คนจะงาม งามที่ใจใช่ใบหน้า
เมื่อ ๔ ปีที่ผ่านมาหลายคนที่เจอฉันก็จะทักว่าฉันอ้วน แต่ ณ ปัจจุบัน สิ่งที่ฉันได้ยินบ่อยมาก น้องจิ๋ม,พี่จิ๋ม,ยัยจิ๋มไปทำอะไรมาผอมลงน่ะ หุ่นดีจัง(ยอตัวเอง ฮิ ฮิๆๆๆๆ) สิ่งที่ทำให้ฉันผอมจากน้ำหนัก ๖๕ กิโลกรัมเหลือ ๕๕ กิโลกรัม ฉันไม่ได้กินยาลดความอ้วน หรือไปรีดไขมันหรือไปเข้าคร์อดลดน้ำหนัก
ฉันทำด้วยตัวเอง และเมื่อหลายคนถามว่าทำได้อย่างไร ฉันมักบอกว่า ไม่มีคนทำกับข้าวให้กิน เพราะคนที่ชอบทำกับข้าวและชอบให้ฉันกิน เขาจากฉันไปแล้ว แต่จริงๆแล้ว ฉันเริ่มถือศีล ๘ คือไม่นิยมบริโภคอาหารมื้อค่ำ ทำให้น้ำหนักค่อยๆลดลงไป แต่สิ่งที่ฉันทำอีกอย่างคือ การออกกำลังกาย และทำจิตใจให้สงบ คิดแต่สิ่งดีๆ อาจจะมีเครียดบ้างแต่ไม่นาน
สำหรับการบริโภคอาหาร ฉันจำคำที่พี่โฮ(อ.ไพจิตร ไตรวงศ์ย้อย) ได้พูดไว้ว่า มื้อเช้าให้กินแบบราชา มื้อเที่ยงให้กินแบบคนธรรมดา มื้อเย็นให้กินแบบยาจก แต่มีน้องบางคนบอกกับฉันว่า มื้อเช้ากินแบบอภิมหาราชา มื้อเที่ยงก็กินแบบอภิมหาราชา ส่วนมื้อเย็นไม่ต้องพูดถึง ยิ่งกว่าอภิมหาราชา เพราะอยู่พร้อมหน้ากัน
นอกจากนั้นฉันได้นำหลักกฎไตรลักษณ์ มาใช้ คือ กฎอนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน ทุกข์เกิดขึ้นได้ ก็ดับได้ ไม่ยึดมั่นถือมั่น(การไม่มีตัวตน) ซึ่งสิ่งเหล่านี้แหละที่ทำให้ฉัน ใช้ชีวิตอยู่ได้ โดยน้ำหนักและส่วนสูงได้สัดส่วนกัน
คนเรานอกจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ก็ควรมาจากรูปลักษณ์ภายในด้วย หากคิดดี พูดดี ทำดี แล้วจะได้ดี ฉันเชื่ออย่างนั้น เพราะฉะนั้น ใครอยากสวยหุ่นดี ลองทำดูซิ ไม่เปลืองเงิน แถมสุขภาพก็ดีด้วย ลองดูซิค่ะไม่ยากเลย
ออกกำลังกายทุกวันดีมากเลยครับ อาจารย์สบายดีนะครับ
ขอขอบคุณคุณกิตติพัฒน์น่ะ อาหารว่างอยู่น่ากินจัง แต่หากกินคงอ้วนแน่เลย แต่นานๆครั้งคงไม่เป็นไรมั่งค่ะ
เพิ่งรักษาศิลแปดพรรษานี้ครับ
น้ำ้หนักลดไปประมาณห้ากิโล
สุขกาย สบายใจ
ขอเชิญคุณครูมาเี่ยี่ยมชมบ้านผมครับ