ผมวางเป้าหมายชีวิตไว้หลาย “ไม่” “ไม่” หนึ่งคือไม่เล่นการเมือง ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่ต้องการเป็นใหญ่เป็นโตทางการเมือง ไม่ต้องการมีอำนาจทางการเมือง ทัศนคติเช่นนี้คงจะมีส่วนไม่ดีอยู่ไม่ใช่น้อย คือทำให้ผมหลีกเลี่ยงการคบค้ากับนักการเมือง ไม่เข้าหานักการเมือง ตอนเป็น ผอ. สกว. ก็ได้รับคำแนะนำและช่วยเหลือให้ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับนักการเมือง ผมทำด้วยความจำใจและคงจะด้วยความเงอะงะไม่คล่องแคล่ว
สภาพ “เป็นอื่น” กับนักการเมืองและวงการการเมืองติดตัวผมอย่างเหนียวแน่นจนถึงปัจจุบัน
เคยมีคนมาชวนผมไปเป็นเพื่อหรือเป็น “ผู้ใหญ่” หนุนหลัง ไปคุยกับรองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ผมก็ไปร่วมแบบคนใบ้ จนหลังๆ นี้เขาเข็ดกันหมดแล้ว ว่าผมพูดกับนักการเมืองไม่เป็น
ผมเข้าใจว่า ผมเป็นโรคภูมิแพ้ (allergic) ต่อเรื่องผลประโยชน์ เมื่อไรมีเรื่องนี้เข้ามาทอดอยู่ระหว่างความสัมพันธ์ระหว่างผมกับคนอื่น ผมเงอะงะงุ่มง่ามทันที คำว่า “ผลประโยชน์” ในที่นี้หมายถึงผลประโยชน์ส่วนตัวหรือส่วนพรรคพวก แต่เมื่อไรเป็นเรื่องผลประโยชน์ส่วนรวมผมคึกทันที
แต่เมื่อโชคเคราะห์บันดาลให้มาอยู่ในบางตำแหน่งในปัจจุบัน ก็หลีกหนีนักการเมืองไม่พ้น และต้องฝึกตัวเองใหม่ ให้มองนักการเมืองด้านบวกให้มากๆ หน่อย ก็อยู่ระหว่างฝึกฝนเรียนรู้นะครับ
สิ่งที่ผมต้องเรียนรู้มากคือเรื่องการนัดประชุม ผมมีหลักอยู่ว่าการนัดประชุมต้องแสดงความเคารพให้เกียรติกรรมการหรือสมาชิกของที่ประชุม ให้ได้มีส่วนเท่าเทียมกันในการกำหนดวันเวลานัดหมาย แต่ผมสังเกตว่ารัฐมนตรีบางคน (หรือหลายคน) ถือว่าท่านมีสิทธิ์ที่จะกำหนดวันนัดเมื่อไรก็ได้ ผมก็จะเรียนให้ท่านทราบด้วยความสุภาพว่าผมมีนัดหมายมากเหมือนกัน และมีหลักยึดว่า first come first serve ผมจะไม่งดนัดหนึ่งเพื่อไปรับอีกนัดหนึ่ง ดังนั้นหากไม่กำหนดวันประชุมไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ก็จะยากมากที่ผมจะได้เข้าร่วม ผลก็คือผมสบาย ไม่ต้องไปร่วมประชุมคณะกรรมการชุดนั้น
ผมสังเกตว่า ผมมีท่าทีหรือแนวคิดต่อนักการเมืองที่มีตำแหน่งทางการเมืองสูงไม่เหมือนคนอื่น ผมคิดว่าท่านเหล่านั้นทำงานรับใช้บ้านเมืองในตำแหน่งสูง ผมก็ให้เกียรติและแสดงความเคารพ แต่ในฐานะเป็นมนุษยื เราเสมอกัน และในบางกรณีหรือนักการเมืองบางคน ผมคิดว่าเขาเป็นคนต่ำต้อยในฐานะมนุษย์ เพราะเขาเป็นคนโกง ไม่ซื่อสัตย์สุจริต บางคนก็เบ่ง แสดงความเป็นมนุษย์ที่ต่ำต้อยออกมาตลอดเวลา ผมให้ความเมตตาเห็นอกเห็นใจต่อเขา แต่ไม่แสดงความยกย่อง เพราะเขาเป็นคนไม่ควรได้รับการยกย่อง ในกรณีเช่นนี้การยกมือไหว้ถือเป้นการทักทาย
ที่จริงเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผู้มีตำแหน่งสูงในด้านอื่นๆ ด้วย ไม่ใช่เฉพาะนักการเมือง
ดังนั้น ปณิธานชีวิตของผมก็คือ ไม่เล่นการเมืองเพื่อแสวงหาตำแหน่งหรือผลประโยชน์ให้แก่ตนเอง โดยคำว่า “การเมือง” หมายถึงการขอเสียง ขอการสนับสนุน หาพวก เพื่อให้ได้เป็นโน่นเป็นนี่ ในลักษณะท่าทีของการให้ผลประโยชน์ต่างตอบแทน
ผลร้ายของท่าทีเช่นนี้คือชีวิตไม่ได้เป็นใหญ่เป็นโต ข้อดีคือชีวิตเบาสบาย ที่ผมชอบที่สุดคือ ทำให้ได้ใช้ชีวิตแบบเรียนรู้ฝึกฝนตนเอง ให้ได้เข้าใจธรรมชาติของสรรพสิ่งโดยมีอคติเบาบาง ได้สนุกสนานอยู่กับการเรียนรู้ ไม่ใช่อยู่กับอำนาจ
วิจารณ์ พานิช
๓ ส.ค. ๕๓
สวัสดีครับ อาจารย์
หลายองค์กร ที่ทำประโยชน์เพื่อส่วนร่วม ก็มักจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง
แต่บางครั้งก็เลี่ยงไม่ได้ การมีจุดยืนของตัวเองจึงเป็นคำตอบ
ขอบคุณมากครับ
คิดว่าใช้ประโยชน์จากนักการเมืองโดยมีหลักการของตัวเองที่อาจาย์เล่าให้เรียนรู้น่าจะดีและปลอดภัยค่ะ