราะเราได้เรียนรู้จากสิ่งนั้นๆเพื่อจะไม่ให้เกิดขึ้นอีก

รุปว่า ความเศร้าใจที่ได้รับรู้การจากไป เป็นสิ่งที่สอนใจให้ตั้งสติกับปัจจุบัน ขอให้กุศลแห่งการเตือนสตินี้ได้มีส่วนส่งผลให้วิญญาณของเธอผู้จากไปผ่านพ้นไปอย่างสงบสุข เขียนบันทึกนี้เพื่อส่งสตินี้ต่อๆกันไปเพื่อทำกุศลให้เธอด้วยความขอบคุณค่ะ