เรียนรู้วิธีการฝึกหัดเพลงอีแซว
จากจุดเริ่มต้นจนถึงขั้น
การแสดงอาชีพ
ตอนที่ 6 ฝึกรำประกอบการแสดงอย่างไรดี
โดย ชำเลือง มณีวงษ์ กลุ่มกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซว
เครือข่ายนันทนาการต้นแบบประเทศไทย รุ่นที่ 1
การรำที่จะอธิบายต่อไปนี้เป็นการรำโดยผู้แสดงที่เป็นลูกคู่ ทำหน้าที่ร้องรับและรำประกอบโดยยืนเรียงแถวอยู่แนวหลังผู้ร้องนำ รำด้วยท่าทางที่เหมือน ๆ กันและพร้อมเพรียงกันโดยนำเอาท่ารำในรำวงมาตรฐานมาใช้ประกอบ แต่ไม่ได้เอามาทั้งหมดเป็นเพียงใช้ท่ารำที่คล้าย ๆ กันเอามาผสมผสาน เพื่อที่จะยังคงศิลปะพื้นบ้านเอาไว้เป็นเอกลักษณ์ของชาวบ้านอยู่ด้วย
วันที่ผมเริ่มถ่ายทอดเพลงอีแซว และเพลงพื้นบ้านอื่น ๆ สู่นักเรียนที่มีความสนใจ ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2534 ในยุคนั้นวงเพลงอีแซวมืออาชีพหลายคณะในจังหวัดสุพรรณบุรี ไม่มีการจัดนักแสดงให้ยืนรำอยู่แถวหลัง จะมีก็แต่เพียงวงเพลงอีแซวคณะขวัญจิต ศรีประจันต์ จัดให้นักแสดงหญิงล้วนยืนรำประกอบการแสดงด้วยท่ายืนนิ่ง รำเคลื่อนไหวแต่เฉพาะลำตัวตั้งแต่เอวขึ้นไป อย่างมากจะเคลื่อนไหวก็แค่ไขว้ขาเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนผู้แสดงชายไม่มีการรำ
จนมาถึงปี พ.ศ. 2535-2537 วงเพลงอีแซวของโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 เริ่มออกไปแสดงในกิจกรรมต่าง ๆ บ้างแล้ว ผมจัดให้นักแสดง 4-5 คน ที่เป็นลูกคู่ร้องรับและให้ยืนรำประกอบการแสดงไปด้วย เนื่องจากการแสดงในยุคต้น ๆ ของเด็ก 5-6 8 คน เป็นการแสดงไม่นานเพียง 15-30 นาทีเท่านั้น จนมาถึงปลายปี พ.ศ. 2537 งานอนุสรณ์ดอนเจดีย์จังหวัดสุพรรณบุรี จัดให้มีการประกวดร้องเพลงอีแซวขึ้นเป็นครั้งแรก ผมเป็นผู้ดำเนินงานจัดหาวงเพลงและจัดการประกวดให้กับจังหวัดสุพรรณบุรี (ในตอนนั้นจะหาวงเพลงมาร่วมประกวดยากมาก)
ผมไปขอคำแนะนำจากพี่เกลียว เสร็จกิจ (ขวัญจิต ศรีประจันต์) ในเรื่องของการจัดผู้แสดง พี่เกลียวถามผมว่า “อาจารย์ชำเลือง เคยดูเพลงวงพี่ไหม” ผมตอบว่า “ผมตามดูวงพี่และดูมาตั้งแต่พี่เกลียวกับพี่จินต์เล่นเพลงใหม่ ๆ แล้ว และผมก็จำพัฒนาการของเพลงอีแซวสุพรรณฯ ระดับมืออาชีพได้มาก” พี่เกลียวพูดต่ออีกว่า “พี่จะให้พวกสาว ๆ ยืนรำเป็นแถวคนดูจะได้ดูความสวยงามไปด้วยนอกจากจะได้ดูได้ฟังการร้องก็ยังมีสาว ๆ ออกมาร่ายรำในท่าทางที่สวยงาม แต่พี่ไม่ให้เคลื่อนไหวมาก มันจะดูเป็นรำเซิ้งของภาคอีสานไปเสียนะ”
ผมได้แนวจากพี่สาวแนะนำก็มาดำเนินการฝึกหัดเพลงอีแซววงโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 เข้าร่วมกิจกรรมในงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์ ปี พ.ศ. 2538 และก็พัฒนาท่ารำที่เป็นเอกลักษณ์ของวง โดยผู้ที่รำประกอบจะเริ่มรำด้วยท่าทางและการเคลื่อนไหวที่ช้า ๆ ไปก่อน พอมาถึงเพลงประคารมก็จะไม่มีรำ จะรำตอดนิดตอดหน่อยตอนลงเพลง หรือไม่ก็ยืนปรบมือกันไปบ้าง สลับสับเปลี่ยนที่ยืนปรับระยะห่างให้สวยงามตลอดการแสดงโดยผู้ร้องนำกับผู้รำจะมีความสัมพันธ์ที่เป็นเอกภาพหรือเป็นกลุ่มเดียวกันตลอดการแสดง
บางท่านสอนให้เด็กรำประกอบการแสดงจนดูว่า เป็นจุดเน้นไปเสียแล้ว หรือในบางครั้งยังพบว่า คณะกรรมการที่ทำหน้าที่ตัดสินการประกวดเพลงอีแซว ให้คำแนะนำที่หลงทาง ผมเคยได้รับฟังคำแนะว่า “เด็ก ๆ ของอาจารย์เล่นดี แสดงดี แต่รำไม่พร้อมเพรียงกัน ควรไปฝึกท่ารำให้มากกว่านี้” ผมได้รับฟังแล้วมึนศีรษะมาก ไม่ทราบว่าท่านไปได้หลักการมาจากไหน แถมยังสั่งสอนผมเสียจนได้รับความรู้ใหม่ทั้งหมด นี่คือคนที่ไม่เคยอยู่บนเวทีการแสดงกับนักเพลงรุ่นครูเลย ได้แต่อ่านตำรา นำเอาความรู้จากการอ่านมาใช้ในการปฏิบัติจริงและกำลังใช้กับเจ้าของศิลปะการแสดงพื้นบ้านอย่างมั่นใจเสียด้วย ผมถามท่านไปนิดหนึ่งว่า “อาจารย์เคยเล่นเพลงอีแซวที่ไหนมาบ้างไหม” ท่านตอบผมว่า “ท่านเป็นอาจารย์ในระดับหัวหน้า....” ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับความรู้ความสามารถในการแสดงเพลงอีแซวเลยและยังมาทำหน้าที่เป็นกรรมการตัดสินด้วย เรื่องอย่างนี้ ผมได้พบกับตัวเองมามาก ในวันนั้นผมจึงบอกกับท่านอาจารย์ที่แนะนำผมกลับไปว่า ผมคือศิลปินที่แสดงเพลงอีแซวมาตั้งแต่ผมอายุ 18-50 ปี (30 กว่าปีแล้ว) และเมื่อปี พ.ศ.2525 ผมได้รับรางวัลชนะเลิศ จากการประกวดเพลงอีแซวด้นสดของจังหวัดสุพรรณบุรี ผมมีความรู้และประสบการณ์ทางการแสดงเพลงพื้นบ้านทั้งหมดตามแบบภูมิปัญญาท้องถิ่น นักเพลงรุ่นเก่า ๆ ท่านสอนผมมา ผมไม่ได้เรียนรู้จากตำรา
นักเพลงรุ่นลุง รุ่นป้า รุ่นพ่อรุ่นแม่ ท่านเป็นชาวบ้าน 100 เปอร์เซ็นต์ ชาวบ้านเขาเล่นสนุกกันเขาก็จะออกลีลาท่าทางตามความสามารถ เขาจึงเรียกว่าภูมิปัญญาท้องถิ่น เมื่อปี พ.ศ. 2546 ผมได้ดูการแสดงเพลงอีแซวของเด็ก ๆ ที่เป็นตัวแทนมาจากจังหวัดหนึ่งอยู่เหนือสุพรรณบุรีขึ้นไป เด็กกลุ่มนี้ทำหน้าทางการแสดงได้ดี เล่นเพลงเป็นวงและเล่นเป็นกลุ่ม ใครรำได้รำเอา ออกลีลาท่าทางตามความสามารถแบบดั้งเดิมกันเลย ในส่วนตัวผมประทับในมากที่ได้เห็นภาพย้อนอดีตอีกครั้ง
แต่ภาพการแสดงเพลงอีแซวของเยาวชนส่วนมากในวันนี้ มุ่งไปที่การรำจนเพลงขาดความมีเสน่ห์ และท่าทางที่ใช้ในการรำค่อนข้างเร็วดูจะเป็นหมอลำชิ่งไปเสียแล้ว ผมคงไม่สามารถที่จะหยุดยั้งการขยายผลที่ไม่ตรงทางอย่างนี้ได้ นอกเสียจากว่าผู้ที่จะเข้ามาสู่เวทีการแสดงเพลงอีแซว ได้รับการฝึกหัดมาจากต้นแบบที่เป็นนักแสดงเพลงอีแซวอาชีพตัวจริงเท่านั้น

ท่าทางและรูปแบบในการรำประกอบการแสดง มีหลายรูปแบบ ดังนี้
1. ผู้ที่ทำหน้าที่รำประกอบ ยืนรำเป็นแถวอยู่หลังนักร้องนำ รำแบบยืนนิ่ง ๆ รำแบบเคลื่อนไหว ก้าวเท้าเดินหน้า ถอยหลัง เคลื่อนไหวไปข้างซ้าย ไปข้างขวา หมุนตัว 1 รอบ และเปลี่ยนท่ารำโดยยึด 1 ลงเพลงเป็นหลัก ท่าที่ใช้ในการร่ายรำนำเอาท่าที่ใช้รำในรำวงมาตรฐาน โดยเฉพาะท่ารำที่ง่ายต่อการฝึกหัด
2. ผู้ที่เป็นลูกคู่ ยืนรวมกลุ่ม กลุ่มพ่อเพลง (ฝ่ายชาย) กลุ่มแม่เพลง (ฝ่ายหญิง) ไหวตัวเล็กน้อยไม่ยืนนิ่งและออกท่ารำเมื่อลงเพลงรำไปด้วยร้องรับไปด้วย
3. ผู้ที่ทำหน้าที่แสดงประกอบ (เป็นลูกคู่) ยืนปรบมือเป็นกลุ่ม (ไม่ควรปรบมือให้มีเสียงดังมาก) ปรบพอดัง เน้นความสวยงามในการโยกลำตัวให้ดูอ่อนไหวและเมื่อถึงตอนลงเพลงยกมือขึ้นร่ายรำในขณะเดียวกันก็ร้องรับไปด้วย
4. รำป้อ ฝ่ายชายรำเข้าหาฝ่ายหญิง เป็นคู่ ๆ ควรโชว์ทีละคู่ เมื่อฝ่ายชายรำเข้าไปหาให้ฝ่ายหญิงรำป้องและทำเอียงอายรับท่ารำแล้วปัดป้องผลักออกไปด้วย
5. นักแสดงประกอบต่างคนต่างรำตามถนัด บางคนรำบางคนปรบมือก็ได้
วงเพลงอีแซว สายเลือดสุพรรณฯ ของผมนำเอาการรำ ทำท่าทางหลาย ๆ แบบมาผสมผสานกันเพื่อที่จะไม่ให้ท่านผู้ชมต้องจำเจอยู่กับท่ารำที่ซ้ำกันแบบเดียวไปตลอดการแสดง สำหรับท่านที่ฝึกหัดการแสดงเพลงอีแซวให้กับลูกศิษย์อยู่ในยุคนี้ ควรที่จะได้หาโอกาสชมการแสดงเพลงอีแซวของนักเพลงมืออาชีพโดยเฉพาะนักแสดงรุ่นครูบ่อย ๆ เพื่อที่จะได้เห็นต้นแบบที่ถูกต้อง จะได้นำเอามาใช้ในการฝึกหัดให้กับนักเรียน โดยยึดของเก่าและประยุกต์ใหม่ตามแนวทางที่ร่วมยุคผูกสมัยไปกันได้ตามสมควรก็จะดูผสมกลมกลืนกันได้อย่างลงตัว
ติดตาม ตอนที่ 7 ฝึกพูดหรือเจรจาไขปัญหาแบบชวนหัว