30 ส.ค.53 เรื่อง "ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว", 6 ก.ย.53 เรื่อง “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ปี 2553”, 13 ก.ย.53 เรื่อง “การขับเคลื่อนองค์กรสู่เวทีการศึกษาระดับสากลอย่างมืออาชีพ”, 20 ก.ย.53 เรื่อง “โครงการทุนการศึกษาแก่เด็กสภาวะยากลำบากในเขตพื้นที่ชายแดนและชาวเขา”, 27 ก.ย.53 เรื่อง “ประสบการณ์และความประทับใจงาน กศน.”, 4 ต.ค.53 เรื่อง “การใช้โปรแกรมออกรหัสรายวิชาเลือก”
รายการสายใย กศน. วันที่ 4 ตุลาคม 2553
เรื่อง “การใช้โปรแกรมออกรหัสรายวิชาเลือก”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- ดร.รุ่งอรุณ ไสยโสภณ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษ กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน สนง.กศน.
- นายกิตติพงศ์ จันทวงศ์ นักวิชาการศึกษาปฏิบัติการ กลุ่มพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน สนง.กศน.
การใช้โปรแกรมออกรหัสรายวิชาเลือก เพื่อไม่ให้ทั่วประเทศออกรหัสซ้ำซ้อนกัน ได้ส่งคู่มือการใช้โปรแกรมไปให้สถานศึกษาทั่วประเทศแล้ว เริ่มใช้เดือน ก.ย.53 แต่ละสถานศึกษามีรหัสผู้ใช้ ( User ID ) และรหัสผ่าน ( Password ) เฉพาะตัว ถ้าลืมให้ถาม สนง.ส่งเสริม กศน.จังหวัด สำหรับประชาชนทั่วไปก็สามารถเข้าไปศึกษาและคัดลอกข้อมูลได้ แต่จะจองรหัสเพิ่มรายวิชาเลือกไม่ได้
ตอนนี้ส่วนกลาง คีย์รายวิชาเลือก ที่ส่วนกลางและสถานศึกษานำร่องพัฒนาขึ้น เข้าไปในระบบโปรแกรม 700 กว่ารายวิชาแล้ว
ก่อนที่สถานศึกษาจะพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเลือกขึ้นมาใหม่ ให้เข้าไปดูรายละเอียดในโปรแกรมก่อน ถ้ามีรายวิชาเดิมที่เนื้อหาสอดคล้องกัน 60 % ไม่ต้องพัฒนาขึ้นมาใหม่ ให้ใช้หลักสูตรที่มีอยู่แล้วได้เลย โดยสามารถปรับรายละเอียดเนื้อหาได้ ถ้าพัฒนาใหม่ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาและการอนุมัติของผู้บริหารก่อน จึงจะนำขึ้นโปรแกรมออนไลน์นี้ได้
รหัสรายวิชามี 7 หลัก โดย 2 หลักแรกเป็นตัวอักษรรหัสสาระการเรียนรู้ หลักที่ 3 เป็นตัวเลขระดับการศึกษา ( 0 = ใช้ได้ทุกระดับ, 1 = ระดับประถม, 2 = ระดับ ม.ต้น, 3 = ระดับ ม.ปลาย รายวิชาที่ใช้ได้ทุกระดับ ให้ใช้มาตรฐานการเรียนรู้ใหญ่ แทนมาตรฐานแต่ละระดับ ) หลักที่ 4 เป็นตัวเลขรหัสผู้พัฒนารายวิชาเลือก ( ส่วนกลางหรือสถานศึกษา ) หลักที่ 5-7 เป็นตัวเลขลำดับที่ของรายวิชาในกลุ่มนั้น ๆ
เข้าไปใช้โปรแกรมที่เว็บ www.nfe.go.th/0405/ โดยเข้าที่เมนู “การออกรหัสหลักสูตรรายวิชาเลือก” กรอกรหัสผู้ใช้และรหัสผ่าน แล้วล็อกอิน เข้าไป จะพบชื่อสกุลของเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษา และจะมีเมนูต่าง ๆ ให้เลือกใช้งาน คือเมนู ระบบค้นหาข้อมูลหลักสูตร ระบบการจองรหัสหลักสูตร ระบบรายงาน เปลี่ยนรหัสผ่าน
- ระบบค้นหาข้อมูลหลักสูตร สามารถเลือกค้นหาโดย ชื่อหลักสูตรรายวิชา, สาระการเรียนรู้, ประเภทรายวิชา ( ส่วนกลาง, สถานศึกษา ), ภาคเรียน ( ที่เริ่มใช้ ), ระดับการศึกษา, หรือ ชื่อสถานศึกษา, เลือกแล้วกดปุ่มค้นหา ถ้าจะดูข้อมูลย่อคลิกที่ปุ่ม View แล้วถ้าจะดูรายละเอียดต่ออีก คลิกที่ปุ่มเปิดไฟล์
- ระบบการจองรหัสหลักสูตร คลิกที่ปุ่มเพิ่มข้อมูล แล้วเติมข้อมูลต่าง ๆ ให้ครบถ้วน ( เอกสารแนบจะต้องตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษ ) จำนวนหน่วยกิตไม่ควรเกิน 5 หน่วยกิต ( หน่วยกิตละ 40 ชม. ) ควรคำนึงถึงความเป็นไปได้เช่นภาคปฏิบัติต้องใช้จำนวนชั่วโมงมาก จากนั้นกดปุ่มบันทึก จะได้รหัสรายวิชาอัตโนมัติ
- ระบบรายงาน สามารถเลือกดูรายงานหลักสูตรรายวิชาเลือก ตาม ภาคเรียน, จังหวัด, หรือ ประเภทสาระการเรียนรู้
- การเปลี่ยนรหัสผ่าน ควรเปลี่ยนบ่อย ๆ เพื่อความปลอดภัย
ถ้าจะแก้ไข อัพเดตข้อมูล ต้องแจ้งให้ส่วนกลาง ( Admin ) ดำเนินการให้ ( ดูวิธีติดต่อ Admin ในคู่มือ )
รายการสายใย กศน. วันที่ 27 กันยายน 2553
เรื่อง “ประสบการณ์และความประทับใจงาน กศน.”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- นายปรเมศวร์ สุขมาก ผอ.สถาบันส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้
- นายประถม สมัครพงศ์ ผอ.สถาบัน กศน.ภาคตะวันออก
- วรรณี ตีวกุล ครูเชี่ยวชาญ สถาบัน กศน.ภาคกลาง
ประสบการณ์และความประทับใจงาน กศน. ของผู้ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการ
1. ผอ.ปรเมศวร์ สุขมาก จบหลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงเข้าใจปรัชญา กศน. มาก่อน รู้ว่าคนต้องได้รับการศึกษาตลอดชีวิตเพื่อการพัฒนาอยู่เสมอ ซึ่ง กศน. เป็นกรมแรกที่จัดการศึกษาตลอดชีวิต โดยมีทรัพยกรน้อย อาศัยศาลาวัดในการจัดอบรมประชาชน ท่านโกวิทย์ วรพิพัฒน์ บอกว่า อย่าไปหาความพร้อม ให้ทำงานภายใต้ความจำกัดของทรัพยากร โดยแสวงหาการมีส่วนร่วมจากภาคีเครือข่าย มีการวางแผนระดับจุลภาคเพื่อตอบสนองความต้องการของแต่ละท้องถิ่น เป็นหน่วยงานแรกที่นำการวิจัยเชิงคุณภาพมาใช้ในงาน จัดการพัฒนาอาชีพเพื่อแก้ปัญหาภาวะวิกฤติ จัด กศน.ปวช. (ใช้ประสบการณ์การทำงานเป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตร ) จัด กศ. สำหรับเด็กเร่ร่อน คนพิการ ฯลฯ
ประทับใจที่สามารถพัฒนางาน กศน. ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม ประทับใจ ดร.โกวิทย์ วรพิพัฒนา และ ดร.กษมา วรวรรณ ณ อยุธยา
“ต้องมีความเข้าใจและมั่นคงในแก่นแท้ของ กศน.” พัฒนาบุคลากรใหม่ ๆ ที่เข้ามาในระบบ กศน.
2. ผอ.ประถม สมัครพงศ์ จบหลักสูตรการศึกษาผู้ใหญ่จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เช่นกัน เป็นรุ่นน้อง ผอ.ปรเมศวร์
กศน.เป็นรูปเป็นร่างชัดเจนในสมัยท่านโกวิทย์ วรพิพัฒน์ บิดาแห่งการ “คิดเป็น” ผอ.ประถมเป็นผู้เสนอให้แบ่งเนื้องาน กศน.เป็น 3 วง ( กศ.พื้นฐาน + ข่าวสารข้อมูล + กศ.อาชีพ ) รวมเป็นการศึกษาตลอดชีวิต มีการส่งเสริมการเรียนรู้ชาวเขา ส่งเสริมการรู้หนังสือ ครูที่จะสอนต้องผ่านการอบรมได้รับวุฒิบัตรจาก กศน.ภาค แต่ละภาคแบ่งเป็นกลุ่มศูนย์ฯ มีวิทยากรประจำกลุ่มศูนย์ฯ ครูต้องเข้าใจจิตวิทยาผู้ใหญ่ มีการจัดตั้ง ศฝช.สระแก้ว ( ปราจีนบุรี ) เป็นศูนย์ฯแรก แต่มีโครงสร้างบุคลากรน้อย ทำให้ลดขนาดลง โครงการที่ไม่สำเร็จคือโครงการมหาวิทยาลัยชนบท
ปี 2540 กรมการศึกษานอกโรงเรียนหายไปจาก พรบ. จึงมีคณะบุคคลทำงานใต้ดินต่อสู้ลับ ๆ ไม่ให้ยุบ กศน. เช่น ท่านผู้ตรวจวิมล จำนงบุตร ท่านทวีศักดิ์ วิศิษย์ฎางกูล ผอ.ประถม สมัครวงศ์ รวม 5 คน จัดตั้งและต่อสู้ในนามสมาคมส่งเสริมการศึกษาตลอดชีวิตไทย
ประทับใจที่ กศน.มีความสุขกับการทำงานกับประชาชนในชนบท ต้องมีการประกันคุณภาพการศึกษา มีมาตรฐาน เพื่อให้สังคมยอมรับ อนาคต กศน.ตำบลจะมีความสำคัญ แก้ปัญหาสังคมได้
3. อ.วรรณี ตีวกุล ได้ทำงานวิจัยหลายชิ้น เช่น ปี 2527 ติดตามผลการดำเนินงานที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน ไปเก็บข้อมูลด้วยรถแลนด์โรเวอร์ ( ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน ช่วยปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ) ปี 2540-2541 วิจัยเรื่องชุมชนเข้มแข็ง พบว่าองค์ประกอบที่จะทำให้ชุมชนเข้มแข็ง ( แก้ปัญหากันเองในชุมชน ) ได้ คือ 1) คนในชุมชนมีปัญหาร่วมกัน 2) ผู้นำเข้มแข็งจริงใจทำงานต่อเนื่อง 3) มีเวทีให้คนในชุมชนมีส่วนร่วม มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้แก้ปัญหาร่วมกัน ( ทำให้เกิดการเน้นวิทยากรกระบวนการ )
ประทับใจที่งาน กศน. มีการพัฒนาตลอดเวลา จาก กศ.ทาง ว.ปณ. เป็น การพบกลุ่มตามแผน ก. ข. ค. เป็น ดอกบัวสี่กลีบ ให้สอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมายต่าง ๆ ทำงานไว เกิดประโยชน์กับประชาชน เช่นโรงเรียนชาวนา
รายการสายใย กศน. วันที่ 20 กันยายน 2553
เรื่อง “โครงการทุนการศึกษาแก่เด็กสภาวะยากลำบากในเขตพื้นที่ชายแดนและชาวเขา”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- นายสมศักดิ์ วชิรพันธุ์ หัวหน้าส่วนพัฒนาการศึกษาบนพื้นที่สูง สถาบัน กศน. ภาคเหนือ
- นายนริศศักดิ์ รอดเรืองคุณ รอง ผอ.สนง.กศน.จ.น่าน
- สุทธินี จับใจนาย ผอ.กศน.อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ( แทน ผอ.สนง.กศน.จ.เชียงใหม่ )
- นายวิโรจน์ ใจบุญ ผอ.กศน.อ.แม่จริม จ.น่าน
- นายณรงค์วิทย์ แซ่โซ้ง นศ.กศน.ม.ปลาย ต.น้ำอ่าง ผู้ได้รับทุน
ผู้ร่วมรายการในห้องส่งฯ คือ
- นายพจนารถ นุกูลคาม ผอ.กศน.อ.ท่าสองยาง จ.ตาก
- อ.นันชการต์ กิจการ ครู ศศช. อ.ท่าสองยาง
- นายปราการ ยศไทย หน.กศน.ต.น้ำทาง อ.แม่จริม
- นายกมลดิษญ์ รักภักดี ครู ศศช. บ้านป่าไหล อ.แม่อาย
- ด.ญ.สุดา หีบทรัพย์สาร นศ.กศน.ระดับประถม ผู้ได้รับทุน
- นางแป๊ะมู มรกตธาดา ผู้ปกครอง ด.ญ.สุดา
- ด.ญ.นาจา จะแกะ นศ.หลักสูตร ศศช. ป.4 ผู้ได้รับทุน
- จะสอ แสงดะจือ ผู้ปกครอง ( พี่ชาย ) ด.ญ.นาจา
กศน. พัฒนาการศึกษาบนพื้นที่สูงมาโดยตลอด จาก ศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนในเขตภูเขา (ศศช.) จนถึงปี 2539 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระราชทานนามว่า ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” ( ชื่อย่อยังเป็น ศศช. ) ปัจจุบันมี 780 ศูนย์ มีนักศึกษารวม 4-5 หมื่นคน
เนื่องจาก ชาวไทยภูเขาและคนชายแดนมีภาวะยากไร้ ส่งผลให้ชุมชนอ่อนแอไม่สามารถพึ่งพาตนเองได้ นำไปสู่ปัญหาสังคมและความมั่นคงของชาติ สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินินารถ จึงให้จัดโครงการทุนการศึกษาแก่เด็กสภาวะยากลำบากในเขตพื้นที่ชายแดนและชาวเขา โดยให้ทุนส่วนหนึ่งแก่ สพฐ. อีกส่วนให้ กศน. โดย กศน.ได้รับ 6,385 ทุนต่อปี ( 2552-2554 ) ทุนละ 5,000 บาท กศน.นำมาจัดสรรให้ 8 จังหวัด ตามสัดส่วนจำนวนนักศึกษา ( เชียงใหม่ เชียงราย ลำปาง ลำพูน แม่ฮ่องสอน ตาก น่าน พะเยา )
กศน. ให้ทุนการศึกษากับชาวเขา เน้นนักศึกษา ศศช. เป็นอันดับแรก ( ผู้ที่ได้รับทุน ถ้าปีต่อไปไม่ได้เป็น นศ.กศน. แล้ว ก็จะไม่ได้รับทุนอีก ) การคัดเลือกผู้รับทุนจะทำในรูปคณะกรรมการ โดยให้ผู้เข้าเกณฑ์ ( เป็นชาวไทยภูเขา มีสัญญาชาติไทย อายุ 6-25 ปี เป็น นศ.กศน.ขั้นพื้นฐาน ความประพฤติดี ฐานะยากจน ) กรอกใบสมัคร พร้อมหลักฐาน ( ทะเบียนบ้าน บัตรประจำตัวหรือสูจิบัตรของผู้ขอรับทุน บัตรประจำตัวบิดามารดา ) และมีผู้รับรอง ส่งให้คณะกรรมการคัดเลือก ( บางจังหวัดใช้การเรียนดีมาร่วมเป็นเกณฑ์ด้วย )
บางจังหวัดมอบทุนการศึกษาให้แก่ผู้รับเป็นเงินสด ที่อำเภอ โดยมีหน่วยงานต่าง ๆ มาร่วมพิธี เช่น จ.เชียงใหม่ บางจังหวัดใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร เช่น จ.น่าน
หลังจากมอบทุนแล้ว มีการนิเทศติดตามผล ให้รายงานว่านำเงินทุนไปใช้ทำอะไร บางจังหวัดเช่น จ.น่าน จ.ตาก ให้มีหลักฐานการใช้จ่ายเงิน มีการทำบัญชีบันทึกรายจ่าย และให้ผู้รับทุนสอนผู้ปกครองและผู้อื่นให้รู้หนังสืออีก 5 คน จึงจะได้รับทุนต่อเนื่องในปีต่อไป
ผู้รับทุนส่วนใหญ่ จะนำเงินไปใช้เป็นค่า พาหนะ ค่าอุปกรณ์การเรียน ค่าอาหาร เสื้อผ้า และทำทุนประกอบอาชีพ เช่น ซื้อหมูซื้อไก่มาเลี้ยง ซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าว ข้าวโพด
โครงการนี้มีประโยชน์ต่อผู้ด้อยโอกาสเป็นอย่างสูง จึงทำโครงการของบประมาณในปีต่อ ๆ ไปอีก
รายการสายใย กศน. วันที่ 13 กันยายน 2553
เรื่อง “การขับเคลื่อนองค์กรสู่เวทีการศึกษาระดับสากลอย่างมืออาชีพ”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- ดร.วิเชียรโชติ โสอุบล ผอ.สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร
- อ.วารุณี เผือกจันทึก ครูสถาบันฯสิรินธร
- พชระ สุขสนอง ที่ปรึกษากลุ่มพัฒนาสตรีชนบทบ้านซับยาง อ.ปากช่อง
สถาบันการศึกษาและพัฒนาต่อเนื่องสิรินธร ตั้งอยู่ที่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตั้งมาตั้งแต่ปี 2535 กำลังจะครบ 20 ปี ตั้งอยู่บนเนินเขา อากาศดี ถึงจะอยู่ไกลอำเภอก็มีผู้มาใช้บริการมากทั้งห้องสมุดฯและใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย มีสภาพภูมิทัศน์เป็นต้นทุน ผอ.สถาบันฯได้นำโครงการหมู่บ้านตนตอ กศน.ต้นแบบ ที่เคยทำตอนเป็น ผอ.กศน.อ.ที่ จ.อุดรธานี เชื่อมโยงมาดำเนินการในสถาบันฯสิรินธร สถาบันฯสิรินธรมีบทบาทหน้าที่ในการพัฒนาและการฝึกอบรมบุคลากร กศน.ทั่วประเทศ รวมทั้งภาคประชาชนและต่างประเทศ เป็นต้นแบบในการผลิตหลักสูตรเพื่อพัฒนาคนในวงการศึกษา และประชาชน มีการทำหลักสูตรร่วมกับหน่วยงานอื่น เป็นสื่อกลางนำองค์ความรู้ใหม่ ๆ มาเผยแพร่ ( KM )
ในการขับเคลื่อนไปสู่ความเป็นสากล ในโอกาสที่ปีนี้สมเด็จพระเทพฯทรงมีพระชนมายุ 55 พรรษา เริ่มจากการปรับปรุงเว็บไซต์ของสถาบันให้มีภาคภาษาอังกฤษ ปรับปรุงหลักสูตรหลายหลักสูตรเป็นภาคภาษาอังกฤษ เตรียมบุคลากรด้านการศึกษาให้มีความพร้อมทางภาษาในการเข้าสู่เวทีอาเซียน
กลุ่มพัฒนาสตรีชนบทบ้านซับยาง ได้รับการส่งเสริมจาก กศน. ให้เรียนต่อ ป.6 ม.3 ม.6 อบรมการตัดเย็บเสื้อผ้าช่วงเย็น สร้างอาชีพ ขอทุนจากซิป ( ธนาคารออมสิน ) มาตั้งกลุ่ม สร้างตลาด กลุ่มหาทุนโดยตั้งเป็นกลุ่มออมทรัพย์ส่งเสริมการออม ปัจจุบันมีสมาชิกเป็นพันคนมีการปันผล มีผู้มาดูงานทั้งจากต่างจังหวัดและต่างประเทศ
การจัดการศึกษาตามอัธยาศัย มีการจัดค่ายย่อย ๆ ช่วงปิดเทอม เช่นค่ายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ค่ายศิลปวัฒนธรรม แบ่งเบาภาระที่ผู้ปกครองไม่สามารถอยู่ดูแลเด็กที่บ้านช่วงปิดเทอม ห้องสมุดเคยได้รับรางวัลดีเด่นระดับประเทศ
มีโครงการต่าง ๆ เพื่อสร้างแหล่งเรียนรู้ภูมิทัศน์ ให้เป็นโลโก้ ( อัตลักษณ์ ) ของสถาบันฯ โดยสร้างสวนพฤกษศาสตร์เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ เช่น โครงการอุโมงค์สวนลูกฯ ( ใช้ต้นบวบและต้นโกเมนทำอุโมงค์ ) โครงการสวนไม้มงคล 9 ดี ( ไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ดัด ไม้ดม ไม้ดื่ม ไม้ดอง ไม้ดง ไม้ดิน ไม้วรรณคดี )
รายการสายใย กศน. วันที่ 6 กันยายน 2553
เรื่อง “วันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ปี 2553”
นายอิทธิเดช สุพงษ์ ดำเนินรายการ
วิทยากรโดย
- นายประเสริฐ บุญเรือง รองเลขาธิการ กศน.
- นายสุรนันท์ ศุภวรรณกิจ ผอ. ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต
ยูเนสโก กำหนดให้วันที่ 8 ก.ย. เป็นวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ ประเทศไทยได้จัดงานเฉลิมฉลองมาตั้งแต่ปี 2510 เพื่อให้ความสำคัญกับการดูแลคนในสังคมให้รู้หนังสือ โดยในปี 2530 ประเทศไทยได้รับรางวัลโนมาร์ การส่งเสริมการรู้หนังสือ จากยูเนสโก ปีที่แล้วคนไทยรู้หนังสือเพิ่มขึ้น 8 แสนกว่าคน ปัจจุบันรัฐบาลชุดนี้กำหนดให้การส่งเสริมการอ่านเป็นวาระแห่งชาติ และกำหนดให้วันที่ 2 เม.ย. เป็นวันรักการอ่าน ให้ทุก กศน.ตำบล 7,409 แห่ง มีมุมการอ่าน และรัฐบาลจัดสรรเงินให้สร้าง กศน.ตำบล ปีนี้ 700 แห่ง ปีหน้า 1,500 แห่ง ๆ ละ 1.1 ล้านบาท ( เป็นค่าก่อสร้าง 8 แสนบาท, ค่าครุภัณฑ์โต๊ะเก้าอี้ 1 แสนบาท, ค่าสื่อคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิค 2 แสนบาท ) คงจะมีคอมพิวเตอร์และอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงครบทุกตำบลภายใน 5 ปี ถ้า พรบ.การศึกษาตลอดชีวิตออกมา ก็จะมีอาสาสมัคร กศน.ทุกหมู่บ้าน
เมื่อวันที่ 31 ส.ค.53 คณะรัฐมนตรีอนุมัติให้ครู ศรช. 8,672 อัตรา เปลี่ยนสถานภาพเป็นพนักงานราชการ (ท่านรองฯได้เสนอท่านเลขาฯ ให้เร่งดำเนินการให้สามารถแต่งตั้งครู ศรช. เป็นพนักงานราชการได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.53 โดยอาจจะแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินกิจกรรมการดำเนินงานของครู ศรช. แต่ละคน แต่อัตรา 8,672 คน ที่ได้รับอนุมัตินั้น เป็นจำนวนทั้งหมดของครู ศรช. ที่สำรวจเมื่อ 17 ส.ค.53 ซึ่งมีรายชื่ออยู่ทั้งหมดแล้ว คงจะได้เปลี่ยนเป็นพนักงานราชการทุกคน แต่ในปีงบประมาณ 2554 ยังไม่ได้รับงบบุคลากรเป็นค่าตอบแทนพนักงานราชการ ต้องเบิกจากเงินอุดหนุนรายหัวไปก่อน ส่วน ส่วนต่างของค่าตอบแทนรายเดือน ทั่วประเทศตลอดปี งปม. 2554 รวม 342 ล้านบาท ท่าน รมว.ศธ. จะให้ใช้เงินงบกลาง ( สำหรับครู ปวช.กศน. จะไม่ได้เปลี่ยนเป็นพนักงานราชการ เพราะ คพร.คุมอัตรา ไม่ให้เพิ่ม แต่ที่ครู ศรช.ได้เปลี่ยนเพราะ รัฐมนตรีทุกคน ส.ส., ส.ว. ทุกคน ที่ได้ไปเปิด กศน.ตำบล เข้าใจและเห็นความสำคัญของครู ศรช. )
วันที่ 25 ก.ย. หรือ 7 ต.ค.53 ( ยังไม่แน่ ) จะใหครู ศรช. ไปประชุมใหญ่ที่เมืองทองธานี
8 ก.ย.53 จะจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือที่ ศว.รังสิต ชื่องาน “กศน.ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อปฏิรูปประเทศไทย” มีนิทรรศการ 8 บูทใหญ่ มีการเปิดตัวกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน/ส่งเสริมอาชีพในรถไฟ ( มีตู้หนังสือในรถไฟขบวนละ 3 ตู้ ) และเปิดตัวรถโมบายส่งเสริมการอ่าน/ห้องสมุดเคลื่อนที่ 24 จังหวัด 24 คัน ( ได้ทุกจังหวัด ราคาคันละ 3 ล้านบาท ใช้งบประมาณ SP2 แต่ซื้อได้แล้ว 24 คัน ) เพื่อเคลื่อนที่ไปตามหมูบ้าน มีการลงนาม MOU กับหน่วยงานต่าง ๆ คือ กระทรวง ICT จะนำคอมพิวเตอร์ไปไว้ที่ กศน.ตำบล, สคบ.ให้ กศน.ตำบลรับร้องเรียนโดยมีอาสาสมัคร สคบ., การปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ อปท.สนับสนุน กศน.ตำบล ( ทำ MOU กับ สสวท. และ สอศ. ไปแล้ว ให้ วอศ. ทำกิจกรรมกับ กศน.ตำบล ) มีการให้นโยบาย ผอ.สนง.กศน.จ.ทั่วประเทศ ให้ไปขับเคลื่อนนโยบาย กศน.ตำบล : แหล่งเรียนรู้ชุมชน ( เปลี่ยนชื่อจาก แหล่งเรียนรู้ราคาถูก )
รายการสายใย กศน. วันที่ 30 สิงหาคม 2553
เรื่อง “ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว”
ดำเนินรายการโดย นายอิทธิเดช สุพงษ์
วิทยากร คือ
- นายปัญญา วารปรีดี ผอ.ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว
- นางอาภรณ์ เลิศกิจคุณานนท์ ครู คศ.2 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว
- นายภัฑรกิจ ไชยถา ครู คศ.1 ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว
ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษาสระแก้ว ตั้งมา 2 ปี อยู่ในเนื้อที่ 30 กว่าไร่ ที่ 597/49 ถ.สุวรรณศร ต.ท่าเกษม อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว 27000 Tel. 0-3742-5427 Fax. 0-3742-5384 http://sakscience.blogspot.com/ เนื่องจากภาคตะวันออกมี ศว.สระแก้วแห่งเดียว ปกติจึงต้องดูแลพื้นที่ทั้ง 9 จังหวัดในภาคตะวันออก แต่แบ่ง จ.นครนายก และสมุทรปราการ ให้ ศว.อื่นดูแล
ด้วยข้อจำกัดของงบประมาณ ศว.สระแก้วจึงเลือกเน้นเรื่องธรรมชาติวิทยา เป็นหลัก ( ตามสภาพพื้นที่ ) และเน้นกลุ่มเป้าหมาย กศน. เพราะเป็นผู้พลาดและด้อยโอกาส โดยจัดค่ายวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม เน้นด้านวิชาการ ทักษะทางวิทยาศาสตร์ ( สังเกต ทดลอง ปฏิบัติจริง บันทึก ) จัดทำหนังสือคู่มือ “บทปฏิบัติการ” ให้ผู้เข้าค่าย วิเคราะห์-สรุป-บันทึก ระหว่างการเข้าค่าย 3 วัน 2 คืน หรือ 2 วัน 1 คืน และตั้งใจจัดค่ายให้ดีที่สุด ให้ผู้เข้าค่ายประทับใจ มีการประเมิน ( After action review ) ทุกคืน นำแหล่งเรียนรู้ทั้งภายนอกภายในมาบูรณาการ ( รับเข้าค่ายชุดละไม่เกิน 120 คน )
วันที่ 1 เรียนรู้ภายใน ศว. 5 ฐาน ( ปกติมีเกือบ 20 ฐาน ) แบ่งเป็น 5 กลุ่ม ใช้เวลาเรียนรู้ฐานละ 1 ชั่วโมง คือ
1. ฐานดิน ( เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ศึกษาชั้นดิน ทดสอบความเป็นกรด-เบส )
2. ฐานสมุนไพร ( ปลุกไว้มากหลายชนิด เช่น บัวบก ว่านหางจระเข้ หมากเม่า ฯลฯ ศึกษาสรรพคุณแต่ละชนิด ร่วมมือกับโรงพยาบาลวังน้ำเย็น )
3. ฐาน LAB ( ทดสอบสารอาหารในชีวิตประจำวัน โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน )
4. ฐานวิทยาศาสตร์พื้นฐาน ( อุปกรณ์ไฟฟ้า, การเกิดฟ้าผ่า, จานสะท้อนเสียงสองด้าน, แสงและเงา )
5. ฐานธรรมชาติวิทยาและสิ่งแวดล้อม ( ระบบนิเวศน์ )
กลางคืนเรียนรู้เรื่องการเขียน My Mapping ( วิเคราะห์สังเคราะห์ความคิดให้เป็น Concept ) ถึงประมาณ 21:00 น.
วันที่ 2 ออกไปศึกษาที่แหล่งเรียนรู้ภายนอก ตั้งแต่ 07:00 น. โดยมีให้เลือก คือ
1. อุทยานแห่งชาติตาพระยา, ละลุ
2. อุทยานแห่งชาติปางสีดา
3. ปราสาทสต๊กก็อกธม, ประสาทเขาน้อยสีชมพู
4. โรงเรียนกาสรกสิวิทย์ ( ต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน เรียนรู้วิถีชีวิตในอดีต อุปกรณ์การทำนา การเลี้ยงควาย การสอนควายไถนา การเกี่ยวข้าว การเกษตร แก๊สจากมูลสัตว์ น้ำหมักชีวภาพ บ้านดิน หมูหลุม เศรษฐกิจพอเพียง )
กลางคืนเรียนรู้ทฤษฎีการกำเนิดโลก ภาวะโลกร้อน แนวทางแก้ไข โดยจัดทำเป็นสื่อมัลติมีเดีย และให้สรุปเป็น My Mapping
วันที่ 3 เวลา 05:00 น. ดูนกในบริเวณ ศว. ปัจจุบันมีนกประมาณ 29 ชนิด จากเดิมที่มีเพียงประมาณ 15 ชนิด โดยมีนายกำพล บุญชูสว่าง กรรมการสถานศึกษา ศว. ที่ชอบดูนก เป็นผู้พาดูนก
จากนั้นให้สรุปการเรียนรู้ทั้ง 3 วัน และการจะนำความรู้ไปพัฒนาชุมชน เป็น My Mapping แล้วนำเสนอ
หายไปนานเลยไม่ได้เข้ามาเรียนรู้ ขอบคุณข้อมูลค่ะ
อยากเรียน ถามครู ผักไห่
ครูผู้ช่วย ที่อยู่ในช่วงพัฒนาเข้มจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเรียนจบ ป.โท ก่อนผ่านการพัฒนาอย่างเข้ม จึงจะปรับเงินเดือน ถ้าจบหลังจากผ่านการพัฒนาอย่างเข้ม ไปแล้ว 1 ปี จะปรับให้หรือไม่ การเรียน ป.โท ต้องขออนุญาตจากต้นสังกัดหรือไม่
ถ้าจบปริญญาโทหลังจากผ่านการพัฒนาอย่างเข้มไปแล้ว ก็ปรับเงินเดือนได้ ( เว้นแต่วันที่จบปริญญาโทนั้น เงินเดือนเราเกินวุฒิปริญญาโทไปแล้ว ก็ไม่ต้องปรับแล้ว )
การเรียนปริญญาโทต้องขออนุญาตจากต้นสังกัดครับ
ขอบพระคุณ ครูเอกชัย ที่ให้ความกระจ่าง ดิฉันเป็นครูผู้ช่วยมาอยู่ต่างถิ่นยังไม่กล้าที่จะปรึกษาใคร ได้ยินท่าน ผอ.สำนักงาน กศน.ร้อยเอ็ด (ผอ.จรูญ มะลาดวง) กล่าวชมท่านบ่อยๆ ว่าครูเอกชัยท่านเก่งวิชาการ และเก่งด้านเทคโนโลยี ถ้าอยากทันเหตุการณ์ ต้องเข้ามาเยี่ยมบ่อยๆ
ดีใจมากครับที่ทราบว่าท่าน ผอ.จรูญ มะลาดวง กล่าวชมลับหลัง ( ผมชอบการชมลับหลัง แสดงถึงความจริงใจ การชมต่อหน้าทำให้เขิน )