เมื่อวานผมขับรถออกจากบ้านตั้งแต่ 5.20 น. บึ่งมาด้วยความเร็วพอประมาณ ระยะทาง 70 กม. จากบ้านทีไชยา  ถึงประตูทางเข้ามรภ.สุราษฎร์ธานีตอนหกโมงตรงพอดีครับ จากนั้นก็นั่งรถตู้ของมหาวิทยาลัยเดินทางต่อเพื่อไปสอนที่กระบี่เป็นวันแรก

       เสร็จภารกิจก็นั่งหลับตื่นๆมาในรถ เพราะคืนก่อนตื่นตั้งแต่ตีสองกว่าๆ  มาถึงมรภ.ประมาณ 17.30 น. สหายสุดซี้ “อ.ชัยรัตน์ กันตะวงษ์” รออยู่แล้วที่ใกล้ๆตึกบัณฑิตวิทยาลัย กำลังตั้งหน้าตั้งตาเก็บลูกยางพาราที่หล่นกระจายอยู่ทั่วบริเวณแถวนั้น ผมจอดรถลงไปหา  ช่วยเก็บลูกยางให้สองสามเม็ด ขณะนั้นรู้สึกหิวค่อนข้างมาก เพื่อนก็ถามตรงใจพอดีเลยว่า “หิวมั้ย” เราก็ตอบสวนทันทีว่า “หิวมาก เพราะกลางวันที่กระบี่ทานข้าวมานิดเดียว” แต่แทนที่เขาจะพูดต่อว่าไปกินอะไรที่ไหนกันดี กลับบอกว่า “งั้นกินนี่ไปก่อนก็แล้วกัน” พลางชี้ไปที่ไม้พุ่มที่อยู่เบื้องหน้าเราสองคน

       แทบไม่เชื่อตาตัวเองครับ ต้นเม่า หรือหมากเม่าที่เราเคยเห็นในป่า และเพิ่งเสาะหามาปลูกไว้ 1 ต้นที่หน้าบ้านนั้น กลายมาเป็นไม้พุ่มที่เขาตัดแต่งเป็นทรงกลม สวยงาม ไม่คาดคิดเลยว่าจะเป็นต้นไม้ป่าดังกล่าว ที่สำคัญเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆปรากฏว่ามีลูกสุกอยู่เต็มต้น จึงเก็บมาลองกินเล่นเพื่อรำลึกความหลังเมื่อครั้งเป็นเด็กที่เคยกินผลไม้ชนิดนี้ ตอนเข้าป่าเพราะหาได้ง่าย พบเห็นอยู่ทั่วไป

     แรกๆก็กินเล่นสนุกๆครับ แต่พอลองมากๆเข้า รสชาติชักถูกปากถูกใจ มีหวานอมเปรี้ยว แถวยังเคี้ยวเม็ดกลืนได้อีก และทางเจ้าภาพยังช่วยเก็บเพิ่มมาเติมใส่ฝ่ามือผมเป็นระยะ ทำอยู่นานสองนาน ในที่สุด ที่ว่ากินเล่นๆก็กลายเป็นจริงจังมากขึ้นและทำให้ลดความหิวไปได้มากทีเดียว ไม่น่าเชื่อครับสำหรับผลไม้มื้อเย็นเมื่อวานนี้

      นี่ครับ หลักฐาน

                      

                                        ลูกเม่า ผลไม้ประทังหิวเมื่อวานนี้

  ดูข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง ลูกเม่า มะเม่า หรือ หมากเม่า ได้ที่ ..