ลูกสาวเพิ่งกลับมาจากสงขลา ไปเยี่ยมเด็กนักศึกษาที่ได้รับทุนจากมูลนิธิพูนพลัง    ผมถามข่าวคราวว่าเด็กๆ เป็นอย่างไรบ้าง   เธอบอกอย่างหงุดหงิดว่า เด็กๆ โดนอาจารย์ดูถูกในความเป็นเด็กมุสลิม   และดูถูกว่าเรียนไม่เก่ง   ดูเธอจะเดือดเนื้อร้อนใจไปกับเด็ก เหมือนกับว่าเป็นน้องหรือลูกของเธอเอง  

 

          ทำให้ผมมองว่า นี่คือสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าการให้ทุนที่เป็นเงิน    มูลนิธิพูนพลังให้ความรักความเอาใจใส่ และให้เกียรติในฐานะเพื่อนมนุษย์ แม้เขาจะเกิดมาจน และเกิดในต่างศาสนา    การให้เหล่านี้ผ่านเลขา ผ่านคุณสมบัติส่วนตัวของเลขา    

 

          ผมโชคดีที่เกิดมาเป็นลูกคนบ้านนอก ที่เป็นคนชั้นกลางของบ้านนอก   ทำให้ได้เติบโตมากับความยากลำบากพอสมควร    ได้ลิ้มรสของชีวิตคนธรรมดาบ้านนอก   ที่โดนดูถูกเหยียดหยามในความเป็นบ้านนอก และเป็น “ลูกเจ๊ก”   ที่แม่ของผมจะพร่ำสอนในกิริยามารยาทอย่าให้คนเขาดูถูกได้   แต่ก็ไม่วายนะครับ เพราะผมมันเป็นเด็กหัวดื้อ

 

          การถูกดูถูกบ้างทำให้คนเรามุมานะ  แต่ถ้าโดนมากๆ บ่อยๆ ผมว่าเด็กๆ ก็แย่เหมือนกัน   ดังนั้น การที่เลขาถึงกับไปเยี่ยม ไปถามข่าวคราวทุกข์สุขในชีวิตและในการเรียน   โดยไปนอนกับเด็กที่หอพักที่เขาหุ้นกันเช่า ๓ คน   แล้วเลขาไปพักด้วยเป็นคนที่ ๔   แสดงอะไรหลายอย่างให้เด็กๆ เห็น สำหรับเป็นกำลังใจให้เด็กๆ ต่อสู้ฟันฝ่าชีวิตและการเรียน  

 

          การให้คุณค่าของความเป็นมนุษย์ ให้ความสัมพันธ์ที่เท่าเทียมกัน เป็นสิ่งที่ประเสริฐสุด   ที่เราให้แก่กันและกันได้   โดยไม่ต้องเป็นคนร่ำรวยก็ให้ได้

 

 

วิจารณ์ พานิช
๒๖ ก.ค. ๕๓