ข้าพเจ้าเคยเรียนเป่าขลุ่ยรีคอร์เดอร์(recorder)ระดับพื้นฐานมาบ้างในระดับประถม(ตอนที่เรียนไม่เคยรู้ว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้เรียกว่า recorder ก็แค่เรียนตามที่ครูสอน จึงไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไหร่) พอเข้าเรียนมัธยมก็ไม่ได้ฝึกเป่าอีกเลยและพึ่งจะกลับมาสนใจอีกครั้งตอนเรียน ม. 6 เหตุที่ทำให้สนใจเครื่องดนตรีชนิดนี้คือ ตอนนั้นดูหนังฝรั่ง ซึ่งตัวละครในเรื่องเป่าขลุ่ยรีคอร์เดอร์(รู้ตอนนี้แหละว่ามันเป็นเครื่องดนตรีสากลชื่อว่า recorder) ฟังแล้วรู้สึกว่าเสียงของมันเพราะดี อยากลองเป่าดูบ้างจะได้มีกิจกรรมอื่นทำบ้างในเวลาว่าง(ปกติอ่านนิยายกับดูซีรีส์เกาหลี)และก็ฝึกเอาไว้เป่าเล่นสนุกๆกับเพื่อนเพราะดูแล้วมันไม่น่าจะเป่ายากอีกอย่างก็เคยเรียนมาบ้าง แต่เนื่องจากไม่ได้เป่ามานานมากจากเดิมที่เป่าไม่ค่อยคล่องกลายเป็นเป่าไม่เป็นเลยทีเดียว จึงต้องเริ่มต้นเรียนใหม่หมด

เริ่มเรียนโดยค้นหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีการเป่าขลุ่ยรีคอร์เดอร์ ระบบการไล่นิ้วและดูวิดีโอสาธิตวิธีการเป่าสำหรับการฝึกเบื้องต้น พบว่า การจับขลุ่ยที่ถูกต้องนั้น มือส่วนบนต้องใช้นิ้ว 4 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนาง ปิดรูที่อยู่ด้านบน และใช้นิ้วหัวแม่มือปิดรูข้างล่าง ขณะที่มือส่วนล่างใช้ 4 นิ้ว คือ นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนาง และนิ้วก้อย ตามลำดับ และจะใช้มือใดจับส่วนบนและส่วนล่างนั้น สุดแต่ผู้เล่นว่าจะถนัดแบบใด บางท่านถนัดที่จะใช้มือขวาไว้ส่วนบนแต่บางท่านก็ถนัดที่จะใช้มือซ้ายไว้ส่วนบน เมื่อปิดรูทุกนิ้วแล้วเป่าจะเกิดเสียงโด การเป่าขลุ่ยรีคอร์เดอร์นั้นผู้ฝึกควรฝึกการควบคุมลมให้ลมที่เป่ามีความสม่ำเสมอและใช้ลมเป่าพอประมาณ ไม่เป่าด้วยลมที่แรงหรือลมที่เบาเกินไป ส่วนระบบไล่เรียงนิ้วหรือ Recorder Fingering System นั้นมีสองวิธีการ คือ ตามระบบของอังกฤษซึ่งเป็นที่นิยม เรียกว่า Baroque Recorder Fingering System และแบบที่สองคือ German Recorder Fingering System หลังจากนั้นข้าพเจ้าก็เริ่มฝึกตั้งแต่จับขลุ่ยซึ่งต้องปิดรูให้สนิทเพราะถ้าไม่สนิทเสียงจะเพี้ยน เป่าไล่ตัวโน๊ตทีละตัวตั้งแต่โด เร มี ฟา ซอล ตามที่ได้ดูในวิดีโอและฝึกขยับนิ้วให้คล่อง(รู้สึกว่ามันยาก ใช้เวลาตั้งนานกว่าจะทำได้) จากนั้นก็เริ่มฝึกเป่าเพลงง่ายๆก่อน เช่น เพลงช้าง เพลงหนูมารี แล้วจึงเป่าเพลงที่ดูยากขึ้นซึ่งจะเลือกเฉพาะเพลงที่ชอบจะได้ไม่รู้สึกเบื่อโดย จะหาโน๊ตเพลงในอินเตอร์เน็ตและก็ดูตัวอย่างการเป่าเพลงนั้นๆจากวิดีโอในเว็บ YouTube ข้าพเจ้าจะฝึกในเวลาว่างหรือหลังจากอ่านหนังสือทำการบ้านเสร็จ(เป็นวิธีที่ช่วยผ่อนคลายได้ดีวิธีหนึ่ง) ผ่านมาหนึ่งปีก็เป่าได้ประมาณสามสี่เพลง(บางท่อนก็เพี้ยนแต่ก็สนุกดี) เคยเป่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนก็บอกว่าพอใช้ได้ซึ่งอันนี้ไม่แน่ใจเท่าไหร่แต่ว่าเพื่อนบอกว่าใช้ได้มันก็น่าจะโอเคพอฟังได้ แต่ก็มีบางครั้งที่เพื่อนบอกว่าฟังแล้วมันแปลกๆเสียงเพี้ยน และตนเองจะนำมาแก้ไขต่อไป ซึ่งจากการฝึกเล่นดนตรีนี้ก็ทำให้รู้ว่า ในการเรียนหากขาดการทบทวน ความรู้ก็จะค่อยๆหายไปเหมือนดนตรีที่ขาดการฝึกซ้อม และเราควรใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
เอกสารอ้างอิง
http://www.youtube.com/watch?v=JNNAxjJyA-8
http://santikacub.blogspot.com/2009/09/blog-post.html
http://krupeak.igetweb.com/index.php?mo=3&art=222364
http://www.sahavicha.com/?name=webboard&file=read&id=577
http://www.youtube.com/watch?v=j8Th7HJhleY
http://www.youtube.com/watch?v=hmd-tFUub7M&feature=related
วันเดือนปีที่บันทึก 22/ส.ค./2553
วันเดือนปีที่ปรับปรุง 24/ส.ค./2553
ว้าวๆ เล่นเพราะจัง เราก็เคยเล่นนะ แต่มันนานมากแล้ว ตั้งแต่อยู่ตอน ป.6 นู้น - -*
เปล่าขลุ่ยได้ก็จะเปล่าแซกโซโฟนได้ ดีมากที่สนใจดนตรี "ชนใดไม่มีดนตรีกาล..."
ไพเราะเพราะพริ้งมากจริงงงงงงงงงงงงง ๆ
ฟังแล้วเคลิ้มโดยเฉพาะเพลงพระราชนิพนธ์ครับ
เป็นประสบการณ์ด้านดนตรีที่ดีและมีค่ามากเลยนะครับ เพื่อนปุ๋ย
จากที่ผมได้ฟังมา..
คลิปที่สองที่เป่านี้คือ เพลง My heart will go on ครับ จากละคร Titanic ครับผม
ผมขอแย้งนิดนึงนะครับ จากที่ผมอ่านมา ในช่วงย่อหน้าแรกผมเห็นคุณเขียนว่า " ตอนนั้นดูหนังฝรั่ง ซึ่งตัวละครในเรื่องเป่าขลุ่ยรีคอร์เดอร์ " หากละครที่คุณกล่าว.. คุณหมายถึงเรื่อง Titanic ผมก็ขอแย้งนิดนึงนะครับ ว่าเขาใช้ Flute เป่า.. (https://youtu.be/9i2dbxC5GHs?list=RD9i2dbxC5GHs)
ซึ่งแม้ระหว่าง Flute กับ Recorder นั้น จะเป็นเครื่องเป่าลมไม้เหมือนกัน หรือมีเสียงที่คล้ายกันมากอย่างไร ก็ถูกจัดอยู่คนละประเภทกันอยู่ดี.. โดยส่วนตัวผมที่เป่า Flute และ Recorder อยู่เหมือนกันนั้น ผมมีวิธีการแยกเสียงระหว่างเครื่องดนตรี 2 ชนิดนี้โดยการ " ฟังเสียง "
โดยเสียงของ Flute นั้นจะนุ่มนวลและสามารถไล่สเกลได้เพราะมากกว่า Recorder ครับ ในขณะที่ Recorder จะมีเสียงที่ค่อนข้างแข็ง หรือแข็งมาก(ขึ้นอยู่กับรุ่นของRecorder และคนเป่าเอง.. ว่าการผ่อนลมเก่งไหม หรือการไล่สเกลเป็นอย่างไร)
โดยรวมแล้ว.. ที่คุณเป่ามานี้ ผมคิดว่าเพราะดีครับผม เหลืออยู่ที่บางท่อนอาจปล่อยว่างไว้นานไปทำให้เพลงไม่ต่อเนื่องกัน ส่วนเรื่องของการไล่สเกลถือว่าดีแล้วครับผม ถือเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้ฝึกดนตรีมาเป็นเวลานาน (สเกลของคุณดี ผมจึงเชื่อว่าคุณฝึกมาหนึ่งปี)
อ่อ.. เกือบลืมบอกไปครับผม คำว่า Flauta นั้น หมายถึง "เครื่องเป่าลมไม้" การที่ Flute กับ Recorder เป็นเครื่องเป่าลมไม้(flauta)เหมือนกัน แต่ถูกจัดให้อยู่คนละประเภทกันนั้น.. สิ่งนี้อาจทำให้คุณสงสัยได้ว่าเป็นเพราะอะไร คำตอบคือ.. " วิธีการเป่าครับ " การเป่าจากส่วนปลายของ Recorder นั้น จะให้เสียงที่แข็ง ซึ่งทำให้ยากต่อควบคุมเสียง ส่วน Flute จะเป่าจากทางด้านข้าง ซึ่งให้เสียงที่นุ่มนวล ลุ่มลึกมากกว่า ซึ่งมีการพัฒนาจากในอดีตโดยมีการสร้างลิ่มกดสำหรับคีย์ต่างๆขึ้นมาด้วย
ปล. วิธีการที่คุณศึกษา.. คลิปที่คุณศึกษามา โน้ตที่คุณใช้เป่า คุณใช้ถูกแล้วครับผม คุณมาถูกทางแล้ว ผมขอให้คุณสู้ต่อไปนะครับ คุณกับผมเราเหมือนกันที่ เรากลับมาสนใจใน Recorder ตอนม.6 เหมือนกัน เพราะละครเรื่อง Titanic เหมือนกัน ซึ่งไม่นานมานี้ผมก็เพิ่งฝึก Flute เพลง My Heart will go on นี้ได้ " ผมอยากเป็นกำลังใจให้คุณสู้และทำทำให้สิ่งที่คุณรักต่อไป " จงฝึกอย่างนั้นเสมอ.. แล้วคุณจะได้มายืนแบบผม ยืนอยู่ในจุดๆหนึ่ง จุดที่ตัวเราเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของธรรมชาติ เข้าถึงความหมายของการมีชีวิตอยู่ และความเป็นไปของโลกใบนี้.. สู้ๆครับ ผมเป็นกำลังใจให้เสมอ ^^
หากต้องการติดต่อปรึกษาปัญหาในการฝึกใดๆ ติดต่อผมได้ตามที่อยู่นี้นะครับ https://www.facebook.com/can.freedom.7