และแล้ว..เวลา..ผันผ่าน....

...ร้อยวัน....(ยายธีคิดถึงตา..ไม่ทันไรตาคนข้างกายยายธี..ไปแล้วไปลับไม่กลับมา)...และอีกหน่อยก็คงเป็นพันปี...(คงไม่มีใครมานั่งนับเวลาให้อีกต่อไป..แน่นอนวันนั้นก็คงไม่มียายธีเช่นกัน)...และแล้วเวลา..ผันผ่าน...ในธรรมชาติก็ยังคงอยู่ซึ่งความเป็นอนิจจังอยู่ชั่วกัลปวสาน...

..ตายและเกิด..เป็นสองสิ่งที่มีคู่อยู่ในธรรมชาติ..เหมือนเพศสองเพศเช่นกัน..ผู้และเมีย...แม้แต่..ต้นไม้ก็เช่นกัน...หากขาดทั้งสองสิ่งนี้แล้ว...โลกเราคงทุกข์ทรภาพสิ้นดี(ยายธีแอบคิด..อ้ะๆๆ)

..เราสองคนตายาย..ได้ใช้เวลาที่มี..เหลือก่อนตาย..(ลองคิดปลูกต้นไม้แบบไม่หวังผล..วันเวลาที่ผันผ่าน..เกือบยี่สิบปี..)...คนที่ช่วยสานความคิดช่วยกันประติดประต่อ..ไม่มีทุน..ก็ช่วยลงแรง..ดูแล..หยอดน้ำ..ต้นไม้เหล่านั้น....และแล้ว..เวลาที่ผันผ่าน...บนแผ่นดินที่เคยถูกกระทำย่ำยีด้วยการปลูกพืชเชิงเดี่ยว..ก็ได้ค่อยๆคืนกลับสู่สภาพที่เรียกว่า "ป่าใหม่" (ในความรู้สึกของยายธี)...แม้มันจะเป็นเพียงจุดเล็กๆของชีวิตแรกเกิดของต้นไม้ต่างชนิด..เหล่านั้น..และผู้ช่วยสานความคิด..ก็ตายกันไปแล้วหลายคน..เช่น..พ่อและแม่ตาข้างกาย(ของยายธี)..หรือแม้แต่คนที่มาช่วยปลูกเช่นชาวกระเหรี่ยงและชาวพม่าพลัดถิ่น..(นั่นเป็นบุญคุณอันล้นพ้น..สำหรับกำเนิดของป่าเล็กๆแห่งนี้)...อะไรที่ได้เห็นทันตา..คือ..ร่มไม้ใบบัง..ความร่มเย็นที่เกิดขึ้น..ชาวบ้านบางคนใช้เป็นที่เดินลัดหลบความร้อน..นกกามีที่อยู่อาศัยตามยอดไม้..กระรอกกระแต..กบเขียด..มดปลวก..ผึ้ง.ต่อแตน..แมลงนานาชนิด...แม้แต่ต้นไม้ใบสวย..โตขึ้นกลายเป็นเถาวัลย์กระไดลิงให้เห็น..(ดีใจที่ได้เห็น..ทันตา..ก่อนตายเจ้าค่ะ)...

ร้อยวันที่กำลังจะผ่านไป...และจะก้าวไปเป็นพันๆปี...(ยายธีแอบคิดเล่นๆว่าต้นไม้ที่ปลูกไว้..เวลานี้บางต้นก็เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ สามสิบเซนต์ขึ้นไป..จะมีโอกาศอยู่รอดคงความเป็นธรรมชาติแห่งตน..โดยไม่ถูกเบียดเบียนไหมหนอ..ต้นไม้พูดไม่ได้เดินหนีไม่เป็น..อ้ะะๆๆ...).."มาช่วยกันคิดเล่นๆกันหน่อยว่าจะช่วยต้นไม้เหล่านี้อย่างไรดี..กับเวลาที่..จะผันผ่านไป.." www.glangdin.spaces.live.com