งานอดิเรก

ที่มาของงานใบตอง
     บรรพบุรุษของเราแต่โบราณได้คิดนำใบตองใบไม้มาห่อขนม - อาหารต่าง ๆ ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนคิดประดิษฐ์ประดอยให้มีรูปร่างรูปทรงสวยงามขึ้น ยิ่งในงานพิธีตามประเพณีไทย เช่น การทำบุญต่าง ๆ แล้ว ยิ่งทำพิถีพิถัน แสดงฝีมืออวดกันให้น่าชื่นชมยินดี
    เป็นการยากที่จะตอบคำถามที่ว่างานใบตองมีมาแต่สมัยใด ใครเป็นผู้ริเริ่มและผู้สืบทอดมรดกทางวัฒนธรรมแขนงนี้ แม้แต่ศาสตราจารย์พระยาอนุมานราชธนผู้รอบรู้ทางศิลปะ - ประเพณีไทยและสากล ท่านยังมิอาจจะบอกได้แน่ชัดลงไปว่าเกิดขึ้นเมื่อใด ใครคิด ใครสอนต่อ ๆ มา เพียงแต่อ้างหลักฐานที่ปรากฏในพระราชนิพนธ์เรื่องพระราชพิธี 12 เดือน ตอนที่ว่าด้วยลอยพระประทีปกล่าวว่า "การลอยพระประทีปลอยกระทงนี้เป็นงานนักขัตฤกษ์ที่รื่นเริงทั่วไปของชนทั้งปวง ไม่เฉพาะแต่การหลวง แต่จะนับเป็นพระราชพิธีอย่างใดก็ไม่ได้ ด้วยไม่มีพิธีสงฆ์, พราหมณ์อันใดเกี่ยวข้องเนื่องในการลอยพระประทีปนั้น เว้นไว้แต่จะเข้าใจว่าตรงกับคำที่ว่า ลอยโคมลงน้ำ แต่ควรนับว่าเป็นประเพณีซึ่งมีมาในแผ่นดินสยามแต่โบราณตั้งแต่พระนครยังอยู่ฝ่ายเหนือ" ต่อไปทรงอ้างถึง นางพนมาศ ซึ่งมียศเป็น ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ พระสนมเอก แต่ครั้งพระเจ้าอรุณมหาราช คือพระร่วงซึ่งเป็นพระเจ้าแผ่นดินสยาม มีกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ได้คิดตกแต่งโคมลอยให้งามประหลาดกว่าโคมของพระสนมทั้งปวง ได้เลือกผกาเกสรสีต่าง ๆ ประดับเป็นรูปดอกไม้ซ้อนสีสลับให้เป็นลวดลาย แล้วเอาผลพฤกษาลดาชาติมาแกะจำหลักเป็นรูปมยุระคณนกวิหคหงส์ ให้จับจิกเกสรบุปผชาติอยู่ตามกลีบดอกกระมุทเป็นระเบียบเรียบเรียงวิจิตรไปด้วยสีย้อมสดส่าง ควรทอดทัศนายิ่งนัก ทั้งเสียบแซมเทียนธูปและประทีปน้ำมันเปรียงเจือด้วยไขข้อพระโค
    ด้วยหลักฐานอันนี้แสดงชัดว่าบรรพบุรุษของเรามีศิลปะการประดิษฐ์ดอกไม้ใบไม้ ผลไม้และวัสดุต่าง ๆ มาก่อนหน้านี้ คือก่อนสุโขทัยเป็นราชธานี แต่ไม่มีผู้ใดได้เขียนไว้เป็นหลักฐานให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบค้น
    ในสมัยรัตนโกสินทร์ สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทรงเล่าประทานว่าเจ้าคุณตานี ธิดาเจ้าพรยามหาเสนา (บุนนาค) ซึ่งเป็นเจ้าจอมในรัชกาลที่ 1 และเป็นพระมารดาของกรมหมื่นสุรินทรรักษ์ เป็นช่างดอกไม้มีชื่อเสียงมากในสมัยนั้น (ราว พ.ศ. 2359)
    เมื่อประมาณ 118 ปีมานี้ ก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 และในรัชกาลที่ 5 มีเจ้านายหลายพระองค์รวมทั้งบริวารมีฝีมือในการประดิษฐ์ดอกไม้ร้อยกรองมาลัย ตาข่าย วิมานเครื่องแขวน ดอกไม้สด พานดอกไม้ ตลอดจนนำวัสดุอื่น เช่น ขี้ผึ้ง มาประดิษฐ์เป็นดอกไม้เทียมเลียนแบบดอกไม้สด แต่มิมีใครกล่าวเฉพาะถึงงานใบตองไว้เลย คงมีใช้เฉพาะเป็นส่วนประกอบงานดอกไม้และใช้เป็นภาชนะใส่ขนม - อาหารเท่านั้น
    ในงานชุมนุมแม่บ้านครั้งที่ 10 พ.ศ. 2511 วิทยาลัยครูสวนดุสิตเป็นผู้จัดและได้เชิญอาจารย์เยื้อน  ภาณุทัต มาแสดงการเย็บใบตองเป็นภาชนะต่าง ๆ มากมาย เช่น กระทงดอกไม้ แจกันดอกไม้ ชาม กระปุก กระถางธูป เชิงเทียน ถาดใส่ผักเครื่องจิ้ม เป็นต้น นับเป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าได้ดูงานใบตองที่สวยงามวิจิตรจริง ๆ จากนั้นข้าพเจ้าก็มีโอกาสได้ศึกษาและฝึกหัดทำจากอาจารย์ ม.ร.ว.สอิ้งมาศ  นวรัตน์ (ท่านเล่าให้ฟังว่าท่านเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์เยื้อน  ภาณุฑัต) ทั้งขณะที่เป็นนักศึกษาและในภายหลังเมื่อมีโอกาสมารับราชการที่วิทยาลัยครูสวนดุสิตอีกเป็นเวลารวมสิบกว่าปี จึงนับว่าโชคดีกว่าลูกศิษย์คนอื่น ๆ เพราะมีโอกาสได้ใกล้ชิดดูแลและช่วยท่านฝึกอบรมนักศึกษาและจัดแสดงนิทรรศการในวิทยาลัยและนอกสถานที่หลายครั้ง
    สถานศึกษาอื่น ๆ รวมทั้งเอกชนต่างก็ตื่นตัวกันมากในเรื่องงานใบตองในระยะนี้ อันเนื่องมาจากผลการจัดนิทรรศการของวิทยาลัยครูสวนดุสิต การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเคยขอความร่วมมือให้วิทยาลัยครูสวนดุสิตไปจัดแสดงนิทรรศการงานใบตอง - แกะสลัก ในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทยที่จัดขึ้นที่พระราชวังสวนอัมพรเมื่อ 28 - 30 พ.ย. ถึง 2 ต.ค. พ.ศ. 2524 และอีกหลายครั้งในที่ต่าง ๆ จนเป็นที่ประทับใจทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ
    นับว่าเป็นมหากุศลอันยิ่งใหญ่ที่เราเกิดมาในผืนแผ่นดินไทยอันอุดมสมบูรณ์มีพระพุทธศาสนาประจำชาติและมีพระมาหากษัตริย์เป็นประมุขมาหลายยุคหลายสมัยจนถึงปัจจุบันทุก ๆ พระองค์ทรงพระปรีชาสามารถด้วยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อม เหล่าทวยราษฎร์จึงดำเนินชีวิตมาด้วยความสงบสุข และเห็นได้ชัดว่าบ่อเกิดแห่งศิลปวัฒนธรรมทุกแขนงของไทยเราคือ สถาบันศาสนาและสถาบันพระมหากษัตริย์โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทุกพระองค์ ได้ทรงทำนุบำรุงศาสนาและศิลปวัฒนธรรมให้เจริญวัฒนามาโดยตลอด บรรดาพระมเหสี พระเทวี เจ้าจอมและข้าราชบริวารต่างช่วยกันประดิษฐ์ประดอยดอกไม้ต่าง ๆ ถวายให้ทรงใช้เป็นเครื่องสักการะพระรัตนตรัย เมื่อมีพระราชพิธีต่าง ๆ และพระราชทานแก่แขกบ้านแขกเมือง เช่น พานเมี่ยงหมากที่นางนพมาศประดิษฐ์ขึ้น  ดังนั้นจึงพอจะสรุปได้ว่างานดอกไม้ - ใบตองได้มีกำเนิดขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง ต่อมาจึงได้ถูกนำออกมาเผยแพร่ในหมู่ประชาชน โดยเสนาบดีผู้ใหญ่ที่ประสงค์จะให้ลูกหลานมีศิลปวิทยา จรรยามารยาท จึงนำลูก - หลานเข้ามอบให้เจ้านายฝ่ายในฝึกอบรมสุดแต่จะคุ้นเคยกับพระองค์ใด เมื่อมีความรู้ความชำนาญพอก็ขอทูลลานำตัวลูก - หลานออกมาอยู่บ้านมีเหย้ามีเรือน เมื่อบ้านใครมีงานใด เช่น มงคลสมรส งานอุปสมบท โกนจุกทำบุญอายุหรืองานศพ ต่างก็ได้โอกาสแสดงฝีมืออวดกัน วัฒนธรรมต่าง ๆ จึงได้เผยแพร่ออกมาสู่ประชาชนอีกต่อหนึ่ง
    ปัจจุบันนี้คณะรัฐบาลและสำนักวัฒนธรรมแห่งชาติได้ตระหนักถึงความสำคัญของวัฒนธรรมไทยทุกแขนง ได้กำหนดเป็นแนวนโยบายและอยู่ในแผนการศึกษาแห่งชาติที่จะมุ่งหวังให้เยาวชนได้ภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งงานใบตองก็เป็นเอกลักษณ์อันน่าภาคภูมิยิ่ง ข้าพเจ้าจึงได้รวบรวมความรู้ความสามารถคิดสร้างผลงานและทำเป็นหนังสือนี้ไว้ให้เป็นมรดกไทยอีกชิ้นหนึ่ง

คุณค่าของงานใบตอง
    คุณค่าของงานใบตองนั้นมีมากมายทั้งในชีวิตประจำวัน โอกาสพิเศษและการธำรงศิลปวัฒนธรรมและประเพณีไทย ตลอดจนช่วยให้เกิดความสุขทางใจและยังเป็นอาชีพได้
1. ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน
    1.1 ใช้ใส่อาหาร ห่ออาหาร ห่อขนม ห่อของ ห่อผัก ห่อดอกไม้ ช่วยให้สดทนนาน
    1.2 ช่วยให้ขนมและอาหารสีสวยและมีกลิ่นหอมชวนรับประทาน
2. ประโยชน์ในโอกาสพิเศษ
    2.1 งานวันสำคัญ ประดิษฐ์ภาชนะใส่ดอกไม้ ขนม ผลไม้ หรือใส่อาหารนำไปให้บุคคลซึ่งเป็นที่เคารพนับถือในวันคล้ายวันเกิด วันปีใหม่ วันขึ้นบ้านใหม่ วันประสบความสำเร็จ วันฉลองโชคชัย วันเยี่ยมไข้หรือแม้แต่วันจากไป ภาชนะที่ประดิษฐ์จากใบตองจะเป็นสื่อแสดงออกซึ่งความรู้สึกที่ลึกซึ้งแห่งจิตใจที่ผู้ให้บรรจงประดิษฐ์ ผู้รับย่อมซาบซึ้งและชื่นชมในไมตรีจิต รวมทั้งภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมประจำชาติด้วย
    2.2    งานประเพณีนิยม ชาวไทยนิยมประดิษฐ์ผลงานดอกไม้ใบตองแบบประณีตศิลป์ใช้ในงานประเพณี เช่น พานขันหมาก ขันหมั้น ขันสินสอด พานรับน้ำสังข์ บายศรี กระทงลอย ใช้ในงานแต่งงาน งานลอยกระทง พิธียกเสาเอก ตั้งศาล ไหว้ครู ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่เป็นประเพณีที่งดงามของชาวไทยที่ควรจะฟื้นฟูและรักษาไว้
    2.3 งานพิธีทางศาสนา เช่น พานดอกไม้ธูปเทียน กระทงดอกไม้ แต่งเทียนพรรษา กระถางธูป
เชิงเทียน กระทงสังฆทาน กระทงสลากภัตร ถาดใบตองสำหรับใส่ขนม ผลไม้ถวายพระ
3. สร้างสรรค์ศิลปะมรดกของชาติ
    ผลงานประณีตศิลป์เป็นศิลปะมรดกแขนงหนึ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นไทยเพราะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความละเอียด ประณีต อ่อนโยน มีระเบียบ มีความสง่างาม มีความงามแบบวิจิตรพิสดาร ที่ไม่มีชาติใดในโลกมีเหมือน
4. ช่วยให้จิตใจสงบร่มเย็น
    การนำใบตองมาประดิษฐ์เป็นสิ่งสวยงามย่อมนำมาซึ่งความเพลิดเพลิน ความสงบร่มเย็นแห่งจิตใจ เพราะจิตในมีสมาธิ ความคิดก็เกิดจินตนาการ ผู้ทำงานใบตองจะเป็นผู้มีอารมณ์ดีคิดแต่สิ่งที่ดีงาม อันนำมาซึ่งความประพฤติชอบ ไม่เป็นภัยแก่ตนเองและสังคม ยิ่งไปกว่านั้นคือช่วยสร้างสรรค์สังคมให้มีแต่ความดีงาม
5. เป็นอาชีพหลักและอาชีพรอง
    ถ้ามีใจรักงานด้านนี้และมีงานอื่นเป็นหลักอยู่ก็ใช้เป็นอาชีพเสริมหรืออาชีพรองช่วยเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัว หรือถ้ามีใจรักมาก ๆ ก็ใช้เป็นอาชีพหลักได้
    นอกจากใบตองจะอำนวยประโยชน์อันมากมายดังที่กล่าวมาแล้ว ส่วนต่าง ๆ ของต้นกล้วยทั้งต้นก็มีประโยชน์ทุกส่วนดังนี้
    ผล เรียกว่า กล้วย ใช้รับประทานได้ทั้งดิบ สุก และปรุงแต่ง
    ดิบ - ชาวภาคอีสานใช้ประกอบอาหาร คือทำส้มตำกล้วยตานีอ่อน
    - ชาวภาคกลางใช้กล้วยหักมุกอ่อนใส่แกงเผ็ดปลาดุกอย่างปลาไหล
    สุก - ใช้รับประทานได้ดี เป็นอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูงมาก
    ปรุงแต่ง - ใช้ประกอบเป็นขนมต่าง ๆ เช่น ขนมกล้วย กล้วยกวน กล้วยตาก กล้วยอบ กล้วยทอด กล้วยฉาบน้ำตาล กล้วยบวชชี กล้วยเชื่อม กล้วยปิ้ง ไส้ข้าวเหนียวปิ้ง ไส้ข้าวต้มผัด ไส้ข้าวต้มมัด กล้วยต้ม คลุกมะพร้าวและน้ำตาล เป็นต้น
    ดอก เรียกว่า ปลีกล้วย ใช้ประกอบอาหาร เช่น ยำ ต้มกะทิ ต้มหรือเผาเป็นผักรับประทานกับน้ำพริกต่าง ๆ ใส่ห่อหมก (ภาคอีสาน)
    ต้น เรียกกาบกล้วย, หยวกกล้วย ใช้เป็นทุ่นลอยน้ำ ทำกระทงลอย ใช้แกะสลักเป็นลวดลายสวยงามแต่งฐานเชิงตะกอน ฐานจิตกาธาน ฉีกเป็นเส้นตากแดดทำเป็นเชือกผูกของ หรือนำไปถักสานเป็นสิ่งของเครื่องใช้ได้ดี เรียกเชือกกล้วย หยวกไส้ตันใช้ประกอบอาหาร เช่น ภาคกลางใช้แกงส้ม แกงคั่ว ต้มกะทิ ชาวภาคอีสานใช้หยวกไส้อ่อนทำผักดองเปรี้ยว ส่วนที่เหลือจากคนใช้รับประทานแล้วสับเป็นชิ้น ๆ เป็นอาหารเป็ดและสุกร เศษหยาบ ๆ รวมทั้งรากเง่า เมื่อเน่าเปื่อยช่วยให้ดินดี