Brain - based learning
วันนี้ จะมาสรุปเนื้อหาจากการประชุม Brain - based learning

บันทึกนี้ จะสรุปเป็นภาพรวมกว้างๆ ก่อนครับ ยังไม่เจาะลึก
หลักการที่สำคัญอยู่ที่รูปบนครับ
1. สมองจะประกอบด้วยส่วนประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน คือ สมองใหญ่และสมองน้อย
2. สมองใหญ่ เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ "คิดและจำ" ในรูปก็คือ สมองที่เป็นสีส้ม ชมพู เขียว และ น้ำเงิน
* สมองสีส้ม เป็นส่วนรับเสียง
* สมองสีชมพู เป็นส่วนรับภาพ
* สมองสีเขียว เป็นส่วนสมองสัมผัส
* สมองส่วนหน้า สีน้ำเงิน เป็นสมองการคิด การตัดสินใจ การใช้เหตุผล
3. สมองน้อย เป็นส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว ที่เขียนว่า cerebellum สมองน้อย หน้าที่หลัก ทำให้เกิดความสนใจ จดจ่อ กระตุ้นพัฒนาการทางภาษา การสร้างสมาธิ
ปัญหาที่ทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้ คือ
คุณครูมักป้อนข้อมูลผ่านการพูดของครู เพื่อให้เข้าไปในหูของผู้เรียน โดยหวังไว้ข้อมูลดังกล่าวจะเข้าไปอยู่ในสมองผู้เรียนได้เลย ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นการสอนที่ข้ามขั้นตอนการทำงานของสมองไปครับ จึงทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้
นั้นคือ กว่าที่จะให้ผู้เรียนเก็บความรู้ไว้ในสมองได้ ต้องให้สมองทำงานถึง 2 ขั้นตอน ครับ
ขั้นตอนแรก ต้องให้สมองน้อยทำงานก่อนครับ ต้องกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ
ชั้นตอนที่สอง จะให้เรียนรู้ได้ ต้องให้สมองทั้ง 3 ส่วน ทำงานพร้อมกันครับ นั่นคือจะต้องเสนอข้อมูลด้วย
1. ภาพ 2. เสียง 3. เคลื่อนไหว
จะต้องให้สมองทำงานถึง 2 ขั้นตอนครับ จึงค่อยไปถึงขั้นตอนที่สาม สมองส่วนความคิดและความจำ จึงจะทำงาน
วันนี้ก็นำเสนอแค่นี้ก่อนครับ สำหรับรายละเอียดเชิงลึกในตอนต่อไป ก็จะว่าด้วย
* การกระตุ้นสมองน้อยให้ทำงาน เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากเลยครับ หลายคนมองข้ามส่วนนี้ไป เด็กสอนอย่างไรก็ไม่รับครับ
* การจัดกระบวนการเรียนรู้ โดยให้สมองทั้งสามส่วนทำงานพร้อมกัน เป็นหัวใจของการเรียนรู้เลยครับ การใช้สมองเพียงส่วนเดียว ผู้เรียนไม่เกิดการเรียนรู้ครับ
ก่อนจบ ขอฝากเรื่องที่ทำให้ผมผิดหวังกับความคิดของผู้บริหารโรงเรียนท่านหนึ่ง พูดในช่วงเลิกอบรมว่า
" จะมาอบรมกันทำไม BBL ต่อไปเด็กก็ใช้คอมพิวเตอร์กันหมดแล้ว ใช้มือพิมพ์อย่างเดียว ก็หาข้อมูลมาเรียนรู้เองได้ การเรียนกับครูต่อไป แทบไม่มีความจำเป็น"
โปรดติดตามตอนต่อไปครับ ตอนนี้ เหนื่อยแล้ว
ขอบคุณค่ะ...เคยได้ยินผู้เชี่ยวชาญเรื่องการเรียนรู้ของเด็กแนะนำว่า การเรียนรู้ควรมีขั้นตอน คือ ..
...เริ่มจากง่ายไปหายาก
... ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง
... ย้ำบ่อยๆจนฝังลงเป็นจิตสำนึก
ได้ลองย้อนกลับไปดูอดีตตอนเป็นเด็กๆ..ได้รับการบ่มเพาะเช่นนี้จากพ่อ-แม่ ค่ะ
ท่านรองเป็นหัวหน้าคน
ไม่รู้ว่าเวลาท่านรองไม่อยู่ ลูกน้องท่านรองจะเอาท่านรองไปนินทา
ต่อหน้าคนอื่นหรือเปล่าน่ะค่ะ
สงสัยสมองส่วนหน้าของกอจะไม่ค่อยทำงาน ก็เลยคิดใช้เหตุผลได้น้อย
หรือป่าวค่ะ
ที่อาจารย์เขียนมา
เริ่มจากง่ายไปหายาก ...
ทำให้ดูเป็นตัวอย่าง...
ย้ำบ่อยๆจนฝังลงเป็นจิตสำนึก
BBL เป๊ะเลยครับ แสดงว่าคุณพ่อคุณแม่ของอาจารย์ สอนแบบ BBLโดยไม่รู้ตัว เยี่ยมไปเลยครับ
ขอบคุณอาจารย์มากครับ
ครับ เวลาผมไม่อยู่ ผมคาดว่าลูกน้องคงคิดถึงผมอยู่ครับ ก็คงเอาไปเล่าขานกัน
ขอบคุณครับ
555 เป็นหัวหน้าคนต้องทำใจและธรรมใจน่ะค่ะ
วันนี้หนูได้รู้จักนิสัยใจคอผู้ใหญ่คนอื่นๆ ค่ะ น่ากลัว
หนูคิดว่าหากมีโอกาสจะทำขนมขายไม่ทำงานออฟฟิต
สมองส่วนหน้า ให้เขาพักผ่อนบ้างก็ดีครับ ผมเองหลายครั้งสมองส่วนหน้าก็พักครับ
จึงมักจะใช้อารมณ์ อยู่เหนือเหตุผล
ลูกน้องนินทานายได้ แต่นายมิบังควรนินทาลูกน้องครับ
ทำไมบันทึกท่านรองมักจะได้เป็นบันทึกแนะนำตลอดเลยล่ะค่ะ
กอก็ว่าบันทึกกอก็ดีทำไมเค้าไม่เอามาแนะนำบ้างค่ะ
เหอ เหอ หนูก็ถามไปตามคนสมองส่วนหน้าไม่ทำงานอ่ะค่ะ อิอิ
ท่านรองไม่ต้องตอบหรอกน่ะค่ะ อนาคตกอต้องรุ่งริ่งแน่ๆ
ก็เป็นเช่นนั้นเองครับ
อนาคตรุ่ง ครับ ไม่มี ริ่ง