ช่วงเช้า
...เมื่อวาน หลังขับรถส่งลูกสาวแล้วก็ส่งภรรยาต่อ ก่อนถึงแยกบางนาก็จะเปิดสัญญาณไฟจะเข้าซ้าย รถข้างหน้าไม่ขยับ เลยไปไม่ได้ แต่รถที่ตามหลังมากลับเปิดไฟสูงไล่
" ไล่ทำไมวะ ก็มันไปไม่ได้ ไอ้ ห่..." ใจเริ่มร้อนสั่น พร้อมขยับพวงมาลัยจะขับหนี
" ช่างเขาสิ .." แฟนเตือน
เออ ใช่สิ ช่างเขาปะไร เราจะเดือดร้อนทำไม เขารีบเดี๋ยวก็แซงเราไปเอง เราจะทำใจให้ร้อนรุ่มและคิดไม่ดีกับเขาเพื่ออะไร ผมคิด
...ใจก็กลับมาเป็นปกติ แล้วรถคันนั้นก็ปาดแซงไปด้วยความเร็ว ขอให้โชคดีนะ
ผมรู้สึกดีใจที่สามารถควบคุมใจได้เร็วขึ้น ไม่ปล่อยไปตามอารมณ์ที่มากระทบ
ช่วงสาย
..."พี่ย้ายมาอยู่เฟสสองสบายนะ แค่ดูน้ำหนักน้ำยา..." มีคนทัก
...ผมตอบไปแบบเออๆออๆ แต่ใจคิดไปไกลกว่านั้น ว่าเขามาดูถูกตัวเองที่ทำงานที่ไม่มีความสำคัญและง่ายๆ ไม่สมกับที่คาดไว้
...เดินตามเขาไปและคิดตามไปด้วยว่าจะอธิบายให้เขารู้ว่า งานมีความสำคัญยังไง แล้วอธิบายอย่างยืดยาว แต่รู้สึกตัวอยู่ว่า ใจมันคิดอย่างอะไรอยู่
...หลังอธิบายได้สักพักเลยหยุดและดึงใจกลับมา ช่างเขาปะไร เราทำดีเขาก็จะรู้เองแหล่ะ ไม่เห็นต้องบอกใครเขา
...อ้าว แล้วเราจะต้องไปอวดใครเขาทำไม เรื่องงาน มันเรื่องสมมติ ทั้งนั้น หยุดพูด นิ่งและสังเกตุดูใจตัวเอง
...ใจเย็นลงเมื่อเรารู้ทัน วางเฉย สังเกตุมัน
มันดีใจที่เริ่มเฝ้าสังเกตุจิตของตัวเองได้เร็วขึ้น
สวัสดีครับ จิตใจคุณรู้ทันตัวคุณเองดีมาก คนที่นั่งมาข้าง ๆ คุณก็ใจดีครับ เพราะคอยเตือนคุณอยู่ด้วยตลอด การทำงานมันไม่แน่นอนครับ เพื่อนผมคนหนึ่ง เรียนจบไปเป็นตำรวจ วันหนึ่งผมได้รับอนุญาตให้เข้าไปเยี่ยมชมคุก ผมเห็นเขาคลับคล้ายคลับคลาจึงขออนุญาตผู้คุมเข้าไปหา จึงมทราบว่าเขาทำผิด ถูกออกจากตำรวจ ถัดจากนั้นอีก 12 ปี ผมไปทำหน้าที่นิเทศน์โรงเรียน ก็ไปพบเพื่อนคนเดิมอีกครั้ง เขาออกจากคุกมาสอบได้เป็นนักการภารโรงครับ ฉะนั้นคำกล่าวในข้อบันทึกของคุณเป็นความคิดที่ถูกต้องครับที่ว่า "แล้วเราจะต้องไปอวดใครเขาทำไม เรื่องงาน มันเรื่องสมมติ ทั้งนั้น หยุดพูด นิ่งและสังเกตดูใจตัวเอง
...ใจเย็นลงเมื่อเรารู้ทัน วางเฉย สังเกตุมัน
มันดีใจที่เริ่มเฝ้าสังเกตจิตของตัวเองได้เร็วขึ้น"
ขอบคุณที่แบ่งปันครับ
...ขอบคุณ คุณ ธนา ครับ ที่แวะมาเยี่ยมบันทึก
...การติดตามจิตของตัวเองมันยากมากครับ บางครั้งกว่าจะตามทันก็เกิดความโกรธ ความโลภและ หลงไปเสียแล้ว แต่ก็ต้องดึงกลับมาให้ได้ครับ