มาตรา ๕๗ แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ บัญญัติว่า “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (๑) ตรวจสอบและรายงานการกระทำหรือการละเลยการกระทำ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือไม่เป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นภาคีและเสนอมาตรการการแก้ไขที่เหมาะสมต่อบุคคลหรือหน่วยงานที่กระทำหรือละเลยการกระทำดังกล่าวเพื่อดำเนินการ ในกรณีที่ปรากฏว่าไม่มีการดำเนินการตามที่เสนอ ให้รายงานต่อรัฐสภาเพื่อดำเนินการต่อไป (๒) เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่เห็นชอบตามที่มีผู้ร้องเรียนว่าบทบัญญัติแห่งกฎหมายใดกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ (๓) เสนอเรื่องพร้อมด้วยความเห็นต่อศาลปกครอง ในกรณีที่เห็นชอบตามที่มีผู้ร้องเรียนว่ากฎ คำสั่ง หรือการกระทำอื่นใดในทางปกครองกระทบต่อสิทธิมนุษยชนและมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (๔) ฟ้องคดีต่อศาลยุติธรรมแทนผู้เสียหาย เมื่อได้รับการร้องขอจากผู้เสียหายและเป็นกรณีที่เห็นสมควรเพื่อแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นส่วนรวม ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ (๕) เสนอแนะนโยบายและข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย และกฎ ต่อรัฐสภาหรือคณะรัฐมนตรีเพื่อส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน (๖) ส่งเสริมการศึกษา การวิจัย และการเผยแพร่ความรู้ด้านสิทธิมนุษยชน (๗) ส่งเสริมความร่วมมือและการประสานงานระหว่างหน่วยราชการ องค์การเอกชน และองค์การอื่นในด้านสิทธิมนุษยชน (๘) จัดทำรายงานประจำปีเพื่อประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนภายในประเทศและเสนอต่อรัฐสภา และ (๙) อำนาจหน้าที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ”
ในประการแรก อ.แหววรับปากคุณหมอนิรันดร์ พิทักษ์วัชระที่จะมาดูงานของคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ ไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ และชนพื้นเมือง ในส่วนที่เป็นงานด้านกฎหมายและนโยบาย ซึ่งก็คือ งานตามรัฐธรรมนูญ ม.๒๕๗ (๑) ถึง (๕) และภารกิจหลัก ก็คือ เก็บงานในปีที่แล้วก่อน แล้วจึงเริ่มต้นอย่างจริงจังกับงานในปีที่สอง งานปีแรกที่จะสรุปมีอยู่ ๔ เรื่อง (๑) งานคนแม่อาย ๑๙ ถูกระงับความเคลื่อนไหวทางทะเบียนราษฎร (๒) งานขจัดความไร้รัฐให้คนซาไก/มานิก (๓) งานรับรองสิทธิในสัญชาติไทยของบุตรของบุพการีสัญชาติไทย และ (๔) งานสำรวจปัญหาสิทธิด้านสุขภาพของคนที่มีปัญหาสถานะบุคคล
ในประการที่สอง คุณหมอนิรันดร์มอบ อ.แหวว ดูแลในเรื่อง “วิธีการทำงาน” สำหรับอนุกรรมการที่จะมาทำงานด้านกฎหมายดังว่า และมีอนุกรรมการที่อาสาจะมาช่วยกันในการทำงานด้านนี้ ๗ คน กล่าวคือ (๑) "พี่ต๋อย" อ.วีรวัฒน์ ตันปิชาติ (๒) "ครูแดง ท่านเตือนใจ ดีเทศน์ (๓) อ.วีนัส สีสุล (๔) "อ.ด๋าว" ดรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล และ (๕) "อ.ไหม" อ.กิติวรญา รัตนมณี
ดังนั้น บล็อกนี้จึงจะเป็นสมุดบันทึกงานที่ อ.แหวว ทำในนามของคณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้านสิทธิและสถานะบุคคลของผู้ไร้สัญชาติ ไทยพลัดถิ่น ผู้อพยพ และชนพื้นเมืองตามคำสั่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ ๓๑/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ.๒๕๕๓ และที่ ๕๙/๒๕๕๓ ลงวันที่ ๗ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๓
ท่านทั้งหลายติดตามได้ค่ะ
และ อ.แหววก็เชิญท่านอนุกรรมการและคณะทำงานที่มาเพิ่ม เริ่มแบ่งปันประสบการณ์ของเราในการทำงานด้านสิทธิมนุษยชน ภายใต้กฎหมายคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กับสังคมไทย