ใกล้เกลือกินด่าง

                                 ใกล้เกลือกินด่าง

            ขณะผู้เขียนกำลังอ่านข่าวอยู่ได้ยินเสียงบทเพลงของจรัล มโนเพ็ชร ที่มีนักร้องรุ่นหลังนำมาเรียบเรียงทำนองใหม่ในรายการเพลงภาคเหนือจากทีวีไทย  ทำให้นึกถึงเรื่องภาษากับวัฒนธรรมไทย 4 ภาคที่ได้พานักเรียนไปร่วมแข่งขันที่คณะมนุษย์ศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวรเมื่อสองอาทิตย์ที่ผ่านมา  เริ่มแรกจากถามนักเรียนในห้องที่สอนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/2  หลายคนอาสาสมัครไปกันหลายคน  ครั้นจะตัดหรือเลือกเด็กก็กลัวเขาจะเสียกำลังใจ  เลยรับไว้ทั้งหมด 4 ทีม  แล้วได้ไปพูดคุยชักชวนนักเรียนห้องอื่นที่สนใจอีกเลยได้มารวมเป็น 8 ทีม   แรกๆก็คิดว่าเด็กรับปากแล้วจะสนใจจริงไหม  เจอหน้าเด็กกลุ่มนี้ทีไรต้องถามว่าได้เนื้อหาที่จะไปตอบแข่งขันหรือยัง  บางคนก้ได้บางคนยัง เลยคิดละเอาไปจะได้เรื่องไหม เลยต้องติวเนื้อหาให้บ้าง   พอไปร่วมประกวดต้องลุ้นกันเข้ารอบ 5 ทีม เอาละมีสิทธิ์ลุ้น พอคัดไปคัดมาเหลือ 3 ทีม และสุดท้ายเลยได้ทีมเดียวได้รางวัลที่ 2 ได้รับเกียรติบัตรและเงินรางวัลมา 2,000 บาท เป็นที่ชื่นมื่นสำหรับ นักเรียนที่ได้รางวัล  ส่วนคนอื่นๆก็บ่นอุบตามๆกันว่าอาจารย์ เด็กโรงเรียนสูงเม่นฯ (ที่ได้ที่ 1 ) เขาได้เปรียบเรานะเพราะเขารู้ภาษาเหนือลึกซึ้งกว่าเรา(เขาพูดกันทุกวัน) จนครูต้องปลอบไม่เป็นไร ครูพาเธอมาร่วมกันสนุกสนานกันอย่าคิดอะไรมาก  อยากเก่งอย่างเขาก็ต้องฝึกให้มากหน่อย โอกาสต่อไปก็คงได้รางวัลเหมือนกับเขาบ้าง  

             ผู้เขียนเลยอยากเล่าเรื่องที่ผู้เขียนเองพูดและรู้ภาษาเหนือ  เพราะเมื่อสมัยเป็นเด็กมีแม่เป็นคนลับแล เตี่ยเป็นคนจีนแม่พูดจีนกับเตี่ย  แต่จะพูดเหนือปนจีนกับลูก   ซึ่งตอนนั้นผู้เขียนไม่พูดภาษาเหนือกับแม่หรอกนะเพราะมาอยู่ในตัวเมืองอุตรดิตถ์แล้ว  ครั้นต่อมาหลายๆคนเห็นว่าการพูดภาษาถิ่นได้เป็นเรื่องดี ไม่ใช่เรื่องน่าอาย เลยกลายเป็นความโชคดีที่ผู้เขียนพอรู้ภาษาเหนือบ้าง และนำมาใช้สอนนักเรียนได้ตรงสำเนียงท้องถิ่นได้พอสมควร   จึงอยากให้เด็กๆที่มีพ่อแม่พูดภาษาถิ่นแต่ละภาค อย่าได้อาย ตรงกันข้ามเป็นเรื่องดี ได้เปรียบคนอื่นเสียอีก    ผู้เขียนเองมีเพื่อนอยู่คนหนึ่งมีเตี่ยเป็นครูสอนภาษาจีนแต่ไม่ได้สอนลูกพูด  สุดท้ายลูกก็พูดภาษาจีนไม่ได้ซึ่งน่าเสียดายมากเหมือนใกล้เกลือกินด่างนะ