อุปสรรคสำคัญที่สุดคือ วัฒนธรรมเดิมที่คุ้นเคย ที่หลงอยู่กับเป้าหมายเพื่อความราบรื่น โดยไม่รู้ตัว
 

          นี่คือเรื่องความเป็นเลิศทางวิชาการในมหาวิทยาลัย

          การสรรหาคณบดีในมหาวิทยาลัยไทย ส่วนใหญ่ดำเนินการตามระเบียบ   เพื่อความราบรื่นหรือความพอใจของสมาชิกของคณะ   ว่าอธิการบดีไม่ได้เล่นพวก เอาพวกพ้องของตนเข้ามาเป็น เพื่อค้ำบัลลังก์

          ดีขึ้นมาหน่อย ก็เพื่อให้ได้คนดีที่สุด หรือได้รับการยอมรับสูงสุด ที่มีอยู่มาเป็นผู้นำภาควิชา    ซึ่งจะทำให้ได้รับความร่วมมือ และกิจการของคณะดำเนินไปอย่างราบรื่น   ไม่เกิดความขัดแย้ง    โดยคณาจารย์ต่างก็หวังว่า คณบดีจะไม่มาทำอะไรที่ทำให้ตนเดือดร้อน  

          Scenario ทั้ง ๒ ข้างบน เป็นภาพของหน่วยงานที่ต้องการอยู่กับที่ ไม่เปลี่ยนแปลง หรืออย่างน้อยก็ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก    ต้องการเน้นความเป็นสุขจากสภาพที่คุ้นเคย  

          ภาพทั้ง ๒ นั้น ไม่ใช่ภาพที่เหมาะสมต่อมหาวิทยาลัย    เพราะมหาวิทยาลัยต้องเน้นการเปลี่ยนแปลง    ต้องทำงานโดยมุ่งสร้าง big change หรือนวัตกรรม    ดังนั้น ต้องมุ่งสรรหาผู้นำที่จะมาขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในทางวิชาการ 

          มหาวิทยาลัยใด ต้องการพัฒนาไปสู่ความเข้มแข็งทางวิชาการ ไม่ว่าแนวนานาชาติ หรือแนวรับใช้สังคมไทย   ต่างก็ต้องมุ่งสรรหาผู้นำที่จะมาขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงใหญ่ในทางวิชาการแนวนั้นๆ    จึงจะสามารถแข่งขันในท่ามกลางระบบอุดมศึกษา ที่การแข่งขันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ    และต่อไปบางมหาวิทยาลัยที่ล้าหลังจะอยู่ไม่ได้ ต้องปิดตัว

          วิธีการสรรหาคณบดีที่ใช้กันอยู่โดยทั่วไปยังไม่ใช่วิธีการที่จะได้ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง  

          หากจะให้ได้คณบดีแห่งการเปลี่ยนแปลง    ต้องเริ่มต้นที่ภาพอนาคตที่ต้องการบรรลุ   ต้องสร้างภาพนี้ให้ชัดในระดับที่สมาชิกทุกคน (หรืออย่างน้อยสมาชิกระดับนำ) ใฝ่ฝันร่วมกันอย่างแรงกล้า   แล้วจึงถามว่า คณบดีที่จะมานำกระบวนการเปลี่ยนแปลงไปสู่ภาพฝันนั้นควรมีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง    และช่วยกันรวบรวมรายชื่อจากทั้งประเทศไทย (หรือต่างประเทศด้วย)   แล้วหาทางไปเชิญชวนหรือชักชวนคนดีที่สุดมาให้ได้ 

          กฎกติกาใดที่เป็นอุปสรรค ก็ต้องแก้ไข

          อุปสรรคสำคัญที่สุดคือ วัฒนธรรมเดิมที่คุ้นเคย   ที่หลงอยู่กับเป้าหมายเพื่อความราบรื่น โดยไม่รู้ตัว
 
 
 
วิจารณ์ พานิช
๑๗ ก.ค. ๕๓