เรื่องเล่ากลางโรม-2
โสภณ เปียสนิท
................................................
ส่วนนักศึกษาจากเอเชีย (รวมนักศึกษาไทยด้วย) เมื่อเข้ากลุ่มแล้วไม่ค่อยจะพูด เพราะพูดไม่คล่อง และไม่ค่อยจะมีประเด็นพูด เนื่องจากไม่เคยผ่านประสบการณ์จริงในชีวิต ในที่สุดแล้วคือกลุ่มเอเชียต้องเข้ากลุ่มเดียวกัน ผลที่ได้ไม่คุ้มกับการไปเรียนในต่างแดน ความคิดแบบเดิม คำพูดแบบเดิม วัฒนธรรมแบบเดิม กลุ่มเดิม ในที่สุดก็สำเร็จการศึกษา แม้ผลการเรียนที่ได้น่าพอใจ แต่รับการศึกษาของเขามาเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ
สอบถามเรื่องค่าเล่าเรียน ได้ความว่าแค่ 19,000 เหรียญยูโร คิดเป็นเงินไทยราว 988,000 บาทต่อภาคการศึกษา ตอนแรกที่จดบันทึก ยังไม่ทันได้คิดเป็นเงินไทย มาดูทีหลังเลยทำให้คิดว่าผมจดผิด
เสร็จการเยี่ยมชมสถาบันเศรษฐศาสตร์ ผมเดินตามหลังพี่บันลือ แยกจากลุ่มไปเยี่ยมชมมหาวิหารแพนธีออน ซึ่งเป็นวิหารขนาดใหญ่ เสาหินแต่ละต้นใหญ่ขนาดสักสามคนโอบ เข้าภายในโบสถ์รู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความกว้างใหญ่อลังการ มุมหนึ่งมีหลุมศพของราฟาเอล ศิลปินชื่อดังร่วมสมัยกับไมเคิลและดาวินชี
มุมข้างซ้ายของโบสถ์ ภายใต้แสงเทียนวอมแวม รูปหล่อของอดีตบาทหลวงมีชื่อองค์หนึ่ง ทราบว่าอดีตเคยเป็นเจ้าอาวาสทอดกายนอนมรณกรรม มีไม้กางเขนปักกลางอุระอย่างน่าแปลกใจ ใกล้ ๆ กันมีตู้สำหรับการบริจาคหนึ่งตู้ มองแล้วเกิดศรัทธาอยากมีส่วนร่วมทำบุญด้วยจึงหยอดเหรียญห้าบาทไว้หนึ่งเหรียญ สาธุ...ด้วยอำนาจแห่งทานบารมีครั้งนี้ ขอให้ข้าพเจ้าได้มีโอกาสกลับมาเยือนโรมอีกครั้งเป็นอย่างน้อย
แหงนหน้ามองหลังคาโค้งภายในโบสถ์ ภายใต้แสงสลัวรำไรมีลวดลายประดับประดาอ่อนช้อยอรชรวิจิตรตระการตา ตรงกลางมีช่องว่างเป็นวงกลมขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางคะเนคร่าว ๆ ราวสองเมตร มองดูท้องฟ้าได้ทั้งทิวาและราตรี
ความงุนงงที่เกิดขึ้นก็คือ สมัยเก่าแก่ล่วงเลยเกินกว่าสหัสวรรษอย่างนั้น บรรพบุรุษเหล่านั้นใช้วิศวกรรมก่อสร้างอย่างใดสร้างหลังคาโค้งขนาดมหึมาเช่นนี้ หรือว่าวิศวกรรมเก่าแก่นั้นเจริญทัดเทียมกับปัจจุบัน ผู้อยู่ในโบสถ์มองเห็นท้องฟ้าดูสวยงาม แต่ถ้าฝนตกคงเปียกปอนกันทั่ว หรือว่าเป็นความตั้งใจของผู้สร้างที่ต้องการให้เปียก
จัตุรัสศิลปิน เป็นที่รวมเหล่าศิลปินสร้างงานศิลปะขายกันได้ กลางโรม สร้างกันตรงนี้ ขายกันตรงนี้ ฝีมือดี ๆ หลากหลายน่าชม

พักรับประทานอาหารเย็นระหว่างทาง มืดค่ำมาก ฝอยฝนปรอยๆ กว่าจะมาถึงร้านนี้ หิวกันจนอร่อยทุกอย่างเลยครับ
มีโอกาสได้อ่านเรื่องเล่าการท่องเที่ยวโรมของอาจารย์สนุกมากค่ะ อ่านแล้วอยากไปเที่ยวจังเลย มองเห็นภาพพจน์ตามไปด้วย ขออนุญาตนำบทเล่าเรื่องไปให้นักเรียนอ่านบ้างนะคะ
ครูอิ๊ด
เรียนครูอิ๊ด
ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยครับ ครูเป็นคนแรกเลยนะครับที่ให้เกียรติผมถึงขนาดนี้
ท่องเที่ยวต่างแดนแสนสนุก
ลืมทุกข์ลืมเหนื่อยลืมเมื่อย
ลืมเศร้าลืมซึมลืมเนือย
ฉ่ำชื่นเรื่อยเรื่อยทุกวัน
ท่องเที่ยวต่างแดนตามฝัน
ปล่อยจิตไม่คิดยึดมั่น
ปล่อยใจตามใจไม่ครัน
ปล่อยไปไม่พรั่นวันคืน
ท่องเที่ยวต่างแดนแสนหมื่น
ท่องไปหลายวันหลายคืน
ท่องไว้จะกลับคืนผืนดินไทย
ท่องไว้ว่าคุณยายไม่เคยมา
ท่องว่าจะหาของไปฝาก
ผลไม้มายมากใช่ปัญหา
ทั้งตะขบทั้งหมากเม่าให้นำมา
อย่ารอช้ารีบกลับมานะอาจารย์
โอโห คุณยาย คราวนี้เล่นกลอนเพลงยาวเลยนะนี่
ขอบคุณสำหรับคำกลอน แบบนี้โบราณเรียกว่า ต่อปากต่อคำ นะครับ ฮ่าหน่อยก็ดี
เรียนท่านอาจารย์
ที่นับถือ
หนูทดลองด้นสดดูค่ะอาจารย์ เป็นการฝึกสมองค่ะ ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เนื้อหาอาจไม่คล้องจอง สัมผัสนอกสัมผัสใน อาจไม่ถูกเพราะไม่ได้กลั่นกรอง ผิดพลาดขออภัยด้วยนะคะ
เรียนคุณยาย
เขียนแบบนี้เอาความหมายเป็นหลักไว้ก่อนครับ ถูกต้องแม่นยำเป็นแค่น้ำจิ้มแค่นั้น เอาเพลินเอาสนุก ลับความคม ภาษากวีเรียก กวีปฏิภาณครับ เน้นความเร็ว
นักเรียนที่โรงเรียนชอบอ่านและวาดรูปตามเนื้อเรื่องแต่ถ้านักเรียนบางห้องอ่านไม่คล่องครูจะอ่านให้เขาฟังก่อนแล้วให้เขาวาดรูปตามที่เขาได้ฟังครูอ่านถ้าเขาวาดได้ก็แสดงว่าเขาจับใจความจากการอ่านหรือการฟังได้.........แค่นี้ครูก็ดีใจแล้ว แสดงว่าเขาสนใจที่ครูนำมาให้เขาอ่าน ครูจะเอารูปที่อาจารย์ไปเที่ยวโรมให้นักเรียนดูด้วยนะคะ
เรียนครูอิ๊ด
งั้นขอเสนอบทความจากบล็อกที่เกี่ยวข้องกับ "หลักธรรมคำคมข้อคิดชีวิตรักจากแดจังกึม" ให้นักเรียนด้วยนะครับ อยากเผยแพร่ อยากเห็นการใช้ประโยชน์อย่างกว้างขวางครับ ผมจะดีใจมากที่ได้ "ตอบแทนคุณแผ่นดิน"บ้าง อีกอันหนึ่ง ตรง "รวมรสบทกวี" ครับ ผมเขียนไว้หลายบทแล้ว เด็กอาจชอบกลอนก็ได้นะ วันข้างหน้ากะว่าจะรวมเล่มครับครู
อาจารย์ที่เคารพ
ขอบคุณมากนะคะท่านอาจารย์ที่เมตตาต่อลูกนกตัวน้อยที่กำลังสร้างเกราะป้องกันภัยให้ลูกๆที่โรงเรียนให้มีพัฒนาการการอ่านที่กว้างไกล
ขอคารวะอีกครั้งค่ะ
เรียนครูอิ๊ด
สมัยผมเป็นเณรอยู่วัดโพธิ์ ท่าเตียน กลัวตัวเองลืมการอ่าน
จึงเขียนติดฝาห้องไว้อ่านเตือนตัวเองว่า "หนังสือคือมิตร"
เรียนท่านอาจารย์โสภณที่เคารพ
ขอบคุณอีกครั้ง ครูอิ๊ดเอา หลักธรรมคำคมข้อคิดชีวิตรักจากแดจังกึม และรูปที่นางเอกร้องไห้เตรียมเป็นสื่อใช้สอนในวันพรุ่งนี้แล้วค่ะ
หนังสือคือมิตร อ่านแล้วจิตแจ่มใสค่ะ
ถ้าอย่างนั้นชมภาพมหาวิหารแพนธีออน ด้านในมั้งครับ แปลกจัง ทำวิหารแบบหลังคารั่ว
เข้ามาเยี่ยมอาจารย์อีกครั้ง มหาวิหารแพนธีออน แปลกแต่สวยนะคะอาจารย์ขา
เรียนครูอิ๊ดครับ
สมัยนั้น ถนนทุกสายมุ่งสู่โรม เพราะความเจริญรุ่งเรืองชื่อเสียงขจรขจายใครก็อยากไปเยือน
ไม่น่เชื่อนะครับ สองพันกว่าปีผ่านไป สนามกีฬา โคลอสเซี่ยม อันใหญ่โตพังยุบลงไปกองกับพื้น
เห็นอยู่แค่กองดิน เด็กเลี้ยงสัตว์เดินไปสะดุดเสาเข้า เลยค้นคว้ารื้อฟื้นกันขึ้นใหม่ ดังที่เห็น
น่าอิจฉาอาจารย์นะคะได้ท่องเที่ยว แต่อาจารย์ไม่เก็บสิ่งที่ดีๆไว้คนเดียวนับว่าเป็นสิ่งที่สุดยอดๆๆๆๆเลยค่ะ เหมือนได้เที่ยวไปกับอาจารย์นะคะ
เรียนครูอิ๊ดครับ
ตามหลักการของ gotoknow นะครับ เรียนรู้แบ่งปัน บันทึก หลักการของชีวิต (คือชมชอบในสิ่งเหล่านี้ ทานศีลภาวนา) หลักการของภาษาหาแง่มุมสวยจากประสบการณ์แต่ละวันนำมาบันทึกไว้ซิครับ กลายเป็นเรื่องสั้น กลายเป็นบทกวี ไม่นานก็ได้รางวัล ตอบแทนเอง
เรียน อาจารย์ที่เคารพ
เขียนเรื่องเกี่ยวกับลูกๆ นักเรียนที่ตนเองพบในแต่ละวัน และบางเรื่องคิดว่าเป็นสิ่งประทับใจมาก เขียนไว้บ้างพอสมควร วันหน้าจะนำมาเขียนให้ชาว gotoknowได้อ่านบ้างนะคะ
ใช่แล้วครับคุณครู
ผมรู้ เพราะพี่ชายผมเป็นครูอยู่เมืองกาญจน์ พี่เล่าให้ฟังน่าสนใจมาก ค่อยๆบันทึกเอาแง่มุมที่สนุกเศร้าเหงารักอะไรแบบนั้น ดีไม่ดีดังก็ได้นะครับ
ท่านอาจารย์ขา
เขียนไปเขียนมาเอาขึ้นมาอ่านวันหล้ง นึกสงสารนักเรียนที่ตนเองเขียนมากบางวันเหนื่อยมากๆ เพราะนักเรียนห้องที่สอน อ่านและเขียนไม่ได้เกินครึ่งห้องครูต้องคอยสอนเขาที่คนเพราะแต่ละคนรู้ไม่เท่ากัน รู้ไม่เหมือนกัน แต่เขาก็อยากจะเรียนไปพร้อมกับเพื่อน บางวันเหนื่อยจนอยากจะอยู่เฉยๆ แต่ก็มีทั้งแง่มุมที่สนุก เศร้า เหงา รักอะไรแบบ ที่ท่านอาจารย์ว่า ขอบคุณนะคะที่ให้กำลังครูแก่ๆๆๆๆๆ