การศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

                ข่าวการขึ้นเงินเดือนและการเพิ่มค่าจ้างแรงงานของรัฐเป็นข่าวที่ดีสำหรับข้าราชการและผู้ใช้แรงงาน พอๆกับปริมาณของที่จะขายในท้องตลาดก็จะปรับขึ้นตามภาวะค่าจ้างที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมและทุกคนไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

                อ่านข่าวเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 23 ส.ค.ระบุว่า นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เปิดเผยถึงการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการ ว่า รัฐบาลจะปรับเงินเดือนส่วนแรกขึ้น 5% เพื่อรองรับกับค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นตามเงินเฟ้อ ซึ่งจะมีผลในเดือน เม.ย.54 เป็นต้นไป คาดว่า จะใช้เงินจากงบประมาณปี 54 ในวงเงิน 13,000 ล้านบาท ส่วนที่ 2 นั้น จะปรับฐานเงินเดือนแรกเข้าของข้าราชการให้เท่ากับเอกชน โดยมีเงินเดือนเริ่มต้นที่เดือนละ 12,000 บาท เพื่อจูงใจให้คนรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถ เข้ามาทำงานในระบบราชการมากขึ้น นอกจากนั้น ยังจะมีส่วนของการเพิ่มผลตอบแทนให้ตามสาขาอาชีพ ภายใต้หลักการคือเงินเดือนไม่จำเป็นต้องเท่ากัน ขึ้นกับความยากง่ายของวิชาชีพด้วย

             ในกรอบการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั้ง 3 ส่วนดังกล่าว อยู่ภายใต้งบประมาณปีละ 30,000 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในวิสัยที่สามารถดำเนินการได้ และจะไม่มีผลกระทบต่อความยั่งยืนทางการคลัง เพราะในส่วนของกระทรวงการคลังเองจะต้องดำเนินการเพิ่มรายได้มากขึ้น ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นลง และจัดทำการจัดซื้อจัดจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงเจรจากับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อให้รับภาระหนี้ของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน และการนำเงินที่เหลือจากการใช้จ่ายเงินคงคลังไปฝากโดยได้รับดอกเบี้ย โดยกระทรวงการคลังเองต้องบริหารรายได้ และรายจ่ายให้เหมาะสม ซึ่ง นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กำลังคิดรูปแบบการจัดทำงบประมาณแบบจริงจังมากขึ้น เพื่อกำหนดรูปแบบการเข้าสู่สมดุลได้เร็วขึ้น โดยจะแต่งตั้งคณะทำงานที่มาจากกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ เพื่อมาดูรูปแบบที่เหมาะสมในการเข้าสู่งบประมาณสมดุล

            เป็นข่าวที่นำมาเล่าและแสดงความยินดีกับมนุษย์เงินเดือนเช่นผมและท่านรวมทั้งผู้ใช้สมองและแรงงานด้วยครับ

 อ้างอิง เดลินิวส์ http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page=content&categoryId=8&contentID=87246