สิ่งที่กำลังจะเลือนหายและสิ่งใหม่กำลังปรากฎ

          ปัจจุบันกระแสของการเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ฯลฯ ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไปอย่างไม่หยุดนิ่ง จนบางครั้งเราก็รู้สึกว่าเราไม่ทันโลกเอาเสียเลย แต่ส่วนใหญ่แล้วสิ่งที่เปลี่ยนไปล้วนแล้วแต่จะเป็นในด้านวัตถุแทบทั้งสิ้น หากแต่ด้านจิตใจ คุณธรรม จริยธรรม กลับเสื่อมทรามลงไปทุกวัน กระแสความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลกระทบไปทั่วโลกไม่เว้นแม้แต่ในชนบท

          ผมเป็นคนหนึ่งที่เฝ้าติดตามกระแสโลกอยู่ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมเฝ้าดูอย่างน่าเสียดายคือวิถีชีวิตที่ดีงามในอดีตเมื่อ 10-20 ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง สิ่งดีงามถูกลบเลือน ความเอื้ออาทรจางหาย ความเป็นเงื่อนไขทางวัตถุเข้ามาแทนที่  จากสมัยก่อนเพื่อนบ้านเคยเอื้ออาทรแบ่งปันกันและกัน ทุกวันนี้กลับต้องมีการซื้อขายแลกเปลี่ยน เช่นผักที่ปลูกไว้ในบ้านแต่ก่อนขอกันได้แต่เดี๋ยวนี้ต้องซื้อกันแล้ว  การลงแขกเกี่ยวข้าวที่เคยไหว้วานกันได้ทุกวันนี้ต้องจ้างวันละ 200 กว่าบาท  การกินข้าวร่วมกันระหว่างเพื่อนบ้านจากที่เคยนำอาหารจากหลายๆครอบครัวมารวมกันและแบ่งกันกิน แต่ทุกวันนี้บ้านใครบ้านมัน  แต่ก่อนการทำงานถูกกำหนดโดยธรรมชาติโดยพระอาทิตย์  แต่ทุกวันนี้ชีวิตต้องวิ่งแข่งกับเข็มนาฬิกา นี่เป็นเพียงตัวอย่างที่ผมเห็นมาเท่านั้น หลายๆคนอาจจะมองว่าความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาการและการพัฒนาทางด้านวัตถุเป็นเรื่องดี อันนี้ผมก็ไม่เถียงครับ แต่มันก็กลับมาเป็นตัวคอยควบคุมเราด้วยเหมือนกัน จนบางครั้งทำให้เรารู้สึกว่ากำลังสูญเสียความเป็นตัวตน และอัตลักษณ์ของเราไปทีละน้อยๆ สำหรับผมแล้วหากจะทำตัวขวางกระแสก็รั้งแต่จะจมลงไปเท่านั้น

         ผมหวังแต่เพียงว่ากลิ่นอายความงดงามของวิถีชีวิตในอดีตจะไม่เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว  และผมก็เชื่อว่าความเจริญก้าวหน้าทางด้านวัตถุอาจจะนำไปสู่ความล่มสลายทางเศรษฐกิจและสังคมและวัฒนธรรมของมนุษย์ในอีก 300-500 ปีข้างหน้า(อันนี้ความคิดเห็นส่วนตัวนะครับ) เพราะจากที่ดูจากเทคโนโลยียิ่งก้าวหน้าทำให้คนทำงานได้มากขึ้นย่อมส่งผลให้ต้องลดแรงงานลง คนภาคอุตสาหกรรมตกงานไม่มีงานทำไม่มีข้าวกินก็ประท้วง  เพราะกลับไปทำนาไม่เป็น ธรรมชาติก็ไม่เอื้ออำนวย ยิ่งประเทศเขตหนาวแล้วยิ่งแล้วใหญ่อัตราการเพิ่มของประชากรโลกก็เพิ่มขึ้น ทรัพยากรณ์ไม่เพียงพอ การแย่งกันกินกันใช้ย่อมเกิดขึ้นจากระดับองค์กร ชุมชน ประเทศ และภูมิภาคและนั่นคงเป็นจุดเริ่มต้นของความล่มสลายของมนุษย์ชาติ

         อันหลังนี้เป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวนะครับอย่าเพิ่งซีเรียสเพราะอย่างไรยุคของเราก็อาจจะไม่ได้อยู่ดูถึงวันนั้น แต่ผมก็เสียดายวิถีชีวิตอันดีงานในชนบทที่ถูกเปลี่ยนแปลงไป แต่ก็เป็นธรรมดา วงล้องแห่งวัฏฏะย่อมหมุนไปและหมุนไปเพื่อเวียนกลับมายังจุดที่เคยหมุนผ่านไปแล้วรอบแล้วรอบเล่า