สวรรค์แห่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เมืองแห่งการเรียนรู้ พัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน คือวิสัยทัศน์จังหวัดตรัง
รัฐมนตรี ฯ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย พร้อมภรรยา ให้เกียรติมาร่วมงาน
วันอาทิตย์ ที่ 8 สิงหาคม 2553 พวกเราทีมงานกศน. ไปร่วมเป็นกรรมการตัดสิน การประกวดการหัวเราะ และการประกวด การเขียนผ้าบาติก ในงาน OTOP ทั่วไทย เทิดไท้องค์ราชินี ของดีวันแม่ " จังหวัดตรัง ตามโครงการ "ตรังสดุดีพระแม่ไทย " มีรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมตรี นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นประธานเปิดงาน
ภาพที่ชนะเลิศในการแข่งขัน
การแข่งขันเขียนลายผ้าบาติกนั้นผู้เข้าประกวดจะได้รับผ้าขนาด 2 หลา(กว้าง 45 นิ้ว ยาว 72 นิ้ว โดยให้เขียนภาพสะท้อนเนื้อหาตามวิสัยทัศน์จังหวัดตรัง "สวรรค์แห่งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เมืองแห่งการเรียนรู้ พัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน " ภาพที่ชนะการประกวดมีการสร้างสรรค์ โดยให้เวลา 2 ชั่วโมง ปรากฏว่าช่วงแข่งขันมีฝนตกทำให้ไปโดนภาพที่กำลังเขียน และที่แข่งขันไม่มีการกั้นเชือกไว้ทำให้คนที่มาเที่ยวงานเดินเข้าไปดูและบางคนทำน้ำหกราดบนเฟรมที่ผู้เข้าแข่งขันกำลังเขียนสีอยู่ แถมร้านโอท็อปตีมีดบ้านนาป้อ ก็มาสาธิตวิธีตีเหล็กอยู่ใกล้ ๆ บางครั้งก็มีประกายไฟกระเด็นเข้ามาโดนผ้าอีก แต่ทุกอย่างก็ผ่านไปได้ด้วยดี สำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินคณะกรรมการก็ดูจากความคมของเส้นเทียน ความเรียบสม่ำเสมอไม่มีการขาดปรุของเทียน ดูความรวดเร็วในการเขียน ความเรียบร้อยสวยงามในภาพรวม ความเหมาะสมในการใช้สีและการใช้ประโยชน์(เพื่อการนำไปประดับฝาผนัง )
คณะกรรมการจากหลากหลายหน่วยงานกำลังรวมคะแนน
ส่วนการแข่งขันหัวเราะนั้น มีผู้สมัครมากมายหลายคนเป็นตัวแทนจากทุกอำเภอ มีทั้งหญิงและชาย จำนวน 17 คน ทุกคนหัวเราะได้น่าสนใจหลากหลาย แต่ละคนก็มีการหัวเราะเป็นแบบเฉพาะตน บางคนเสียงดี บางคนเสียงทุ้ม บ้างคนก็เสียงแหลม แต่พอหัวเราะไปสักพักเสียงขาด ทำให้เสียคะแนน บางคนเสียงน่าฟัง เสียงดังแต่อารมณ์ไม่สนุก คือไม่ใส่อารมณ์สนกสนานไปด้วย สำหรับเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินก็ใช้เกณฑ์ประกวดนานาชาติที่พัทยา คือ ระดับเสียง ความดังของเสียง ความทนทานยาวนานของการหัวเราะ (มีเครื่องจับเวลาด้วย ) และเกณฑ์ข้อสุดท้ายคือ รูปแบบน้ำเสียงที่สนุกสนาน เข้ารอบสองคนสุดท้าย ได้ผู้หญิง 1 คน คือนางเลียบ พักตร์จันทร์ ผู้ชาย 1 คนคือนายแปลง ยังสีจันทร์
และการหัวเราะ มีผลอย่างไนต่อร่างกายเรา (จากหลักฐานที่มีการพิสูจน์แล้ว)
- ความดันโลหิตลดลง
-
ฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียดลดลง ขณะเดียวกันการทำงานของฮอร์โมนต่างๆ ก็เป็นปกติ
กระตุ้นระบบภูมิชีวิต (Immune system) ทำให้ T-celll ซึ่งเป็นทหารประจำตัว คอยกำจัดเชื้อโรคเพิ่มจำนวนขึ้น รวมถึงแอนติบอดีอื่นๆ ในร่างกายด้วย
- คลายความเจ็บปวด อารมณ์ขันทำให้ผู้ป่วยลืมความเจ็บปวด และยังกระตุ้นการสร้างเอนดอร์ฟินในร่างกาย ซึ่งเป็นฮอร์โมนระงับปวดโดยธรรมชาติอยู่แล้ว
-
กล้ามเนื้อได้ผ่อนคลาย ขณะที่คุณหัวเราะ กล้ามเนื้ออื่นๆ ที่ไม่ได้สัมพันธ์กับการหัวเราะ จะผ่อนคลาย และเมื่อ หยุดหัวเราะ กล้ามเนื้อที่สัมพันธ์กับการหัวเราะ ก็จะผ่อนคลาย เป็นการทำงานสองขั้นตอนเชียวนะ
- หายใจดีขึ้น การหัวเราะบ่อยๆ ทำให้ปอดโล่ง หายใจได้ลึกขึ้นดีมากๆ สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการหายใจ อ้างอิงจากhttp://www.ladinaclub.com/en/women-health/detail.php?HealhID=254