ยกเลิกทำไม? ใครได้ประโยชน์?

          การแถลงข่าวของ ดร.ดิเรก  พรสีมา ประธานคุรุสภา  ยกเลิกการให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู โดยให้มีผลตามมติคุรุสภา  ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2553  ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์มติดังกล่าวมากมาย และมีคำถามตามมาว่า  ยกเลิกทำไม ?  ใครได้ประโยชน์ ?

          ผู้เขียนขอวิเคราะห์หาคำตอบว่า ยกเลิกทำไม ?  น่าจะมาจาก 3 สาเหตุใหญ่  ได้แก่

          สาเหตุ  1. หลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู (ป.บัณฑิตครู)เกิดจากความต้องการในการพัฒนาความรู้ด้านวิชาชีพให้แก่ผู้ที่ไม่ได้เป็นเรียนครู แต่เป็นครูที่เป็นสมาชิกของคุรุสภาตาม พ.ร.บ. ครู พุทธศักราช 2488  ก่อนการประกาศใช้  พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2546  ที่กำหนดให้ครูต้องมีใบประกอบวิชาชีพครู โดยการให้ครูดังกล่าวเรียนหลักสูตรเฉพาะวิชาชีพครูตามสาระความรู้ที่คุรุสภากำหนดในหลักสูตร ป.บัณฑิตครู ส่วนประสบการณ์วิชาชีพให้เทียบโอนได้ เนื่องจากเป็นครูอยู่แล้ว

          สาเหตุ  2. คุรุสภาซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ (SP2) ได้ประกาศให้ทุนครูในระบบที่ยังไม่ได้เรียนหลักสูตรครูตามที่กฎหมายกำหนด โดยให้ทุนครูทุกคนที่ปฏิบัติงานอยู่ในสถานศึกษาของรัฐปัจจุบัน รวมทั้งครูโรงเรียนเอกชน  ปรากฏว่ามีผู้แจ้งขอรับทุนไม่ถึงเป้าหมายของโครงการ จึงแสดงว่า  ครูในระบบทุกคนมีคุณวุฒิครูครบถ้วนแล้ว

          สาเหตุ  3. ปัจจุบันมีสถาบันผลิตครูทั้งของรัฐและเอกชน  ที่เปิดสอนหลักสูตร ป.บัณฑิตครู โดยคุรุสภารับรองหลักสูตร  หรืออยู่ระหว่างรับรองหลักสูตรมากกว่า 100 สถาบัน  มีการผลิตครูเฉพาะ หลักสูตรป.บัณฑิตครูปีละประมาณ  30,000 – 50,000 คน  (เฉลี่ยผลิตสถาบันละ 300 - 500 คน)  และถ้าผลิตปริมาณมากกว่าจำนวนเฉลี่ย  ก็จะทำให้ปริมาณการผลิตครูเกินกว่าความต้องการจำนวนมาก  เช่น อัตราเกษียณของ สพฐ. ที่จะได้อัตราคืนตามมติ ครม. ปี 2553 มีจำนวน 6,424 อัตรา  ปี 2544  มีจำนวน 8,422  อัตรา  แต่ผลิตครู ป.บัณฑิต ปีละไม่น้อยกว่า 30,000 – 50,000 คน  รวมทั้งกลายเป็นช่องทางการผลิตครูอีกรูปแบบหนึ่งนอกเหนือจากหลักสูตรปริญญาตรีครู 5 ปี ที่สถาบันผลิตจำนวน 69 แห่ง ผลิตปีละไม่น้อยกว่า 30,000 คนอยู่แล้ว  ไม่ใช่เป็นการพัฒนาครูที่อยู่ในระบบ (ทำงานเป็นครูอยู่แล้ว) ประการสำคัญ คือ ยังไม่สามารถควบคุมการผลิตครูได้อย่างมีประสิทธิภาพ

          สรุป เมื่อหมดความจำเป็นในการพัฒนาครูในระบบตามเจตนารมณ์ คุรุสภาจึงยกเลิกการให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

ใครได้ประโยชน์?  ได้อย่างไร?

          สถาบันฝ่ายผลิตได้ประโยชน์จากการบริหารจัดการเรียนการสอน เพื่อควบคุมคุณภาพบัณฑิต  เนื่องจากหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู กำหนดให้เรียนรายวิชา 24 หน่วยกิต (8 รายวิชา)  และฝึกประสบการณ์วิชาชีพ (ฝึกสอน) 2 ภาคการศึกษา 6 หน่วยกิต อีก 360 ชั่วโมง ภายในเวลา 1 ปี  ดังนั้น  ผู้เรียนจึงต้องออกฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตั้งแต่เริ่มเรียนภาคการศึกษาแรก  โดยไม่ได้เรียนวิชาชีพครูมาก่อน และผู้เรียนต้องเรียนวิชาชีพครูถึง  4 รายวิชาไปพร้อม ๆ กับการฝึกประสบการณ์วิชาชีพตามจำนวนชั่วโมงที่คุรุสภากำหนด  บางสถาบันจึงต้องจัดการเรียนเพิ่มอีก  ภาคการศึกษาในภาคฤดูร้อน รวมเวลาเรียน 1 ปีครึ่ง แต่ก็ยังเป็นการเรียนอย่างเร่งรีบ และฝึกประสบการณ์อย่างรวบรัด  ส่งผลกระทบถึงคุณภาพทั้งการเรียนการสอนและการฝึกประสบการณ์ การยกเลิกการให้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรครู ป.บัณฑิตวิชาชีพครูจะต้องยกเลิก สำหรับผู้จะเข้าเรียนหลังวันที่ 19 สิงหาคม 2553 ผู้ที่กำลังเรียนหรือกำลังอบรมตามหลักสูตรจะต้องได้ใบประกอบวิชาชีพครูตามสิทธิ์เดิม  เนื่องจากกฎหมายจะไม่มีผลบังคับย้อนหลัง สำหรับผู้เรียนรุ่นใหม่สถาบันฝ่ายผลิตจะต้องปรับหลักสูตรการผลิตครูเป็นหลักสูตรปริญญาโท (เรียนไม่น้อยไม่กว่า 36 หน่วยกิต ภายในเวลา 2 ปี) โดยการพัฒนาหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู  เป็นหลักสูตรปริญญาโท  โดยผนวกเงื่อนไขการเรียนด้านสาระความรู้และการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ ตามเงื่อนไขการได้ใบประกอบวิชาชีพครูในสาขาต่าง ๆ  อาทิ หลักสูตรและการสอน วิทยาศาสตร์ศึกษา ภาษาศาสตร์ศึกษา สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีสาขาอื่นที่ประสงค์จะเป็นครู ซึ่งการจัดการเรียนการสอนและการควบคุมคุณภาพการศึกษาตามเกณฑ์การสำเร็จการศึกษาหลักสูตรปริญญาโทจะเข้มข้น คือทั้งเรียนรายวิชา การทำวิจัยควบคู่กับการฝึกประสบการณ์ การสอบผ่านภาษาอังกฤษตามเกณฑ์  การสอบประมวลความรู้ และการตีพิมพ์ผลงานการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองและหรือวิทยานิพนธ์

          ผู้เรียนได้ประโยชน์จากการเรียนระดับปริญญาโทโดยใช้ระยะเวลาการศึกษาสั้นลงจากเดิม แทนที่จะใช้เวลาเรียนปริญญาตรี 4 ปี ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู  1-1 ½ ปี และปริญญาโท 2 ปี รวม 7-7 ½ ปี  เหลือใช้เวลาเรียนปริญญาตรี 4 ปี และปริญญาโท 2 ปี รวม 6 ปี ได้รับเงินเดือนระดับปริญญาโท อัตรา 9,700 บาท  เมื่อแรกบรรจุ   โดยไม่ต้องเสียเวลาเรียน ประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครู และรับเงินเดือนแรกบรรจุ 8,700 บาท   เมื่อไปเรียนต่อปริญญาโท  เงินเดือนก็เกินกว่าอัตราที่ปริญญากำหนด ทำให้เสียโอกาสการขึ้นเงินเดือน  เหนือสิ่งอื่นใดคือคุณภาพของตัวผู้เรียนเอง

          ประเทศชาติได้ประโยชน์  จากคุณภาพของครูที่ผ่านกระบวนการเรียนการสอนระดับปริญญาโทตามเกณฑ์มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้ได้ครูคุณภาพ ส่งผลดีต่อเด็กนักเรียนที่ครูต้องรับผิดชอบ และมีผลกระทบทางบวกต่อคุณภาพของคนไทยและสังคมโดยรวมในอนาคต

          สิ่งที่สำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้  คือ คุรุสภาและสำนักงานการอุดมศึกษา (สกอ.) ต้องเอาจริงในการควบคุมคุณภาพมาตรฐานการผลิต (สถาบันผลิตครู) และคุณภาพผลผลิต (บัณฑิตครู) ตามหลักสูตรระดับปริญญาโท โดยไม่ปล่อยให้บางสถาบันมีการทำไร่เลื่อนลอยด้านการผลิตครู จนทำให้ไม่ได้มาตรฐานทั้งด้านการผลิตและผลผลิตอีกต่อไป