สถานการณ์การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน

  สถานการณ์การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินในปัจจุบัน
    การปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินของบ้านเรามีการปฏิบัติมาเป็นเวลานานแล้ว ส่วนใหญ่เพื่อใช้ในงานวิจัยต่าง ๆ เกี่ยวกับธาตุอาหาร พืช และเพื่อเป็นงานอดิเรกซึ่งไม่ใช่เพื่อการค้า แต่ในช่วงประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา (2541-42) ได้มีการตื่นตัวนำวิธีการปลูก พืชโดยไม่ใช้ดินนี้มาปลูกพืชในเชิงการค้า ส่วนสาเหตุอาจเกิดจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มีผลให้ธุรกิจทาง ภาคอื่น ๆ ต้องหยุดชะงัก นักธุรกิจจึงหันมาสนใจภาคการเกษตรกันมากขึ้น โดยเฉพาะการทำการเกษตรด้วยเทคนิควิธี ใหม่ ๆ ที่สามารถดึงความสนใจจากผู้บริโภคได้ นอกจากนี้กระแสการตื่นตัวเกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหารการกิน ทำให้ ผู้บริโภคมีความต้องการอาหารและพืชผักที่ปลอดสารพิษตกค้างมากยิ่งขึ้น จึงทำให้นักลงทุนอาจเห็นว่าการปลูกพืชโดย ไม่ใช้ดินเป็นการค้าน่าจะเป็นธุรกิจที่กำลังอนาคตที่ดีต่อไป ในขณะนี้จึงมีฟาร์มปลูกพืชโดยวิธีไม่ใช้ดินเกิดขึ้นหลายแห่ง ทั่วประเทศ ผลิตผักกาดหอม ผักกินใบต่าง ๆ นำมาจำหน่ายเป็นผักปลอดสารพิษ
ผู้หันมาสนใจปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินกันในปัจจุบันอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกได้แก่ กลุ่มผู้ที่ปลูกเป็นการค้า โดยปลูก ในพื้นที่กว้าง ใช้อุปกรณ์การปลูกที่ทันสมัย และมีการลงทุนที่สูงมาก เพื่อปลูกผักสลัดต่างประเทศ เช่นผักกาดหอมสายพันธุ์ ต่าง ๆ และผักกินใบอีกหลายชนิด โดยขายในรูปของผักที่ปลอดสารพิษตกค้างจำหน่ายให้แก่โรงแรม ภัตตาคารหรือตาม ซุปเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งมีราคาแพงกว่าผักที่ปลูกในดินธรรมดาทั่วไป เพราะมีต้นทุนการผลิตที่ค่อนข้างสูง และอีกกลุ่มหนึ่ง ได้แก่กลุ่มผู้ที่สนใจปลูกในพื้นที่ว่างเปล่าภายในบริเวณบ้านเพื่อเป็นงานอดิเรก และได้ผักที่สะอาดและปลอดภัยจากสาร ตกค้างไว้บริโภคเอง โดยอาจซื้อหาอุปกรณ์การปลูกสำเร็จรูปที่มีขนาดเล็กแต่ทันสมัย แต่มีราคาค่อนข้างสูง ตั้งแต่ชุดละ 5,000-20,000 บาท แล้วแต่ขนาด ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ผลิตหลายรายผลิตออกมาจำหน่าย

อ้างอิงที่มาhttp://www.bloggang.com/mainblog.php?id=dindam&month=25-03-2005&group=4&gblog=2