สวนส้มโออินทรีย์ของครูสมทรง
ประทับใจในแนวคิดในการพึ่งพาตัวเอง การทำเกษตรแบบยั่งยืน และผลงานการทำสวนส้มโออินทรีย์ที่ประสบความสำเร็จและท่านยังได้สร้างชุมชนให้เข้มแข็งพึ่งพาตัวเองได้ การทำสวนของครูสมทรงจะเป็นแบบใช้ธรรมชาติ ควบคุมกันเองทำให้เกิดสมดุลโดยไม่ต้องใช้สารเคมี ภายในสวนมีการปลูกพืชโตเร็วอย่างทองหลางเพื่อให้ร่มเงากับส้มช่วงที่ต้นยังเล็กและรากทองหลางช่วยให้เกิดช่องว่างในดินทำให้การระบายอากาศดีเนื่องจากดินเป็นดินเหนียว การมีร่องน้ำในสวนใช้สำหรับให้น้ำและระบายน้ำ นอกจากนั้นยังเป็นที่อยู่ของปลา กบ เขียด ซึ่งปลาจะช่วยกินแมลงที่ตกลงน้ำ(เป็นกองทัพเรือ) กบ เขียด ช่วยกินแมลงในสวน(กองทัพบก) บนต้นไม้ก็มีมดแดงช่วยกินเพลี้ยอ่อน มีแมงมุมช่วยจับแมลงบิน(กองทัพอากาศ) มีการตัดแต่งกิ่งเพื่อการระบายอากาศและกิ่งแก่ออก และถางหญ้าเพื่อไม่ให้แย่งอาหารส้มโอ หลังจากตัดแต่งกิ่งส้ม ถางหญ้าก็จะกองไว้เป็นปุ๋ยหมัก การทำส้มโอหวานโดยการใส่ขี้แดดนาเกลือทำให้ไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมี เป็นการทำแบบครบวงจรที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เนื่องจากเกษตรกรรวมกลุ่มกันได้ทำให้มีอำนาจในการต่อรองเรื่องราคา การทำสวนส้มโอยังทำให้เกิดงานขึ้นหลายอย่าง เช่นการทำถ่านผลไม้ การทำผลไม้กับชาติ การท่องเที่ยว ชุมชนก็มีรายได้อยู่กันแบบมีความสุข หลักการที่ทำให้ประสบความสำเร็จของชุมชนที่นี่คือ คุณภาพ คุณธรรม คุณประโยชน์ โดย คุณภาพ หมายถึง การเก็บผลผลิตตามกำหนด คือ ออกดอกถึงเก็บเกี่ยวได้ใช้เวลา 8 เดือน ซึ่งจะได้ส้มโอรสชาติดี ทำให้ผู้บริโภคติดใจ คุณธรรม คือ ส้มโอที่ออกจากกลุ่มจะมีสติ๊กเกอร์ติดทุกลูกถ้าผู้บริโภคซื้อไปแล้วกินไม่ได้ไม่ว่าจะนานแค่ไหนถ้าจำได้ขอให้มาบอกยินดีคืนเงินหรือให้ลูกใหม่ทันที ส่วนคุณประโยชน์ คือ เราจะไม่ใช้สารพิษเลย จะใช้แต่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ที่ทำกันเอง เพราะตนเน้นว่าเกษตรกรกลุ่มเราจะต้องลดต้นทุนและรักษาสิ่งแวดล้อม รวมถึงความปลอดภัยของผู้ผลิตและผู้บริโภค ที่สำคัญคือความยั่งยืนของภาคการเกษตร นับได้ว่าครูสมทรงท่านเป็นคนดีและคนเก่ง ที่น่ายกย่องจริงๆ
งานวิจัยที่น่าทำเพื่อต่อยอด ได้แก่ ผลกระทบเรื่องการตกค้างของเกลือหรือธาตุอาหารที่เกิดจากขี้แดดนาเกลือเนื่องจากมีการใส่ในดินทุกปี การเก็บรักษาส้มโอไว้ให้นาน การป้องกันการเกิดโรคระบาดเนื่องจากมีการปลูกส้มโอเพียงพันธุ์เดียวถ้าเกิดโรคระบาดจะติดต่ออย่างรวดเร็ว และการปรับปรุงพันธุ์