บริหารสตูล อนุชา กลุ่ม 2
ชื่อปัญหาการวิจัยเรื่อง      

1.      การบริหารการใช้ “บ้าน วัด โรงเรียน ” เป็นฐานในการพัฒนาคุณธรรม 

จริยธรรมสำหรับนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 

 

2.  ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา

        จากกระแสสังคมโลกยุคโลกาภิวัฒน์ (Globalization) สังคมแห่งเศรษฐกิจยุคใหม่

(New Economy) เศรษฐกิจที่ตั้งอยู่บนฐานความรู้ ( Knowledgy based Economy ) ความเจริญก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (Information Technology)  เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สังคมโลกอยู่ในภาวะที่ไร้พรมแดน นำสังคมโลกสู่การจัดระเบียบใหม่ทางด้านเศรษฐกิจ สังคมการเมืองและการค้าเสรี ก่อให้เกิดโอกาสและภัยคุกคามต่อคุณภาพชีวิตของประชาคมโลกในทุกมิติ สังคมไทยในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมโลกย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ สังคมไทยจึงต้องปรับตัวเองโดยการพัฒนาคน “ยึดคนเป็นศูนย์กลางในการพัฒนา” ในทุกมิติอย่างเป็นองค์รวม ให้ความสำคัญกับการพัฒนาที่สมดุลทั้งด้านตัวคน สังคม เศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม ซึ่งหมายถึง การพัฒนาคุณภาพและสมรรถภาพและสมรรถนะของคนให้มีพื้นฐานในการคิด การเรียนรู้ และทักษะในการดำรงชีวิตสามารถเผชิญกับปัญหาเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ให้คนไทยได้รับการพัฒนาทั้งด้านสติปัญญา กระบวนการเรียนรู้ ให้ทุกคนคิดเป็นทำเป็นมีเหตุผล มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต รู้เท่าทันโลก เพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง สรุปสาระสำคัญแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 พ.ศ. 2545-2549 (2545 :2)

                การศึกษาถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ผู้ที่ได้รับการศึกษาจึงเป็นบุคคลที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศแต่ในสภาพปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัญหาและวิกฤตทางด้านคุณภาพการศึกษา

ทั้งนี้จากการรายงานผลการตรวจราชการประจำปีงบประมาณ 2542 ของผู้ตรวจราชการทั้ง 12 เขตการศึกษา สรุปว่าคุณภาพการศึกษาอยู่ในระดับต้องปรับปรุงพัฒนาเนื่องจากผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระดับชั้นต่างๆอยู่ในเกณฑ์ต่ำ โดยเฉพาะกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และภาษาไทย อีกทั้งพบว่าการเรียนการสอนส่วนใหญ่ผู้สอนยังคงมุ่งสอนตามตำราไม่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง นอกจากปัญหาด้านคุณภาพการศึกษาแล้วยังพบว่าเด็กและเยาวชนไทยมีปัญหาทางด้านคุณธรรมจริยธรรมอยู่ในขั้นวิกฤตเช่นเดียวกัน

 ข้อมูลทางตำรวจระบุว่าในช่วงเดือนมกราคม – กันยายน 2547 มีคดีเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกาย การยกพวกตีกัน มีบาดเจ็บเล็กน้อยจนถึงสาหัสและเสียชีวิตกว่า 3,000 คดี มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควร ติดสารเสพติด ดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอร์ เหล้า เบียร์ และมีค่านิยมตามกระแสตะวันตก กรมอนามัย (2546 : 3)

                พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชความตอนหนึ่ง.......ขณะนี้รู้สึกกันทั่วไปว่ามีปัญหาเยาวชนในบ้านเมืองมากขึ้นเนื่องจากสาเหตุหลายกระแส ความจริงเยาวชนมิได้ต้องการที่จะทำตัวให้ยุ่งยากแต่อย่างใด แต่โดยเหตุที่ไม่ได้รับความเอาใจใส่ดูแลเท่าที่ควรและขาดที่พึ่ง ขาดผู้ที่จะให้ความรู้ให้คำแนะนำที่ถูกต้องเหมาะสมเขาจึงกลายเป็นบุคคลที่เป็นปัญหาแก่สังคม เป็นหน้าที่ของท่านทั้งหลายผู้เป็นครูเป็นอาจารย์ เป็นผู้บริหารการศึกษาที่ต้องช่วยเหลือเขาด้วยหลักวิชาและความสามารถ ทุกคนได้เรียนวิชาการแนะแนวมาแล้ว ควรจะได้นำหลักการมาปฏิบัติ เพื่อให้เยาวชนได้รับประโยชน์อันแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแนะแนวของความประพฤติและจิตใจซึ่งสำคัญมาก ขอให้เพียรพยายามปลูกฝังความรู้ความคิดที่ปราศจากโทษให้แก่เขาโดยเสมอหน้า แนะนำอบรมด้วยเหตุผลและด้วยความจริงใจ ประกอบด้วยความเมตตาปราณี สงเคราะห์อนุเคราะห์และนำทางไปสู่ทางที่ถูกที่เจริญ เยาวชนก็จะเกิดมีความมั่นใจ และมีกำลังใจที่จะทำความดี เพื่อจักได้มีอนาคตที่มั่นคง แจ่มใสในวันหน้า.....สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ( 2546 : บทนำ ) จากปัญหาดังกล่าวเป็นเครื่องชี้ให้เห็นว่าการศึกษาไทย คุณภาพของเด็กเยาวชนไทยยังเผชิญกับวิกฤตอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถเป็นเครื่องมือให้เกิดการพัฒนาประเทศได้อย่างยั่งยืน จึงได้มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหาของชาติด้วยการปฏิรูปการศึกษา และมีแนวทางที่ชัดเจนขึ้นเมื่อมีรัฐธรรมนูญูแห่งราชอาณษจักรไทยพุทธศักราช 2540 หมวด 5 ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ  ได้กำหนดแนวทางในการจัดการศึกษาไว้ชัดเจนในมาตรา 81 รัฐต้องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม กระทรวงศึกษาธิการ (2541 : 25) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  หมวด 1 มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการ

ดำรงชีวิต สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข แนวทางการจัดการศึกษาให้เป็นไปตามมาตรา 22 มาตรา 23 มาตรา 24 (6) จัดการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาทุกสถานที่ การประสานความร่วมมือกับบิดามารดา ผู้ปกครองและบุคคลในชุมชนทุกฝ่ายเพื่อร่วมกันพัฒนาผู้เรียนตามศักยภาพ นอกจากนี้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2544 มีจุดมุ่งหมายพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข และมีความเป็นไทย กระทรวงศึกษาธิการ (2544 : 23)

                จะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญในด้านการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยได้กำหนดสาระบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2540 ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ในมาตรา 81  รัฐต้องจัดการศึกษาอบรมและสนับสนุนให้เอกชนจัดการศึกษาอบรมให้เกิดความรู้คู่คุณธรรม และในสาระบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2  พ.ศ. 2545 มาตรา 6 การจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม มีจริยธรรมและวัฒนธรรมในการดำรงชีวิต ดังได้กล่าวมาแล้ว

สภาพปัญหา 

เมื่อสิ้นปีการศึกษา 2548 ผู้รายงานและผู้เกี่ยวข้องซึ่งประกอบไปด้วย รอง

ผู้อำนวยการ   โรงเรียน  คณะครู  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการ

ที่ปรึกษา และคณะกรรมการสถานศึกษา ได้ร่วมกันประเมินผลการดำเนินงานของ

โรงเรียนทุกแผนงานพบว่า คุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน ประกอบด้วย ความมีระเบียบวินัย ความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์สุจริต การประหยัดอดออม  ความกตัญญูกตเวที ความสามัคคีมีและความเมตตากรุณาผลการดำเนินงานอยู่ในระดับที่ยังไม่พอใจ คือผลการดำเนินงานอยู่ในระดับน้อยและระดับปานกลาง ดังตาราง 1

 

 

 

 

 

 

ตาราง  1  การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน ปีการศึกษา 2548

ที่

คุณลักษณะ

X

S.D

ผลการประเมิน

1.

มีระเบียบวินัย

2.09

.92

น้อย

2.

มีความรับผิดชอบ

2.14

.73

น้อย

3.

มีความซื่อสัตย์สุจริต

3.20

.79

ปานกลาง

4.

ประหยัดอดออม

2.40

.85

น้อย

5.

ความกตัญญูกตเวที

2.30

.93

น้อย

6.

ความสามัคคี

2.41

.71

น้อย

7.

ความเมตตากรุณา

2.25

.60

น้อย

 

เกณฑ์การประเมิน    น้อยที่สุด  (1.00 – 1.49)  น้อย  (1.50 – 2.49)  ปานกลาง  (2.50 – 3.49)  

                                 มาก (3.50 – 4.49)  และ มากที่สุด  (4.50 – 50)   N = 18  คน

จากตาราง 1  ผลการดำเนินการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน ด้านความมีระเบียบวินัย   ด้านความรับผิดชอบ     ด้านการประหยัดอดออม    ความกตัญญูเวที

ความสามัคคี  และความเมตตากรุณา   อยู่ในระดับน้อย   ส่วนด้านอื่นๆอยู่ในระดับ

ปานกลาง    ทำให้เกิดปัญหาด้านการเรียนของนักเรียนไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานด้าน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์  ไม่ผ่านการประเมินการจบการศึกษาในแต่ละช่วงชั้นผู้รายงานในฐานะผู้อำนวยการสถานศึกษา

โรงเรียนอนุบาลเลย  จึงได้กำหนดแนวทางการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม  สำหรับนักเรียนขึ้น โดยใช้กระบวนการวิจัยปฏิบัติการ    ( Action Research )  ซึ่งสำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดเลย ( 2545 : 17 ) ได้นำเสนอการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้กระบวนการวิจัยเชิงปฏิบัติการไว้  4  ขั้นตอน  ดังนี้

1.  การวิเคราะห์ปัญหา และศึกษาหาสาเหตุของปัญหา

2.  สร้างรูปแบบการใช้นวัตกรรมเพื่อแก้ไขปัญหา หรือพัฒนางาน

3.  ศึกษาผลการใช้นวัตกรรม

4.  นำไปปรับปรุงพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียน แบ่งออกเป็น  3  ตอน  คือ 

ตอนที่ 1 รายงานการศึกษาวิเคราะห์ปัญหา  สาเหตุของปัญหา และแนวทางแก้ปัญหา   ตอนที่  2  ทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียน   ตอนที่  3  รายงานผลการใช้รูปแบบการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียน

วัตถุประสงค์ของการศึกษา 

1.   เพื่อสร้างรูปแบบการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียน

  1. 1.              เพื่อทดลองใช้รูปแบบการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียน
  2. 2.              เพื่อประเมินผลการใช้รูปแบบการพัฒนาคูการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียนดังนี้

ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง

ประชากร  ที่ใช้ในการศึกษา  คือ  นักเรียนช่วงชั้นที่ 2

 

2.  ขอบข่ายคุณธรรมจริยธรรม คุณธรรมจริธรรมนักเรียนยึดตามแนว คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษาโรงเรียนอนุบาลเลย  7  ด้าน  คือ  ด้านความมีระเบียบวินัย  ด้านมีความรับผิดชอบ  ด้านมีความซื่อสัตย์สุจริต  ประหยัดและอดออม ความกตัญญูกตเวที และความสามัคคี ความเมตตากรุณา

ความสำคัญในการศึกษา 

1.  ผลจากการศึกษา  ทำให้ผู้เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ทราบสาเหตุ แนวทาง

แก้ปัญหา การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน

เป็นแนวทางในการพัฒนานวัตกรรม  เพื่อพัฒนาคุณธรรมจริธรรมของ

นักเรียน

เป็นเกณฑ์สำหรับตัดสินการผ่านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนในการจบการศึกษาแต่ละช่วงชั้น

เป็นแนวทางและวิธีการประเมินคุณธรรมจริยธรรมของนักเรียน

  1. 3.              ขอบเขตของการวิจัย 

3.1          กลุ่มเป้าหมาย

กลุ่มเป้าหมาย 1 คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1

กลุ่มเป้าหมาย 2 คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1

3.2          เนื้อหาในเรื่องการบริหารการใช้ “ บ้าน วัด โรงเรียน ” เป็นฐานในการ

พัฒนาคุณธรรมจริยธรรมโดยใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมใน 7 ด้าน คือ

  1. ด้านความมีระเบียบวินัย
  2. มีความรับผิดชอบ
  3. มีความซื่อสัตย์สุจริต
  4. ประหยัดอดออม
  5. ความกตัญญูกตเวที
  6. ความสามัคคี
  7. ความเมตตากรุณา

3.3          ระยะเวลาดำเนินการ ตั้งแต่เดือน  ตุลาคม  2548 - มีนาคม 2549

 

5.  นิยามศัพท์

                การบริหารการใช้ “บ้าน วัด โรงเรียน ” เป็นฐานในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียน คือ  การใช้บ้าน หรือ ครอบครัว วัดหรือศาสนสถาน โรงเรียน หรือสถานศึกษา เป็นแหล่งเรียนรู้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การฝึกปฏิบัติ เพื่อพัฒนา

คุณธรรมจริยธรรมสำหรับนักเรียน

 

                เนื้อหาในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรม  7  ด้าน  คือ

1. ด้านความมีระเบียบวินัย

2.  มีความรับผิดชอบ

3.  มีความซื่อสัตย์สุจริต

4.  ประหยัดอดออม

5.  ความกตัญญูกตเวที

6.  ความสามัคคี

7.  ความเมตตากรุณา

 

6.  วิธีดำเนินการวิจัย

6.1          กลุ่มตัวอย่าง

กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย 1   คือ   นักเรียนช่วงชั้นที่2/  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-  6

กลุ่มตัวอย่าง/กลุ่มเป้าหมาย 2   คือ   นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6

ห้องที่ 3-4

6.2          เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย

-                   การบริหารการใช้ “บ้าน วัด โรงเรียน ” เป็นฐาน

-                   แบบวัดคุณธรรมจริยธรรมนักเรียน 

-                   แบบประเมินการบริหารการใช้ “บ้าน วัด โรงเรียน ” เป็นฐาน

6.3          วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล

ผู้วิจัยเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตนเองโดยใช้แบบวัดคุณธรรม จริยธรรม

 และแบบประเมินการบริหารการใช้ “บ้าน วัด โรงเรียน ” เป็นฐาน

6.4          สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

-                   ใช้  t – test  แบบ one – sample

-                   ค่าเฉลี่ย (X)

-                   ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D)

 

7.  เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

8

.  ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย

     นายพิสุทธิ์  แก้งคำ  ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลเลย  สพท. ลย.1
ที่มา http://www.surinarea1.go.th/isresearch/vijai/