เสียงจาก‘ท่าศาลา’ถึงท่าเรือ‘เชฟรอน’ เผื่อชายหาดให้เราได้หากินด้วยเถอะ
โดย มานะ ช่วยชู ประชาไท วันที่ 4/05/2008
ที่มา http://www.ftawatch.org/news/view.php?id=13689
สาเหตุการกัดเซาะเกิดจากการก่อสร้างรอดักทราย
การกัดเซาะรุนแรงตลอดแนวตำบลขนาบนาก อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช
เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2551 ที่ผ่านมา บริษัท เชฟรอน ประเทศไทย สำรวจและผลิต จำกัด ได้จัดประชุมครั้งที่ 2 เพื่อขอรับฟังความเห็นโครงการก่อสร้างฐานสนับสนุนการปฏิบัติการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในอ่าวไทย ณ ศาลาประชาคมบ้านบางสาร ตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช การประชุมครั้งนี้เน้นประเด็นเกี่ยวกับแบบก่อสร้าง และประเด็นการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
ในการประชุมบริษัทฯ ได้นำเสนอแบบก่อสร้างเบื้องต้น ซึ่งประกอบด้วยอาคารสำนักงาน โรงเก็บวัสดุ อุปกรณ์ เคมีภัณฑ์ ขยะ ลานเก็บกองวัสดุ ลานจอดรถ และที่สำคัญแบบก่อสร้างท่าเรือ และเขื่อนกันคลื่น
สำหรับท่าเรือ มีบริเวณความยาวที่ติดชายหาด 1,069 เมตร ความยาวหน้าท่า 300 เมตร เขื่อนกันคลื่นด้านเหนือ ยาว 883 เมตร ยื่นออกจากแนวชายหาดประมาณ 531 เมตร เขื่อนกันคลื่นด้านใต้ ยาว 223 เมตร
คาดว่า ผลกระทบสำคัญจากก่อสร้างดังกล่าว จะทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณด้านเหนือของท่าเรือ เนื่องจากแนวกันคลื่นจะกีดขวางการเคลื่อนตัวของทรายโดยธรรมชาติ ซึ่งเคลื่อนจากทิศใต้ไปทิศเหนือ ทำให้ด้านทิศเหนือไม่มีทรายไปทับถมจึงถูกน้ำทะเลกัดเซาะอย่างรุนแรง เช่นที่เกิดขึ้นที่อำเภอหัวไทรและปากพนัง
นอกจากนี้ด้านทิศใต้ จะทำให้เกิดการทับถมของทรายมากขึ้นบริเวณปากน้ำคลองกลายด้วย
ประเด็นผลกระทบอีกประการหนึ่ง คือ กระทบต่อที่ทำกินของชาวประมงพื้นบ้าน เนื่องจากพื้นที่ที่จะก่อสร้างท่าเรือทั้งหมด ประมาณ 1,000 เมตร ยาว (ตามแนวชายหาด) * 500 เมตร (ส่วนที่ยื่นไปในทะเล) รวม 5,00,000 ตารางเมตร หรือ เท่ากับ 312.5 ไร่
บริเวณนี้เป็นบริเวณติดกับปากแม่น้ำกลาย ด้านทิศเหนือ เป็นบริเวณที่มีสัตว์น้ำอุดมสมบูรณ์ เนื่องจากเป็นบริเวณสันดอนจากแม่น้ำ ที่หากินของชาวประมงพื้นบ้านมาแต่ครั้งบรรพบุรุษ เลี้ยงลูกหลานสืบทอดต่อกันมา ปัจจุบันการหากินก็ฝืดเคืองกว่าแต่ก่อนอยู่แล้ว หากที่ทำกินต้องลดลงไปอีก ก็อาจจะต้องเลิกอาชีพประมงก็เป็นไปได้
นอกจากพื้นที่ทำกินที่สมบูรณ์ต้องลดไปแล้ว การขุดลอกร่องน้ำที่ต้องมีการขุดลอกเกือบตลอดเวลา เพื่อให้ลึกพอที่เรือจะวิ่งเข้าออกไป อาจมีผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ เนื่องจากฝุ่นและตะกอนจากการขุดลอก รวมทั้งเรือ ที่จะวิ่งเข้าออกประมาณ 54 ลำต่อสัปดาห์ อาจรบกวนที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำ
ยังไม่รวมถึงโอกาสการปนเปื้อนของน้ำมันและสารเคมีต่างๆ จากการเดินเรืออีกด้วย จึงนับว่าเป็นผลกระทบที่สำคัญต่อจำนวนสัตว์น้ำ ซึ่งบริเวณนี้ยังเป็นแหล่ง “เคย (กะปิ)” ซึ่งเป็นสินค้าที่ขึ้นชื่อของตำบลกลายอีกด้วย
การสูญเสียพื้นที่สาธารณะบริเวณชายหาด ทัศนียภาพ และทางสาธารณะ เนื่องจากการสร้างท่าเรือ จึงต้องใช้พื้นที่ชายหาด ประมาณ 1 กิโลเมตร จึงอาจจะทำให้ชาวบ้านไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัย และป้องกันความวุ่นวายจากบุคคลภายนอก ซึ่งรวมทั้งถนนสาธารณะที่เรียบชายฝั่งทะเลอีกหนึ่งสาย ซึ่งอยู่ในบริเวณที่ดินของบริษัทด้วย
จึงนับเป็นต้นทุนที่สูงมากของคนไทยทุกคนหรือของประเทศชาติ ที่เหมือนการยกที่ดินสาธารณะของบรรพบุรุษให้กับบริษัทต่างชาติ
ที่กล่าวมาทั้งหมดไม่ได้มีเจตนาคัดค้าน เพียงแต่ให้ความร่วมมือกับบริษัทในการให้ข้อคิดเห็นตามที่บริษัทต้องการ
สวัสดีค่ะ ศูนย์ข่าวพลเมือง มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม
แล้วมีการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพ(HIA)ไหมคะ ?
กำลังดำเนินการอยู่นะครับ