วาจาศักดิ์สิทธิ์
1. หลวงพ่อเงินมีช้างอยู่ 3 เชือก ชื่อ นพ – แนบ – สิงห์ ช้างทั้ง 3 เชือกเชื่องมาก หลวงพ่อเงินรักและเอ็นดูช้างทั้ง 3 เชือกนี้มาก อยู่มาวันหนึ่งช้างที่ชื่อนพ ถูกขโมยไป หลวงพ่อเงินโกรธมากจึงพูดลอย ๆ ให้ทุกคนได้ยินกันทั่วว่า “ขอให้พวกมันฉิบหายตายโหงตกตามกันไป” ด้วยวาจาอันศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเงิน ต่อมาไม่นานพวกหัวขโมยที่อยู่ในย่านนั้นก็ถูกยิงตาย บ้านช่องถูกไฟไหม้จนหมดเกลี้ยง ซึ่งเรื่องนี้ชาวบ้านวังตะโกรู้เรื่องดี นับว่าวาจาหลวงพ่อเงินศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก
2. เมื่อหลวงพ่อเงินมรณภาพมีคนมาลักดพระที่เจดีย์ เมื่อขุดเสร็จจะหนีไปทางไหนก็ไปไม่ได้เดินวนไปมาจนแจ้งก็ไปไม่ได้สักที ตอนเช้าพระกับทายกเห็นเข้าก็ไล่จับให้เอาพระไว้แล้วก็ปล่อยตัวไป อาจกล่าวได้ว่าหลวงพ่อเงินท่านมีวาจาสิทธิ์นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครมาลักขุดอีกเลย
ลูกมอญ
ตามประวัติของท่าน ตอนที่หลวงพ่อเงินยังมีชีวิตอยู่ไม่ค่อยมีพระเครื่องมากนัก เนื่องจากท่านไม่คิดที่จะสร้างให้มากมาย เริ่มแรกที่จะมีรูปหล่อของท่านเนื่องจากมีลูกมอญคนหนึ่งตั้งบ้านเรือนอยู่ ใกล้วัด อายุประมาณ 7 – 8 ปี หลวงพ่อเงินชอบมาก วันหนึ่งท่านได้ปั้นดินเป็นรูปพระขนาดเล็ก รูปหน้าจั่วให้เด็กมอญไป แล้วพูดว่าเอาไปแล้วลองไปให้พ่อตี เด็กมอญกลับไปบ้านให้พ่อตีแต่พ่อของเด็กมอญตีไม่เคยถูกเลยจนอ่อนใจ และวันหนึ่งเด็กมอญถูกสุนัขรุมกัดแต่กัดไม่เข้าเลย ชาวบ้านเห็นเช่นนั้นก็มาหาหลวงพ่อเงินให้ทำให้บ้าง
หลวงพ่อเงินคงกระพัน
ครั้งหนึ่งหลวงพ่อเงินทะเลาะกับพี่ชาย คือ นายทอง หรือ ภุมรา ซึ่งเป็นนายกองส่วยรัชชูปการ และเป็นหมอที่มีความเชี่ยวชาญในวิชาแพทย์แผนโบราณ มีชื่อเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น วันหนึ่งควายของนายทองขวิดกับควายหลวงพ่อเงิน ควายขวิดกันอยู่นานไม่แพ้ชนะกันซะที จนกระทั่งควายของนายทองเลือดออกมาก จนแพ้ ส่วนควายของหลวงพ่อเงินไม่ได้รับบาดเจ็บหรือมีบาดแผลเลย นายทองโกรธควายของหลวงพ่อเงินมาก ชื่ออเสียงโด่งดังมากในสมัยนั้น พอตกเย็นนายทองดื่มสุราจนเมามาก จึงข้ามฟากไปหาหลวงพ่อเงินเพื่อต่อว่าเรื่องควายของหลวงพ่อเงินขวิดควายของตนจนเกิดบาดแผลเหวอะหวะ เมื่อมาถึงวัดก็ตะโกนเรียกหลวงพ่อเงินและยกปืนหันปลายกระบอกปืนไปทางหลวงพ่อเงิน สับไกยิงหลายครั้งก็ยิงไม่ได้ เมื่อเห็นว่าปืนยิงไม่ได้แน่ นายทองจึงลดปืนลง ปรากฏว่ามีน้ำออกมาจากปากกระบอกปืน เป็นเหตุให้นายทองงงงัน ะมื่อะ ไม่กล้าทำอะไรหลวงพ่อเงิน ด้วยเหตุนี้เองชาวบ้านจึงทราบว่าหลวงพ่อเงิน มีความศักดิ์สิทธิ์และอยู่ยงคงกระพันชาตรี มีผู้คนแห่กันมาขอของขลังจาก หลวงพ่อเงิน เช่น ตะกรุด รูปหล่อ เหรียญ ไม่ขาดระยะ
น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์
วันหนึ่งได้มีชาวจีนเป็นพ่อค้าอยู่จังหวัดสุโขทัยได้ยินกิตติศัพท์ของ หลวงพ่อเงินว่าทำน้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก หากใครได้น้ำมนต์ไปประพรมสินค้าจะขายดีเป็นเทน้ำเทท่า พ่อค้าชาวจีนเกิดความเลื่อมใสศรัทธาจึงลงเรือล่องลงมาจากสุโขทัย มาที่วัดบางคลานเหนือ พอมาถึงก็ขึ้นจากท่าน้ำเดินตรงไปยังกุฏิของหลวงพ่อเงิน ขณะนั้นมีแขกจากสถานที่ต่าง ๆ มานั่งคุยกับหลวงพ่อเงินที่กุฏิหลายคน พ่อค้า ชาวจีนคลานแหวกผู้คนเข้าไปก้มกราบและขอน้ำมนต์จากหลวงพ่อไปพรมของ หลวงพ่อเงินจึงให้เอาบาตรไปตักน้ำที่ท่าหน้าวัด แล้วเอาไปตั้งไว้ตรงหน้าโต๊ะหมู่ แล้วจุดเทียนไว้ พ่อค้าชาวจีนรีบไปเอาบาตรตักน้ำที่ท่าน้ำหน้าวัดตามคำสั่ง หลวงพ่อเงิน เสร็จแล้วก็นั่งรออยู่ตรงนั้น เมื่อนั่งรออยู่นานเข้าก็เกิดอาการกระสับกระส่าย เพราะไม่เห็นหลวงพ่อเงินจะมีท่าทีลุกมาทำน้ำมนต์ให้ จึงเข้าไปหาหลวงพ่อเงินแล้วบอกให้หลวงพ่อช่วยทำน้ำมนต์ให้ แต่หลวงพ่อเงินบอกว่าทำให้เสร็จแล้ว เมื่อพ่อค้าชาวจีนได้ยินว่าเสร็จแล้ว ก็คิดว่าหลวงพ่อเงินรังเกียจไม่ทำน้ำมนต์ให้เพราะไม่เห็นหลวงพ่อเงินลุกไปทำอะไรกับบาตรน้ำมนต์เลย จึงเดินไปยกบาตรน้ำมนต์ลงจากกุฏิ ตรงไปที่ท่าเพื่อเทน้ำมนต์ทิ้ง แต่น้ำในบาตรกับแข็งตัว ไม่สามารถเททิ้งได้ พ่อค้าชาวจีนจึงเดินอุ้มบาตรน้ำมนต์ไปที่กุฏิหลวงพ่อเงินและบอกหลวงพ่อเงินว่าน้ำมนต์เทไม่ออกมันแข็งไปหมด หลวงพ่อเงินได้ยินจึงให้เอาไปเทใหม่ พ่อค้าชาวจีนเดินกลับไปที่ท่าน้ำแล้วลองเทน้ำอีกครั้ง ปรากฏว่าน้ำมนต์ ไหลลงแม่น้ำไปหมดไม่เหลือสักหยด พอนึกขึ้นได้ก็เสียดายแต่ก็ไม่กล้ากลับไปขอ ให้หลวงพ่อเงินทำน้ำมนต์ให้ใหม่ นับแต่นั้นมาข่าวเรื่องน้ำมนต์แข็งก็ร่ำลือไปไกล บรรดาชาวบ้านต่าง ๆ พอทราบข่าวความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเงินเลยพากันมาให้หลวงพ่อเงินรดน้ำมนต์ให้ไม่เว้นแต่ละวัน
ลูกศิษย์หลวงพ่อเงินกับจระเข้
หลวงพ่อเงินเลี้ยงจระเข้ไว้ เพราะความรักสัตว์ท่านไม่กลัวความดุร้าย ของจระเข้แต่อย่างใด วันหนึ่งหลวงพ่อเงินและนายกลิ้งผู้เป็นลูกศิษย์จะเดินทางไปธุระ พอเดินทางมาถึงสถานที่เลี้ยงจระเข้ เห็นจระเข้ซึ่งอยู่ริมน้ำกำลังกินปลาตัวโตอยู่ หลวงพ่อเงินจึงสั่งให้นายกลิ้งลงไปแย่งปลาจากปากจระเข้ นายกลิ้งก็สามารถแย่งปลา มาได้โดยไม่มีอันตรายใด ๆ ทั้งนี้เพราะหลวงพ่อเงินยืนคุ้มกันนายกลิ้งด้วยมนต์คาถา
หลวงพ่อเงินยิงกระสุนทางอ้อมได้
ตานาคเป็นลูกศิษย์ของหลวงพ่อเงิน มีหน้าที่หาบสำรับให้หลวงพ่อเงินตอนออกบิณฑบาต วันหนึ่งตานาคนอนตื่นสาย หลวงพ่อเงินจึงคว้าคันกระสุนแล้วยิงไปทางอื่น ปรากฏว่าลูกกระสุนไปถูกตานาคที่นอนอยู่ในกุฎิจนหัวโนได้
ลองของหลวงพ่อเงิน
วันหนึ่ง หลวงพ่อเงินได้ใช้ตาเจียมตัดตะกั่วเพื่อจะนำมาทำเป็นเครื่องราง ของขลัง ในขณะที่ตาเจียมกำลังตัดตะกั่วอยู่ หลวงพ่อเงินก็สั่งว่าตัดแค่นั้นแหละ ตาเจียมอยากลองดูว่าหลวงพ่อเงินจะแน่สักแค่ไหนจึงใช้มีดฟันไปที่ตะกั่ว ปรากฏว่า ไม่ถูกตะกั่ว ตาเจียมทดลองฟันซ้ำอีกหลายครั้งก็ไม่ถูกจึงต้องหยุดฟัน
หลวงพ่อเงินลงอักขระในกระดาษ
ครั้งหนึ่งหลวงพ่อเงินอยากให้ตาแพลูกศิษย์ได้เห็นอภินิหารและ ความศักดิ์สิทธิ์ของท่าน ท่านจึงสั่งให้ตาแพเอากระดาษข่อยมา เมื่อได้กระดาษข่อยหลวงพ่อเงินก็เขียนอักขระลงบนกระดาษข่อยแล้วพับเป็นแผ่นเล็ก ๆ แล้วให้ตาแพไปเอามีดมาฟันกระดาษแผ่นเล็กนั้น ปรากฏว่าตาแพพยายามฟันกระดาษอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่สามารถฟันถูกกระดาษแผ่นนั้น
หยั่งรู้อนาคต
ในสมัยนั้นพระเถระผู้ใหญ่ เช่น สมเด็จพระสังฆราชผู้ปกครองพระสงฆ์ทั่วราชอานาจักรแทบทุกองค์ส่วนมากจะเสด็จออกตรวจการด้วยพระองค์เองแทบทุกมณฑล การเสด็จแต่ละครั้งจะไม่มีหมายกำหนดการให้วัดที่พระองค์จะเสด็จไปตรวจได้รู้ล่วงหน้า
วันหนึ่ง ขณะที่มีลูกศิษย์มานั่งสนทนากับท่านเต็มกุฏิ จู่ ๆ หลวงพ่อเงินก็เรียกพระลูกวัดมาสั่งว่าให้ไปช่วยกันทำบังคนและที่สรงน้ำด้วย เพราะจะมีพระผู้ใหญ่มาในวันสองวันนี้ หลังจากสร้างเสร็จประมาณสองวัน หลวงพ่อเงินก็สั่งให้พระเณรจัดอาสนะขึ้นอีกที่หนึ่ง โดยการปูเสื่อและปูพรมไว้ต่างหาก บรรดาชาวบ้านที่มาหาท่านต่างก็พากันสงสัยว่าท่านไม่เคยทำอย่างนี้มาก่อน จนกระทั่งเวลาบ่ายโมงเศษๆ ก็มีเรือมาจอดที่ท่าน้ำหน้าวัด ส่วนหลวงพ่อเงินท่านเดินมายืนรออยู่ล่วงหน้าแล้ว เมื่อพระเถระขึ้นมาบนวัดหลวงพ่อเงินได้พามานั่งที่ตรงอาสนะที่จัดไว้ พร้อมกันนั้นชาวบ้านก็พากันแปลกใจที่เห็นหลวงพ่อเงินเข้าไปกราบ พอกราบเสร็จพระเถระรูปนั้นก็กราบตอบ จากนั้นหลวงพ่อเงินสนทนาด้วยอากัปกิริยาสงบเรียบร้อย เมื่อพระเถระเดินทางกลับชาวบ้านจึงได้รู้ว่าเป็นสมเด็จมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส
อภินิหารพระสมเด็จหลวงพ่อเงิน
นายเฮ้า มีอาชีพขายก๋วยเตี๋ยวที่ตลาดบางมูลนาก ร้านก๋วยเตี๋ยวของนายเฮ้านับว่ามีชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่รู้จักของบุคคลทั่วไปเนื่องจากก๋วยเตี๋ยวอร่อย นายเฮ้า เป็นคนหนึ่งที่สนใจเกี่ยวกับพระของหลวงพ่อเงินมานาน เมื่อได้พบพระกรุนี้ก็เช่าไป มอบให้คุณวิรัตน์ ภัทรประสิทธิ์ ซึ่งเป็นลูกพี่ ต่อมานายเฮ้าได้มีโอกาสเป็นเจ้าของพระชุดนี้อีกหลายองค์ วันหนึ่งนายเฮ้าอยากรู้ว่าพระที่ได้มาจากลูกของอาจารย์โชติ ทำด้วยเนื้ออะไรจึงเอาน้ำร้อนใส่ชามก๋วยเตี๋ยวแล้วเดินเข้าไปหลังบ้านหยิบพระพิมพ์สมเด็จหลวงพ่อเงินมาใส่ชามน้ำร้อน พอใส่องค์พระลงในชามทันใดนั้นเมียของนายเฮ้าซึ่งทำก๋วยเตี๋ยวอยู่หน้าร้านก็ร้องโอยล้มอยู่ตรงหน้าเตาก๋วยเตี๋ยว นายเฮ้ารู้ทันทีว่าหลวงพ่อเงินแสดงอภินิหารแน่ จึงจุดธูปบอกและก้มลงกราบ 3 ครั้ง แล้วจึงเดินมาประคองภรรยาให้ลุกขึ้น พอนั่งพักสักครู่ก็หายเป็นปลิดทิ้ง ตั้งแต่นั้นมานายเฮ้าก็ไม่กล้าล้างพระอีกเลย
4. คุณธรรมที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่าง
หลวงพ่อเงิน มีคุณธรรมที่ควรยึดถือเป็นแบบอย่าง ดังนี้
1. เป็นผู้ตั้งใจศึกษาเล่าเรียน เห็นได้จากตอนที่อายุ 12 ปี ได้บรรพชา เป็นสามเณรศึกษาพระธรรมวินัยและพุทธาคมพื้นฐาน
2. เป็นผู้มีความเมตตาอารีแก่บุคคลและสัตว์ทั่ว ๆ ไป เห็นได้จากที่วัดของท่านมีบุคคลนำสัตว์มาถวายให้ท่านมิได้ขาด ท่านก็รับเลี้ยงไว้ในวัดของท่านจนกระทั่งวัดแทบจะเป็นสวนสัตว์