การทำงานแบบว่าอะไรว่าตามกัน
สภาพการทำงานในสังคมไทย ผมพบวัฒนธรรมการทำงานอยู่อย่างหนึ่ง ที่น่าจะทบทวน คือ การทำงานแบบเถรส่องบาตร
ทำงานแบบเภรส่องบาตร คือ ว่าอะไรก็ว่าตามกัน โดยไม่คิด ไม่พิจารณาว่าถูกต้องหรือไม่
มีหลายเรื่องที่เราไม่ไปแตะ ทั้งๆที่รู้ว่าไม่มีประโยชน์และมาผิดทาง แต่ก็ไม่มีใครคิดไปปรับ ไปเปลี่ยน หรือ คิดทบทวน

ผมว่าตอนนี้ มีหลายๆเรื่องที่ถ้าไม่ถึงกับใช้ไม้ซีกไปงัดไม้ซุงแล้วละก็ น่าจะมาลองทบทวนการส่องบาตรกันดูหน่อยนะครับประดาเถร

เรื่องนี้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรไปแล้วหรือเปล่าคะ
นายว่าขี้ข้าพลอยก็แลเห็นกันมากมายคะ คนทำงานประเภทลูกขุนพลอยพยักก็มีไม่น้อย
ศักดิ์ศรีของข้าราชการประจำในน้อยลงในทุกทางนะคะ ใครที่มีความคิดเชิงสร้างสรรค์หรือมีความกล้าหาญทางจริยธรรม
ย่อมดำรงคงอยู่ในระบบได้ยาก หากจะมีลูกขุนพลอยพยักคอยประสบสอพลอขัดขวางคำแนะนำเสนอสิ่งดีดีเพื่อเปลียนแปลงพัฒนาให้กับองค์กร
สังคมไทยสอนให้ทำตามๆ กันมานาน การแหวกกรอบเดิมๆ จึงยาก ใครเดินนอกกรอบก็อาจได้รับผลกระทบ แต่จำเป็นครับที่ต้องสวนกระแสในหลายครั้ง ทำนองไม้หน้าสามงัดไม้ซุงบ้าง พอไหว
* เรื่องนี้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรไปแล้วหรือเปล่าคะ นายว่าขี้ข้าพลอยก็แลเห็นกันมากมายคะ คนทำงานประเภทลูกขุนพลอยพยักก็มีไม่น้อย
(แทรกซึมเข้าไปเป็นวัฒนธรรมองค์กรไปแล้วละครับ เพราะคนประเภทนี้มักจะได้ดี)
* ศักดิ์ศรีของข้าราชการประจำในน้อยลงในทุกทางนะคะ ใครที่มีความคิดเชิงสร้างสรรค์หรือมีความกล้าหาญทางจริยธรรม ย่อมดำรงคงอยู่ในระบบได้ยาก
(ครับ คนที่เก่ง กล้า เป็นตัวของตัวเอง มักถูก "สกัดดาวรุ่ง" ครับ)
* หากจะมีลูกขุนพลอยพยักคอยประจบสอพลอขัดขวางคำแนะนำเสนอสิ่งดีดีเพื่อเปลียนแปลงพัฒนาให้กับองค์กร
(ครับ ดาวรุ่ง มักถูก ดาวเทียม ขัดขวางครับ)
ขอบคุณมากครับ
* สังคมไทยสอนให้ทำตามๆ กันมานาน
(ประมาณว่า "เดินตามหลังผู้ใหญ่หมาไม่กัด")
* การแหวกกรอบเดิมๆ จึงยาก ใครเดินนอกกรอบก็อาจได้รับผลกระทบ
(ครับ อยู่ในกรอบ ปลอดภัยสบายดี ใยต้องออกนอกกะลา)
* แต่จำเป็นครับที่ต้องสวนกระแสในหลายครั้ง ทำนองไม้หน้าสามงัดไม้ซุงบ้าง พอไหว
(ครับ ต้องช่วยกันค่อยๆขยับไม้ซุงครับ)
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ
ผมขออนุญาตเรียกท่านว่าท่านรองน่ะครับ ผมมีเรื่องขอแลกเปลี่ยนครับ
เมื่อหลายปีก่อน ผมได้นำเอาแนวความคิดการจัดศูนย์การเรียนประจำหมู่บ้านไปปรึกษากับผู้ใหญ่ในหมู่บ้าน ( ที่ทุกคนในหมู่บ้านนับถือ) ท่านหนึ่ง ท่านก็มองเห็นแต่ปัญหา และแน่ะนำไม่ให้ทำ ผมก็นำเอาคำแน่ะนำของผู้ใหญ่ท่านนั้นมาไคร่ครวญ วิเคราะห์ และตัดสินใจว่าต้องดำเนินการต่อไป จนปัจจุบันนี้ แนวความคิดศูนย์การเรียนประจำหมู่บ้านประสบความสำเร็จ เป็นแหล่งรวมศูนย์ต่าง ๆ เช่น มีศูนย์อินเตอร์เน็ต มีห้องสมุด มีศูนย์สภาเด็ก เป็นที่ประชุมของชุมชน แต่ผลที่ได้รับจากผู้ใหญ่ท่านนั้นคือ ความเฉยเมย
และไม่ได้รับความร่วมมือใด ๆ จากท่านอีกเลย ( คงเป็นเพราะ เราไม่ทำตามคำแน่ะนำท่านกะม้ง )
ลักษณะของผู้ใหญ่บ้านคนดังกล่าวที่เล่ามา พบเห็นได้ทั่วไปครับ ในระบบสังคมไทย ประมาณว่าไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง และ การเปลี่ยนแปลงต้องมาจากข้าพเจ้า ถ้ามาจากคนอื่น ข้าพเจ้าไม่ยอมรับ ประมาณนั้น
ขอบคุณครับ