เฉกเช่นแสงจันทร์ คืนนั้นจันทร์แรม ดวงดาวเกลื่อนกลาด ฉันถามดาวน้อยใหญ่ ไฉนอยู่สูงเกินเอื้อมสอย ดวงดาวเปล่งแสงระยิบระยับ แล้วกล่าวตอบฉันว่า "ไม่มีสิ่งใดในโลกกว้าง ที่สูงเกินใฝ่ปอง หากเจ้ามีความมานะพยายาม" จงดูมนุษย์ เท้าทั้งสองของเขาเคยสัมผัสดวงเดือน ร่างกายของเขาเคยท่องเที่ยวในจักรวาล นั่นเพราะความพยายามหรือไม่ จงอย่าท้อถอย และอย่าทะนงใจเมื่อขึ้นถึงจุดสูงสุดในชีวิต จงแจกจ่ายเอื้อเฟื้อแก่ผู้ยากไร้ คืนนี้เดือนหงาย แสงจันทร์เจิดจร้ส หากมิเคยบดบังดวงดาวดวงใด จงทำตนเช่นแสงจันทร์ ที่ส่องแสงอันอ่อนหวานนุ่มนวล กระจายไปทั่วทุกมุมโลก แต่จงอย่าเป็นเช่นแสงอาทิตย์ อันมีแต่ความร้อนแรงกล้า ดุจแต่จะคอยทำลายเผาผลาญทุกสิ่งให้มอดไหม้....
มองไม่เห็นเดือนเห็นดาราอะไรทั้งสิ้น เพราะมีแต่ความมืดมิดของเมฆฝน
จริงๆแล้วก็ชอบแสงนวลของดวงจันทร์มาก ยิ่งคืนเดือนเพ็ญสวยเย็นเห็นกระจ่างด้วยล่ะก็....ชอบเป็นพิเศษ
อ่านบันทึกนี้แล้วคงหลับฝันดีแน่ๆค่ะ
จันทราทำหน้าที่ราตรีส่อง ตะวันต้องเฉิดฉายได้แสงสี
สิ่งคู่กันกลางวันและราตรี ดุจความดีที่ฉายส่องต้องสร้างทำ
มาเยี่ยมชมบ้านกลอนครูจ่อย สุขใจดีครับ
"ไม่มีสิ่งใดในโลกกว้าง
ที่สูงเกินใฝ่ปอง
หากเจ้ามีความมานะพยายาม"
ขอบคุณสำหรับบทกลอนที่สอนและให้กำลังใจ มีความพยามยาม ย่อมพบกับความสำเร็จ น้องหมูจ๋าก็ยังหวังลึกๆอยู่ค่ะ