ความคิดที่เอาชนะธรรมชาติ

          สมัยที่ผมยังเป็นละอ่อนอยู่ ผมมักจะเถียงกับเพื่อนผู้หญิงว่าชายกับหญิงใครจะแน่กว่ากัน ถกเถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ต่างฝ่ายต่างมีพวกและไม่เคยปรากฏผลแพ้ชนะอย่างเด็ดขาดเสียที

          ผู้ชายทำอะไรได้ ผู้หญิงก็สามารถทำได้ เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรี เป็นนักบิน เป็นตำรวจทหาร ผู้หญิงเป็นได้หมด แม้นกระทั่งการเป็นนักบินอวกาศไปเหยียบดวงจันทร์ก็ย่อมได้

         สุดท้ายเพื่อนผม ถามพวกผู้หญิงว่า แล้วพวกเธอยืนฉี่ได้อย่างพวกเราหรือเปล่าละ? เงียบ ไม่มีเสียงตอบจากผู้หญิง พวกเราชนะเพราะเขาเถียงไม่ได้ ซึ่งมันเป็นความภาคภูมิใจลึก ๆ ของพวกเราในสมัยนั้น

         แต่เมื่อถึงวันนี้ มันไม่ใช่แล้ว ผมนั่งเขียนหน้งสือในช่วงเช้า รายการโทรทัศน์ น้องกาละแม เขาเล่าว่า สมัยนี้ผู้หญิงสามารถยืนฉี่ได้แล้ว ผมตกใจมากกรากเข้าไปนั่งตาแป๋วหน้าจอทีวีทันที  น้องกาละแมเล่าว่า ปัญหาหนึ่งที่ผู้หญิงพบบ่อย คืออยากเข้าห้องน้ำแต่ห้องน้ำไม่ว่าง หรือว่างแต่ไม่สะอาดจนนั่งไม่ลง ครั้นจะไปแอบข้างต้นไม้ใหญ่ก็กลัวสัตว์ตัวเล็ก ๆ พวกทาก หรือแมลงรบกวน ถ้าจะยืนฉี่ก็เลอะเทอะแน่นอน เพราะสรีระไม่ให้

         ต่อไปนี้ปัญหานี้จะหมดไป เพราะมีการประดิษฐ์เครื่องช่วยให้ผู้หญิงยืนฉี่ได้แล้ว เป็นการคิดค้นของคนไทยนี่เอง โรงงานผลิตอยู่ที่นราธิวาส ขายแพ็คละ 25 บาท มีอยู่ 10 อัน พิธีกร นำสิ่งประดิษฐ์ที่ว่านี้มาให้ดูด้วย เป็นกระดาษครับ เขาออกแบบมาให้คล้ายกรวยกรองน้ำ น้องกาลาแม บอกว่าได้ทดลองใช้แล้วไม่มีปัญหาอะไร เสียดายผมไม่มีรูปให้ดู

          สำหรับผม ผมไม่ได้มองในแง่ของประโยชน์ที่ผู้หญิงได้รับหรอกครับ มุมที่ผมมอง คือวิธีคิดของคนไทย ที่ฉีกกฏของธรรมชาติ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกกับผู้คน มากกว่า จริงนะครับ กระบวนการคิดของคนไทย ผมเชื่อว่าหาตัวจับยากครับ

          ประเด็นที่อยากรู้มากที่สุด ก็คือ คนที่คิดได้จะใช่แม่พวกผู้หญิงที่เคยถกเถียงกับพวกผม เมื่อ 40 ปีกว่า หรือเปล่าหว่า อันนี้ไม่รู้จริง ๆ